ต้นเกล็ดกระโห้

By -

ชื่อสามัญ Copy Clusia, Balsam Apple, Scotch-Attorney
ชื่อวิทยาศาสตร์ Clusia rosea Jacq.
ชื่อวงศ์ GUTTIFERAE (CLUSIACEAE)ผลเกล็ดกระโห้

เกล็ดกระโห้ เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ที่จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับมังคุด มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ในแถบหมู่เกาะอินดิส และตามป่าชายหาดในประเทศอาเซี่ยนเขตร้อน มีดอกและรูปทรงของต้นที่สวยงาม ให้กลิ่นหอมตลอดทั้งวัน จึงนิยมปลูกไว้เป็นไม้ประดับตามบ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
เป็นไม้ยืนต้น แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่มกลมโปร่ง มีความสูงประมาณ 2-20 เมตร เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาลอมเทา อาจมีสะเก็ดบ้างเล็กน้อย มียางสีเหลืองในทุกส่วนของต้น เนื้อไม้มีความเหนียวและทนทาน

ใบ
ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ ลักษณะใบเป็นรูปไข่กลับ โคนใบสอบ ปลายใบมนกว้าง แผ่นเป็นสีเขียว เรียบ หนา และเหนียว ขอบใบเรียบหนา ด้านล่างของใบจะมีสีอ่อนกว่าด้านบนใบ และมองเห็นเส้นใบได้ชัดเจนกว่า มีรอยบุ๋มที่โคนก้านใบ ปัจจุบันมีทั้งพันธุ์ใบด่างสีขาวและสีเหลือง

ดอกดอกเกล็ดกระโห้
ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อกระจุกประมาณ 1-3 ดอก ตามซอกใบหรือปลายกิ่ง มีกลีบดอกสีขาวอมชมพู หรือชมพูอมม่วงเรียงเวียนซ้อนกันประมาณ 6-8 กลีบ กลีบดอกหนา เมื่อบานเต็มที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-6 ซม. กลางดอกมีเกสรเพศผู้อยู่เป็นจำนวนมาก ดอกเพศเมียมีลักษณะเป็นรูปถ้วย ยอดเกสรแยกออกจากกันประมาณ 6-9 แฉก มีกลีบเลี้ยงแยกออกจากกัน 4-6 กลีบ มีใบประดับ 2-4 ใบ ดอกส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ตลอดทั้งวัน สามารถทยอยให้ดอกได้ตลอดทั้งปี ดอกที่บานเต็มที่แล้วจะร่วงโรยไปภายใน 2-3 วัน

ผล
มีลักษณะคล้ายผลมังคุด ผลอ่อนมีสีเขียว ผิวผลเรียบ เมื่อแก่และสุกจะกลายเป็นสีน้ำตาล สามารถแตกออกได้ ภายในผลมีเมล็ดบางๆ ที่มีเยื่อสีแดงหุ้มอยู่ประมาณ 3-8 เมล็ด

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด และการตอนกิ่ง เกล็ดกระโห้ ปลูกได้ดีในดินร่วนที่มีอินทรีย์วัตถุและความชื้นสูง ระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี ชอบแสงแดดในตอนครึ่งวันเช้า ต้องการน้ำในปริมาณปานกลาง สามารถปลูกในที่กลางแจ้งหรือปลูกในกระถางก็ได้ ส่วนชนิดใบด่างควรปลูกในที่มีแสงแดดรำไร

ประโยชน์
นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ