หยาดน้ำค้างต้นไม้กินแมลง

By -

ชื่อวิทยาศาสตร์ Drosera burmannii Vahl.
ชื่อวงศ์ Droseraceae
ชื่ออื่นๆ หญ้าน้ำค้าง, จอกบ่วาย, กระดุมทอง, หมอกบ่วายต้นหยาดน้ำค้าง

ต้นหยาดน้ำค้างมักเจริญเติบโตอยู่ทั่วไปในที่โล่งบริเวณภูเขาหินทราย ทุ่งหญ้า หรือที่ชื้นแฉะบริเวณลำธาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200 เมตร พบมีการกระจายพันธุ์ทั่วไปในเขตร้อนของทวีปอาฟริกา เอเชีย และออสเตรเลีย สำหรับในประเทศไทยสามารถพบเห็นได้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง และที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
ลักษณะลำต้นของหยาดน้ำค้างจะสั้น อ่อน และแนบไปกับพื้นดิน จัดเป็นพืชล้มลุกกินแมลงขนาดเล็ก มีอายุเพียงปีเดียว มักเจริญเติบโตให้เห็นในช่วงฤดูฝน

ใบ
ลักษณะของใบมีรูปร่างมน รี ออกเป็นใบเดี่ยว มีความยาวประมาณ 2.5-6.5 ซม. ปลายใบม้วน แผ่นใบค่อนข้างหนาและมีขนต่อมสีแดงเล็กๆ จำนวนมาก ส่วนที่ปลายขนจะมีหยดน้ำหวานเหนียวๆ เกาะอยู่คล้ายหยดน้ำค้างเพื่อไว้ดักจับแมลงเป็นอาหาร ใบจะเรียงกันอยู่เป็นวงกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5-3 ซม. ส่วนยอดชูตั้งขึ้นมีความสูงประมาณ 2-3 เมตร ใบจะมีสีเขียวในช่วงต้นฤดูฝน เมื่อถึงปลายฤดูฝนบริเวณขอบใบจะกลายเป็นสีแดงเรื่อ ก้านใบสั้น หูใบมีลักษณะเป็นรูปแถบแยกออกเป็น 3 แฉก
ดอก
ดอกหยาดน้ำค้างมักออกเป็นช่อตามซอกใบกลางลำต้น ความยาวของช่อดอกมีประมาณ 5-15 ซม. มีกลีบดอกสีม่วง ชมพู หรือขาว ขึ้นอยู่กับแต่ละชนิด จำนวนกลีบดอกมี 5 กลีบ มีกลีบรองดอก 5 กลีบ ด้านนอกกลีบรองดอกจะมีขนปกคลุมอยู่ด้วย มีเกสรตัวผู้ 5 อัน เกสรตัวเมีย 3 อัน เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีความกว้างประมาณ 0.5 ซม. ดอกมักจะบานให้เห็นในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม

ผล
ลักษณะของผลเป็นรูปขอบขนาน มีขนาดเล็ก ความยาวของผลมีประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร เมื่อผลแก่จะแห้งและแตกออกเป็น 3 พู ภายในมีเมล็ดสีดำอยู่เป็นจำนวนมาก

สรรพคุณทางยา
ต้นสด-นำมาขยี้ ใช้ทาแก้กลาก เกลื้อน ไฟลามทุ่ง และงูสวัดได้
ต้นแห้ง-นำมาดองเหล้า ใช้ดื่มแก้อาการท้องมาน แก้ตับอักเสบ ขับพยาธิ แก้บิด แก้ไข้มาลาเรีย และต่อมน้ำเหลืองอักเสบ