น้ำประสานดีบุก

By -

น้ำประสานดีบุก หรือน้ำประสานทองดีบุก เป็นเกลือแอมโมเนียมคลอไรด์(Ammonium chloride) มีสูตรเคมีเป็น NH4CI ชื่อสามัญอื่นที่ใช้เรียกมี Ammonium muriate, Sal Ammoniac หรือ Salmiac แขกเรียก “นวสาร”(Navasara) ในภาษาสันสกฤต

น้ำประสานดีบุกเป็นของเทศ โดยมากมาจากอินเดียและเปอร์เซีย ได้จากกากที่เหลือจากการเผาไหม้ในเตาเผาอิฐที่ใช้มูลสัตว์ โดยเฉพาะมูลอูฐแห้งเป็นเชื้อเพลิง กากที่ได้นี้มักมีสีขาวหม่นหรือสีน้ำตาล เอามาละลายน้ำร้อนแล้วกรองเมื่อร้อน น้ำที่กรองได้ทิ้งให้เย็นและน้ำระเหยไปหมด ก็จะได้น้ำประสานดีบุกในรูปผงสีขาว เยิ้มง่าย ปัจจุบันเตรียมได้จากปฏิกิริยาเคมีระหว่างน้ำแอมโมเนีย(ammonia water หรือ ammonium hydroxide) กับกรดเกลือ (hydrochloric acid)

น้ำประสานดีบุกใช้เป็นน้ำประสานเหล็กกับสังกะสีและดีบุก เป็นต้น ในทางยายังใช้เป็นยาขับปัสสาวะ (ขนาด ๘-๑๒ กรัมต่อวัน) เป็นยาขับเสมหะ(ขนาดครั้งละ ๐.๓-๐.๕ กรัม) และเป็นยาแก้ภาวะด่างเกิน (alkalosis) ในร่างกาย(ขนาด ๑๐ กรัมต่อวัน)

ตำราสรรพคุณยาโบราณของไทยบันทึกว่า น้ำประสานดีบุก “มีรสอันชาเฉียบ รู้ล้างเสมหะ ล้างละออง และแก้เม็ดฝีทั้งปวง”

โบราณนิยมใส่น้ำประสานดีบุกในยานัตถุ์ โดยทั่วไปในยานัตถุ์มักมีองค์ประกอบหลักอยู่ ๓ อย่าง คือ ใบยาสูบ (Nicotiana tabacum L. ในวงศ์ Solanaceae) กับปูนแดง (lime, มีสูตรเคมี CaCO3) และเติมใบเนียม(Chloranthus inconspicuous Sw. ในวงศ์ Chloranthaceae) สำหรับแต่งกลิ่นให้หอม เมื่อใส่น้ำประสานดีบุกเข้าไปในยานัตถุ์ ทำให้เกิดแอมโมเนีย(ammonia) ที่มีกลิ่นฉุน เมื่อสูดดมทำให้สดชื่น แก้ลม แก้วิงเวียน ตำรับยาขนานที่ ๕๙ ในตำราพระโอสถพระนารายณ์เป็นตำรับยานัตถุ์(ยาทรงนัตถุ์) เข้าเครื่องยาหลายสิ่งที่เป็นหินปูน (CaCO3) เช่น ลิ้นทะเลปิ้ง เปลือกไขฟักคั่ว สังข์เผา และเบี้ยผู้เผา เมื่อใส่น้ำประสานดีบุกก็จะทำให้เกิดแอมโมเนีย(ammonia) ขึ้นเช่นกัน

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์