ต้นส่องฟ้า

By -

ชื่อวิทยาศาสตร์ Clausena wallichii Oliv. var. guillauminii (Tanaka) J.P.Molino
ชื่อวงศ์ Rutaceae
ชื่ออื่นๆ สมัดใหญ่, ส่องดาว, ส่องฟ้า, ส่องฟ้าดงดอกส่องฟ้า

ส่องฟ้า เป็นไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก ที่จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับส้ม และมะกรูด มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ตามเนินป่าในแถบภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มีลักษณะเป็นไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก มีขนาดความสูงของลำต้นประมาณ 20-50 ซม. เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาลอมเทา กิ่งอ่อนเป็นสีเขียว มีการแตกกิ่งก้านสาขาไม่ค่อยมากนัก

ใบ
เป็นใบประกอบแบบขนนกที่มีใบย่อยรูปไข่หรือรูปวงรีแกมขอบขนานเรียงสลับกันอยู่ประมาณ 3-7 ใบ โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนด้านล่างของใบจะมีสีอ่อนกว่าด้านบนใบ มีต่อมน้ำมันเป็นจุดกลมๆ สีขาวขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วบริเวณแผ่นใบ มีขนาดความกว้างของใบประมาณ 2.5-4 ซม. ยาวประมาณ 4-8 ซม. เมื่อขยี้จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ

ดอกผลส่องฟ้า
ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ในแต่ละช่อจะประกอบด้วยดอกย่อยสีขาวแกมเหลืองเป็นจำนวนมาก

ผล
มีลักษณะเป็นรูปกลมรีขนาดเล็ก ผิวผลเรียบ ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่หรือสุกจะกลายเป็นสีส้มหรือสีแดง รสหวาน มีเมล็ดอยู่ภายใน

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยการใช้เมล็ด ส่องฟ้าเป็นพืชที่เจริญเติบโตค่อนข้างช้า ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี ชอบความชื้นแต่ไม่ถึงกับแฉะ สามารถปลูกเลี้ยงได้ทั้งแบบลงดินกลางแจ้ง หรือปลูกเป็นไม้ประดับในกระถาง ศัตรูพืชที่พบได้บ้างก็อย่างเช่นพวกเพลี้ยแป้งที่เกาะกินรากใต้ดิน และหนอนแก้วที่กัดกินใบอ่อน เป็นต้น

ประโยชน์
ยอดอ่อน-ใช้รับประทานเป็นผักสดได้
ผล-เมื่อสุกมีรสหวาน ใช้รับประทานเป็นผลไม้ได้

สรรพคุณทางยา
ราก-ใช้ต้มน้ำดื่มแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ไข้ปวดศีรษะ แก้ผิดสำแดง แก้หลอดลมอักเสบ แก้ตาเจ็บ ตามัว ตาบวม ตาฝ้า ตาฟาง แก้ฝี แก้ไข้หมดสติ หรือต้มกับสมุนไพรชนิดอื่นใช้ดื่มแก้อาการจุกเสียด ใช้ฝนร่วมกับสมุนไพรตัวอื่นใช้กินหรือทาแก้พิษงู แก้อาการบวมจากวัณโรค

ใบ-ใช้ต้มน้ำดื่มหรือกินใบสดๆ เพื่อรักษาอาการภูมิแพ้ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม แก้ปวดและเสียวฟัน ใช้สำหรับผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ เลิกเหล้า ใช้ถอนพิษคาเฟอีน