ต้นศุภโชคไม้มงคลเรียกทรัพย์

By -

ชื่อสามัญ Pachira aquatic, Malabar Chestnut, Guyana Chestnut , Saba Nut
ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pachira aquotico (BOMBAC)
ชื่อวงศ์ Malvaceae (Bombacaceae)ต้นศุภโชค

ศุภโชคเป็นไม้ยืนต้นเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ แถบประเทศเม็กซิโก บราซิล หมู่เกาะฮาวาย ต่อมาได้แพร่กระจายพันธุ์ไปสู่ประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น นิยมปลูกประดับเป็นไม้แคระในกระถาง เนื่องจากมีความเชื่อว่าเป็นไม้มงคลที่สามารถเรียกเงินทองเข้ามาได้ สามารถปลูกได้ในทุกสภาพพื้นที่ของประเทศไทย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มขนาดกลาง มีระบบรากที่ใหญ่และลึกลงไปในดิน ลำต้นเป็นสีน้ำตาล สูงประมาณ 8-10 เมตร มีรัศมีของทรงพุ่มกว้างประมาณ 2-3 เมตร เป็นไม้เนื้ออ่อนที่แตกกิ่งก้านสาขาเป็นชั้นๆ ให้ร่มเงาได้เป็นอย่างดี ลำต้นที่ยังอ่อนจะมีสีเขียว สามารถบิดเป็นเกลียวทำเป็นไม้แคระในกระถางได้

ใบ
ออกเป็นช่อที่ปลายยอด มีลักษณะเป็นแฉกคล้ายรูปวงกลม ในแต่ละก้านจะประกอบไปด้วยใบย่อยประมาณ 5-7 ใบ ใบย่อยมีลักษณะเป็นรูปทรงไข่ยาว ปลายใบและโคนใบแหลม แผ่นใบเรียบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ขอบใบเรียบ

ดอก
ออกเป็นช่อมีลักษณะคล้ายพู่สีขาวอมเหลือง หรือที่ส่วนปลายเป็นสีชมพูเข้ม ยาวประมาณ 5-8 ซม. มีเกสรอยู่ปลายหลอด มีกลีบรองสีเขียวอ่อนยาวและบิดม้วนลง ดอกมีหอมตลอดทั้งวัน และหอมแรงในตอนกลางคืน สามารถทยอยให้ดอกได้ปีละประมาณ 3 ครั้ง ช่วงที่ให้ดอกได้มากที่สุดจะอยู่ประมาณเดือนมีนาคม-สิงหาคม

ผลผลศุภโชค
มีลักษณะเป็นรูปไข่ เปลือกผลเรียบหนา เมื่อยังอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะกลายเป็นสีน้ำตาลสามารถแตกออกได้ประมาณ 5 กลีบ ผลจะเริ่มแก่หลังจากดอกบานมาได้ประมาณ 70-90 วัน ผลที่โตเต็มที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-4 นิ้ว ยาวประมาณ 6-8 นิ้ว

เมล็ด
เมื่อผลสุกเต็มที่ผลจะแตกออกตามรอยกลีบ ซึ่งในแต่ละผลจะมีเมล็ดสีน้ำตาลอ่อนอยู่ภายในประมาณ 12-25 เมล็ด และมีขนปุยสีขาวปกคลุมเมล็ดอยู่คล้ายกับผลนุ่น เมล็ดแก่มีรสชาติอร่อยคล้ายถั่ว สามารถนำมารับประทานได้ทั้งดิบและสุก

การขยายพันธุ์
ทำได้โดยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และการปักชำ ศุภโชคเป็นต้นไม้ที่โตเร็ว ชอบอากาศร้อนหรืออบอุ่น ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี ต้องการแสงแดดแบบจัดๆ ดูแลรักษาง่าย ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน สามารถปลูกได้ทั้งในดินเพื่อเก็บผลผลิต หรือปลูกประดับในกระถางเพื่อความสวยงาม

การเพาะด้วยเมล็ดเพียง 3-7 วัน ก็จะมีเปอร์เซ็นต์การงอกที่สูงและรวดเร็วมาก เมื่อต้นกล้ามีความสูงประมาณ 10-15 ซม. จึงค่อยย้ายไปเพาะชำในถุงขนาด 4-6 นิ้ว ที่มีดินปลูกผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก นำไปวางในที่ร่มรำไร หรือใช้ตาข่ายพรางแสง ให้น้ำในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ให้ดินแห้ง เมื่อต้นกล้าแข็งแรงดีแล้วจึงค่อยย้ายไปปลูกในแปลง โดยใช้ระยะปลูกที่เหมาะสมประมาณ 6×6 เมตร โดยในเนื้อที่ 1 ไร่ จะใช้ต้นพันธุ์ประมาณ 36 ต้น และให้การดูแลรักษาเหมือนการปลูกไม้ผลทั่วไป

ต้นที่ปลูกลงดินจะมีความสูงเต็มที่ได้ประมาณ 15-20 เมตร และสามารถให้ผลนำไปจำหน่ายได้ มักจะเริ่มให้ผลเมื่อมีอายุประมาณ 2 ปีขึ้นไป ส่วนต้นที่ปลูกประดับในกระถางจะมีความสูงน้อยกว่าและจะไม่ออกดอกให้ผล ซึ่งจะให้เพียงความสวยงามเท่านั้น

ประโยชน์
ราก-ใช้เป็นยาแก้โรคกระเพาะ

เนื้อไม้-มีความแข็งแรงปานกลาง สามารถใช้ทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ หรือทำเป็นส้นรองเท้าได้

เปลือกต้น-นำไปทำเป็นเยื่อกระดาษได้

ยอดอ่อนและดอก-สามารถนำไปรับประทานเป็นผักสด หรือนำดอกไปตากแห้งใส่ในขนมจีนน้ำเงี้ยวทำให้มีกลิ่นหอมน่ารับประทานยิ่งขึ้น

เมล็ด-มีรสชาติอร่อยคล้ายถั่ว ใช้รับประทานได้ทั้งดิบและสุก หรือนำไปแปรรูปด้วยการทอด อบ ต้ม ใช้รับประทานเป็นของว่าง หรือใช้ประกอบในอาหารคาวหวานได้ เมล็ดมีราคาค่อนข้างแพง จึงสามารถปลูกเป็นอาชีพ เพื่อเก็บผลผลิตสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง

ชาวจีนมีความเชื่อว่าต้นไม้ชนิดนี้จะนำโชคลาภมาให้ จึงตั้งชื่อว่า เหยาเฉียนซู่ ซึ่งแปลว่า ต้นไม้ที่เขย่าแล้วมีเงินออกมา ซึ่งนิยมปลูกเลี้ยงและปลูกประดับเป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งทั้งในประเทศจีน และในอีกหลายๆ ประเทศ