ประโยชน์และสรรพคุณของกระบก

By -

ชื่อสามัญ Barking Deer’s Mango, Wild Almond
ชื่อวิทยาศาสตร์ Irvingia malayana Oliv. ex A.W.Benn.
ชื่อวงศ์ IRVINGIACEAE
ชื่ออื่นๆ กะบก กระบก จะบก บก มะมื่น มะลื่น หมากบก หมากกระบก มื่น มักบก หมักลื่น หลักกาย ซะอัง จำเมาะ ไม้มื่น เปรียวด้องเดี๋ยง สือมั่วลื้อลูกกระบก

กระบกเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบที่มีขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ พบมีการกระจายพันธุ์ อยู่ในประเทศอินเดียมาจนถึงประเทศอินโดนีเซีย ตามป่าดิบแล้ง ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณ ป่าแดง และป่าหญ้า ที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 100-300 เมตร สำหรับในประเทศไทยพบมีการกระจายพันธุ์อยู่ทั่วทุกภาค

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
กระบกมีลำต้นลักษณะเปลาตรง มีทรงพุ่มกลมแน่นทึบ มีความสูงประมาณ 10-30 เมตร เปลือกลำต้นค่อนข้างเรียบ เป็นสีเทาอมน้ำตาล บริเวณโคนต้นมีลักษณะเป็นพูพอน

ใบ
ลักษณะของใบเป็นรูปทรงไข่ รูปรี รูปขอบขนาน หรือรูปใบหอก สีเขียวเข้ม มักออกเรียงสลับกันเป็นใบเดี่ยว ผิวใบหนาและเกลี้ยง โคนใบมนแหลมหรือเว้าเล็กน้อย ปลายใบสอบเรียวมีติ่งเล็กน้อย ขอบใบเรียบ มีเส้นแขนงใบประมาณ 8-14 คู่ มีหูใบหุ้มเป็นรูปฝักดาบเรียวโค้ง ขนาดความกว้างของใบมีประมาณ 2-9 ซม. ยาวประมาณ 5-20 ซม.

ดอก
กระบกมักออกดอกเป็นช่อตามซอกใบหรือปลายกิ่ง ความยาวของช่อมีประมาณ 5-15 ซม. มีกลีบดอกรูปไข่หรือรูปขอบขนานสีขาวอมเขียวจำนวน 5 กลีบ ปลายกลีบม้วนออก มีกลีบเลี้ยงรูปขอบขนานจำนวน 5 กลีบ ยาวประมาณ 1-2 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงจะสั้นกว่ากลีบดอกประมาณ 3 เท่า มีก้านเกสรตัวผู้ 10 อัน ก้านเกสรเพศเมีย 1 อัน ก้านดอกยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร มักผลิดอกในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม

ผล
ผลกระบกมีลักษณะแบน เป็นรูปกลมรี หรือรูปไข่ ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง มีเนื้อหุ้มเมล็ด ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางผลมีประมาณ 2-3 ซม. ยาวประมาณ 3.5-5 ซม. มักให้ผลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน

เมล็ดเมล็ดกระบก
ภายในผลกระบกจะมีเมล็ดรูปไข่อยู่เพียงเมล็ดเดียว จะมีเปลือกแข็งหุ้มเมล็ดอยู่ เนื้อเมล็ดมีลักษณะเป็นแป้งสีขาว มีน้ำมันผสมอยู่ด้วย

การขยายพันธุ์
สามารถทำได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด กระบกจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินแทบทุกชนิด ต้องการน้ำและความชื้นในขนาดปานกลาง ชอบขึ้นอยู่ในพื้นที่กลางแจ้ง

ประโยชน์และสรรพคุณทางยา
กระบก เหมาะที่จะใช้ปลูกในบริเวณสวนสาธารณะ สวนรุกขชาติ สวนสัตว์เปิดเพื่อให้เป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เนื้อไม้มีความแข็งแรง สามารถนำมาเผาเป็นถ่านเพื่อให้ความร้อนได้เป็นอย่างดี หรือจะทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ก็ได้ เมล็ดมีรสหวานมันคล้ายถั่วลิสง นิยมนำมาคั่วใช้รับประทานเป็นของว่าง ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางค์ หรือจะใช้น้ำมันจากเมล็ดทำเป็นสบู่หรือเทียนไขก็ยังได้

เมล็ดกระบกจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างมากมาย เช่น แคลเซียม ธาตุเหล็ก โปรตีน คาร์โบไฮเดรต กรดไขมันชนิดอิ่มตัว ได้แก่ กรดปาล์มมิติก , กรดลอริก , ไมริสติก , และกรดสเตียริก ส่วนกรดไขมันไม่อิ่มตัว ได้แก่ กรดไลโนเลอิก , กรดโอเลอิก และกรดปาล์มมิโตเลอิก ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยบำรุงกระดูกและฟัน บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ ทำให้เจริญอาหาร ช่วยบำรุงไต ช่วยบำรุงเส้นเอ็นและไขข้อ

ใบอ่อนใช้รับประทานเป็นผักสด ผลสุกใช้เป็นอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่น วัว ควาย ฯลฯ หรือสัตว์อื่นๆ ได้ พืชที่เติบโตอยู่ใต้ต้นกระบกมักจะเจริญได้ดีเนื่องจากผลกระบกที่ร่วงหล่นจะกลายเป็นแหล่งจุลินทรีย์ชั้นดีของพืช

เมื่อนำส่วนต่างๆ ของกระบกไปใช้ประกอบเป็นยา ก็จะช่วยในการรักษาโรคริดสีดวงจมูก บรรเทาอาการหอบหืด ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ใช้เป็นยาระบาย ยาขับพยาธิ และใช้รักษาอาการคันตามผิวหนัง