ต้นหอม

By -

หอมเป็นส่วนหัวซึ่งเป็นลำต้นใต้ดิน สะสมอาหารของต้นหอม มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Allium ascalonicum L. ในวงศ์ Alliaceae บางถิ่นเรียก หอมแกง(ภาคกลาง ภาคใต้) หอมไท หอมเล็ก หอมหัว(ภาคกลาง) หอมบัว(พายัพ) ผักบั่ว(อีสาน) มีชื่อสามัญว่า Shallotต้นหอม

ต้นหอมเป็นพืชขนาดเล็ก สูงราว ๓๐ ซม. มีหัวอยู่ใต้ดิน สีแดงหรือสีขาว กว้าง ๑-๔ ซม. ยาว ๑.๕-๕ ซม. ใบเป็นท่อกลมๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว ๓-๙ มม. ปลายเรียวแหลม ยาว ๒๐-๓๐ ซม. ดอกออกเป็นช่อกลมๆ มีดอกย่อยจำนวนมากอัดแน่นรวมกัน เมื่อดอกยังตูมอยู่มีกาบหุ้ม เมื่อดอกบาน กาบหุ้มนี้จะฉีดขาดออกด้านหนึ่ง ดอกย่อยมีก้านดอกยาว ๑-๑.๕ ซม. สีเขียวอ่อน กลีบดอกมี ๖ กลีบ สีขาวหรือสีขาวอมม่วง มีเส้นสีเขียวพาดตรงกลางกลีบ ดอกยาว ๔-๙ มม.

หัว ใบ และดอก กินเป็นอาหารได้ หัวหอมมีน้ำมันระเหยง่ายที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ น้ำมันนี้มีรสเผ็ดร้อน ทำให้เคืองตา แสบจมูก และอาจทำให้ผิวหนังปวดแสบปวดร้อน

แพทย์แผนโบราณใช้หัวแก่จัดๆ กินเป็นยาขับลมในลำไส้ แก้ปวดท้อง แก้หวัดคัดจมูก ใช้หัวตำสุมหัวเด็กแก้หวัด ขยี้ดมแก้ซางชัก น้ำหัวหอมใช้ดมเวลาเป็นลม เป็นยาบำรุงหัวใจ และหยอดหูแก้ปวดหู เมื่อนำมาย่างไฟใช้พอกแผล ฝี แผลช้ำ ใช้ได้ทั้งกินทั้งทาภายนอก น้ำหัวหอมเป็นยาบำรุงกำหนัด

***มักมีผู้เรียก “หอม” หรือ “หอมแกง” หรือ “หอมหัวเล็ก” ที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Allium ascalonicum L. ที่หัวมีเนื้อสีม่วงอ่อนและใช้เป็นอาหารได้นี้ผิดเป็น “หอมแดง” อันมีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Eleutherine Americana Merr. อยู่เนืองๆ หัวของหอมแดงมีเนื้อสีแดงเข้ม ไม่ใช้เป็นอาหาร***

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์