นางเลว:พืชป่าหายาก

By -

ชื่อวิทยาศาสตร์ Cyathocalyx martabanicus Hook.f. & Thomson var. harmandii Finet & Gagnep.
ชื่อวงศ์ ANNONACEAE
ชื่ออื่น กล้วย, เต็งหิน, สะบันงาดง, สาแหรก, แสลง, อีเลวดอกนางเลว

นางเลว เป็นไม้ยืนต้นที่แตกกิ่งก้านสาขาเป็นทรงพุ่มทึบ เป็นพืชที่จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับกระดังงา มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ตามป่าดิบชื้นและป่าดิบแล้งของประเทศมาเลเซีย สำหรับในประเทศไทย สามารถพบเห็นได้ทางภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 10-400 เมตร

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่แตกกิ่งก้านขนานไปกับพื้นดิน มีความสูงของลำต้นประมาณ 10-40 เมตร เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลเข้ม หนา และมีกลิ่นฉุน บริเวณโคนต้นมีลักษณะเป็นพูตามยาว

ใบ
ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกันตามกิ่งก้านที่ปลายยอด ใบมีลักษณะเป็นรูปทรงรีแกมขอบขนาน แผ่นใบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน โคนและปลายใบแหลม ขอบใบเรียบหยักเป็นคลื่นเล็กน้อย มีขนาดความกว้างประมาณ 7-10 ซม. ยาวประมาณ 15-25 ซม. ก้านใบยาวประมาณ 1 ซม. ไม่ค่อยมีการผลัดใบ

ดอก
ออกเป็นช่อกระจุกบริเวณซอกใบ ในแต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยสีเหลืองอมเขียวประมาณ 2-3 ดอก กลีบดอกเป็นรูปขอบขนานเรียงซ้อนกันอยู่ 2 ชั้นๆ ละ 3 กลีบ มีความยาวของกลีบดอกประมาณ 1.5-2 ซม. ก้านดอกยาวประมาณ 0.5 ซม. ในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ก็จะเริ่มให้ดอก

ผล
ออกเป็นผลเดี่ยว ลักษณะผลเป็นรูปทรงกระบอก หรือทรงกลมรี มีความกว้างประมาณ 3 ซม. ยาวประมาณ 5-6 ซม. ผิวผลเรียบ เปลือกผลหนาและแข็ง เมื่อสุกจะกลายเป็นสีม่วงอมแดง ผลจะเริ่มแก่ในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมของปีถัดไป

เมล็ด
มีลักษณะเป็นทรงกลม แบน มีรอยเว้าบริเวณขอบ เรียงกันอยู่ภายในผลเป็น 2 แถว ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 เมล็ด

ประโยชน์
-กิ่งสดๆ ใช้ทำเป็นเชื้อไฟได้ เนื่องจากสามารถติดไฟได้เป็นอย่างดีแม้ในหน้าฝน
-ใช้ปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ เนื่องจากมีดอกที่สวยแปลกตาและมีกลิ่นหอม