ทุเรียนเทศผลไม้หายาก

By -

ชื่อสามัญ Sour Sop, Durian belanda, Prickly Custard Apple
ชื่อวิทยาศาสตร์ Annona muricata L.
ชื่อวงศ์ ANNONACEAE
ชื่ออื่นๆ ทุเรียนแขก (ภาคกลาง) หมากเขียบหลด หรือหมากพิลด (ภาคอีสาน) ทุเรียนน้ำ (ภาคใต้) และมะทุเรียน (ภาคเหนือ)ทุเรียนเทศ

ทุเรียนเทศเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงของลำต้นประมาณ 5-6 เมตร มีการแตกกิ่งก้านสาขามากมาย จัดเป็นพืชในวงศ์เดียวกับน้อยหน่า กระดังงา นมแมว และจำปี เป็นไม้ผลเขตร้อนที่มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง ต่อมาได้แพร่กระจายมายังประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ใบ
ลักษณะของใบเป็นรูปรี มักออกเป็นใบเดี่ยวๆ เรียงสลับกันแบบขนานไปกับกิ่ง มีสีเขียวเป็นมัน แผ่นใบค่อนข้างหนา ผิวใบอ่อน ใบจะมีกลิ่นเหม็นเขียวฉุนจัดเมื่อช้ำหรือมีรอยฉีก

ดอก
ดอกทุเรียนเทศมักออกเดี่ยวๆ บริเวณซอกใบ โดยออกใกล้ๆ กันประมาณ 3-4 ดอก กลีบดอกเป็นรูปสามเหลี่ยม หนา และแข็ง มีสีเหลืองอมเขียว กลีบจะเรียงกันอยู่ 2 ชั้นๆ ละ 3 กลีบ และมักจะห้อยลงมาข้างล่าง ดอกมีกลิ่นหอมอมเปรี้ยวและส่งกลิ่นหอมในช่วงเช้าหรือตอนบ่ายๆ สามารถให้ดอกได้ตลอดทั้งปี

ผล
ผลทุเรียนเทศมีลักษณะเป็นรูปกลมรีคล้ายผลทุเรียน มีสีเขียวสด บริเวณเปลือกจะมีหนามแบบนิ่มๆ น้ำหนักของผลมีประมาณ 0.5-3.0 ก.ก. ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางผลประมาณ 10-20 ซม. ความยาวของผลประมาณ 15-30 ซม. ภายในผลมีเนื้อสีขาวที่มีเส้นใยเกาะกันเหนียวแน่น เมื่อสุกเนื้อจะฉ่ำน้ำ มีรสเปรี้ยวอมหวาน ส่วนเนื้อของผลที่ยังดิบอยู่จะมีรสอมเปรี้ยวและมันเล็กน้อย

เมล็ด
ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปรี อยู่ภายในเนื้อผล เมื่อผลแก่เมล็ดจะมีสีน้ำตาลดำ

การขยายพันธุ์
ทุเรียนเทศจะเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่มีความชุ่มชื้น มีสารอาหารอย่างอุดมสมบูรณ์ และสามารถระบายอากาศและน้ำได้ดี ต้องการแสงแดดแบบรำไรหรือประมาณครึ่งวันเช้า มักปลูกไว้เป็นไม้ผลไม้ประดับตามบ้านเรือน หรือจะปลูกเป็นการค้าก็ได้ ส่วนการขยายพันธุ์สามารถทำได้ 3 วิธีด้วยกันคือ การเพาะเมล็ด การเสียบยอด และการทาบกิ่ง แต่วิธีที่นิยมทำกันก็คือ การเสียบยอด และการทาบกิ่ง เพราะการเพาะเมล็ดต้องใช้เวลานานถึง 4 ปีกว่าต้นกล้าจะโตไปจนถึงให้ผลผลิต แต่หากต้องการปลูกด้วยวิธีการเพาะเมล็ดก็สามารถทำได้ดังนี้

การเพาะเมล็ด
วัสดุที่ใช้เพาะเมล็ด
ใช้ขุยมะพร้าว หรือดินร่วนผสมที่มีขายทั่วไปในท้องตลาด

วิธีเพาะเมล็ด
เพื่อให้เมล็ดพันธุ์งอกได้ง่ายก็ควรนำมาแช่น้ำไว้ประมาณ 1-2 คืนก่อน หลังจากนั้นให้นำมาเพาะรวมกัน หรือจะแยกเพาะในถุงๆ ละ 1 เมล็ดก็ได้ เมื่อหยอดเมล็ดแล้วก็กลบดินบางๆ ประมาณ 1-1.5 ซม. ตามด้วยการรดน้ำให้พอชุ่ม แล้วนำไปวางไว้ในที่ร่มรำไร หลังจากที่เพาะได้ 7 วัน เมล็ดก็จะเริ่มงอก เมื่อต้นกล้ามีอายุได้ประมาณ 20-30 วันก็ให้ทำการย้ายไปปลูกได้

ประเทศมาเลเซียเป็นประเทศที่นิยมปลูกทุเรียนเทศเป็นการค้า โดยใช้ระยะปลูก 4 x 4 เมตร ในปีที่ 4 ก็จะได้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 1.5-2 ตัน และมักนำไปแปรรูปเป็นน้ำทุเรียนเทศเข้มข้น น้ำทุเรียนเทศบรรจุกล่องพร้อมดื่ม หรือขายเป็นน้ำผลไม้ก็มี

สรรพคุณทางยา
ผลสุก-ใช้รับประทานเพื่อแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน
ผลดิบ-ใช้รับประทานแก้โรคบิด
เมล็ด-ใช้สมานแผลห้ามเลือด ใช้เบื่อปลาและฆ่าแมลง
ใบ-ใช้ทาแก้อาการท้องอืด ใช้รักษาโรคผิวหนัง แก้ไอ หรืออาการปวดตามข้อ โดยนำมาขยี้ผสมกับปูนก่อน

ส่วนผลจากการวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า ทุเรียนเทศสามารถช่วยต่อต้านเซลส์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งได้มากกว่า 12 ชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งตับอ่อน เป็นต้น โดยไม่ทำให้เกิดอาการข้างเคียงเหมือนกับการทำคีโม และไม่ทำร้ายเซลล์ที่ดีในร่างกาย ด้วยการใช้ใบสดหรือแห้งชงเป็นชาดื่ม

ในทุเรียนเทศมีคุณค่าทางอาหารอยู่อย่างมากมาย เช่น น้ำ น้ำตาลฟรุกโทส ไขมัน คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน แคลเซียม เหล็ก วิตามินบี1 และวิตามินซี อาจบริโภคเป็นผลไม้สด หรือนำมาแปรรูปเป็นผลไม้กวน ไอศกรีม เยลลี ซอส ผลไม้กระป๋อง หรือทำเป็นน้ำผลไม้ปั่นก็ได้ ส่วนคนไทยทางภาคใต้มักนิยมกินผลสุก และมักนำผลดิบมาใช้ประกอบในแกงต่างๆ แต่คนที่เป็นโรคพาร์คินสันไม่ควรบริโภคผลไม้ชนิดนี้มากเกินไปไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดๆ เนื่องจากมีสารอันตรายที่ส่งผลต่อโรคดังกล่าว

ในประเทศไทย ตามตลาดนัดมักไม่พบว่ามีทุเรียนเทศวางขายกันบ่อยนัก อาจพบได้บ้างตามท้องถิ่นในช่วงฤดูกาล อาจเป็นเพราะว่ายังไม่มีการส่งเสริมในเชิงอุตสาหกรรมเหมือนกับประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์