ประโยชน์ของต้นกัญชง

By -

ชื่อสามัญ Hemp (เฮมพ์)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cannabis sativa L. subsp. Sativa
ชื่อวงศ์ CANNABACEAE

กัญชง มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตอบอุ่นของประเทศเปอร์เซียแถบตอนใต้ของแคว้นไซบีเรีย ในประเทศอินเดียแถบแคว้นแคสเมียร์ และในประเทศจีนทางตอนเหนือ กัญชง เป็นพืชที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับต้นกัญชามาก นิยมปลูกเพื่อนำมาแปรรูปเป็นเส้นใยใช้ในการถักทอ ไม่มีสารเสพติดเหมือนกันกัญชา แต่จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันต้นกัญชง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
กัญชง เป็นพืชล้มลุกที่มีอายุอยู่เพียงปีเดียว มีลักษณะของลำต้นเป็นข้อปล้องยาว แตกกิ่งก้านไปในทิศทางเดียวกัน เปลือกต้นลอกออกได้ง่ายและมีความเหนียว ให้เส้นใยที่ยาวและมีคุณภาพสูง แตกกิ่งก้านสาขาน้อย มีระบบรากแก้วและรากแขนงเป็นจำนวนมาก ความสูงของลำต้นมีประมาณ 1-6 เมตร

ใบ
ออกเป็นใบเดี่ยว มีลักษณะเป็นแฉกเรียงกันแบบห่างๆ รูปทรงคล้ายฝ่ามือ มีประมาณ 7-9 แฉก แผ่นใบมีสีเขียวอมเหลือง ขอบใบหยักแบบฟันเลื่อย ปลายใบเรียวแหลม ก้านใบมีความยาวประมาณ 2-7 ซม. จำนวนแฉกของใบจะลดลงเมื่อมีการสร้างดอก

ดอก
ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด ดอกมีสีขาวขนาดเล็กประมาณ 2-4 มิลลเมตร
มียางไม่มาก ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียจะแยกอยู่กันคนละต้น แต่บางชนิดก็อยู่ในต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้มีกลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลืองจำนวน 5 กลีบ และมีเกสรเพศผู้ 5 อัน ส่วนดอกตัวเมียจะมีกลีบเลี้ยงสีเขียวเข้มห่อหุ้มรังไข่ไว้ หลังจากติดดอกได้ประมาณ 3-4 สัปดาห์ ก็จะเริ่มมีการติดผล

ผลดอกกัญชง
มีลักษณะเป็นรูปไข่ มีลายประสีน้ำตาล ผิวเรียบเป็นมัน ผลแห้งมีสีเทา ผิวเมล็ดหยาบด้าน เมล็ดมีความกว้างประมาณ 4.47 มม. ยาวประมาณ 5.11 มม. และหนาประมาณ 3.75 มม. ภายในเมล็ดมีลักษณะเป็นแป้งและไขมัน ซึ่งไขมันนี้จะเป็นชนิดที่ไม่มีความอิ่มตัวสูง

การปลูกและการขยายพันธุ์
ปลูกด้วยการใช้เมล็ด เมื่อปลูกไปได้ประมาณ 8-14 วันเมล็ดก็จะเริ่มงอก และเมื่อมีอายุได้ 3-4 เดือน ก็สามารถทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว กัญชงมักจะปลูกเพื่อต้องการเส้นใยเพียงอย่างเดียว จึงใช้ระยะห่างระหว่างต้นในการปลูกที่แคบได้

ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเพาะปลูกจะอยู่ในช่วงของฤดูฝน หรือประมาณเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม กัญชงสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพของดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ที่มีการระบายน้ำได้ดี ไม่มีน้ำท่วมขัง

การเตรียมพื้นที่เพาะปลูกก็คล้ายๆ กับการปลูกพืชไร่ทั่วไป การใช้ระยะปลูกและวิธีปลูกขึ้นอยู่กับสภาพของพื้นที่ ซึ่งอาจใช้วิธีหว่านเมล็ดโดยใช้เมล็ดพันธุ์ไร่ละ 10 กก. หรือใช้วิธีหยอดในหลุมๆ ละ 5 เมล็ด โดยใช้ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 15 ซม. และให้แต่ละแถวห่างกันประมาณ 20 ซม. เมื่อต้นอ่อนเจริญขึ้นให้ทำการถอนแยกให้เหลือหลุมละ 3 ต้น ซึ่งในเนื้อที่ 1 ตารางเมตรจะได้ต้นกัญชงประมาณ 90 ต้น การปลูกกัญชงสามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องพรวนดิน ให้ปุ๋ย หรือใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เป็นพืชอายุสั้นที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี

การเก็บเกี่ยว
เมื่อต้นกัญชงเติบโตจนมีความสูงได้ประมาณ 2 เมตร หรือหลังจากปลูกไปได้ประมาณ 75-90 วัน ก็ให้เริ่มทำการเก็บเกี่ยวได้ เนื่องจากผลผลิตที่ได้ในระยะนี้จะเหมาะสำหรับการนำไปทอผ้ามาก มีเส้นใยที่เหนียว สีขาว และเบา วิธีการเก็บเกี่ยวทำได้โดยตัดบริเวณโคนต้นใกล้กับพื้นดิน ตัดใบออกให้เหลือเฉพาะลำต้น นำไปตากแดดไว้ประมาณ 4-5 วัน แล้วจึงนำมาลอก นำไปต้มในน้ำเดือดที่ผสมกับขี้เถ้าเพื่อช่วยทำให้เส้นใยมีความเหนียวและนุ่มยิ่งขึ้น จากนั้นให้นำไปซักในน้ำเปล่า ก็จะได้เส้นใยที่มีความเหนียวและทนทาน

สรรพคุณทางยา
ใบ-ใช้เป็นยาบำรุงโลหิต ช่วยรักษาอาการวิงเวียนและปวดศีรษะ ช่วยให้นอนหลับและรู้สึกผ่อนคลาย ใช้รักษาโรคบิด ท้องร่วง แก้กระหาย ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ใช้รักษาโรคเก๊าต์

เมล็ด-ใช้กินสดๆ เป็นยาสลายนิ่ว น้ำมันจากเมล็ดกัญชงจะมีโอเมก้า3 อยู่สูงมาก และยังมีโอเมก้า6,9 ไลโนเลอิกเอซิดอัลฟา และแกมมาไลโนเลอิกเอซิด และวิตามินอี ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็ง ช่วยบำรุงผิว รักษาอาการคันจากโรคผิวหนัง และโรคสะเก็ดเงิน

ประโยชน์อื่นๆ
เปลือกลำต้น-มีเส้นใยที่เหนียวมีคุณภาพ สามารถดูดซับความชื้น ความร้อน ดูดกลิ่น และสารพิษได้ดี จึงเหมาะที่จะใช้ทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม เนื่องจากเนื้อผ้าจะสวมใส่สบายในช่วงหน้าร้อน และให้ความอบอุ่นในช่วงหน้าหนาว มีความอ่อนนุ่มยืดหยุ่นได้ดี ทนทานต่อการซัก แม้อยู่ในที่อับชื้นก็ไม่ทำให้เกิดเชื้อรา สามารถป้องกันรังสียูวีได้สูงมาก และมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันไฟฟ้าได้ หรือใช้ทำเป็นเชือก ด้าย ผลิตเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ในรูปแบบอื่นๆ หรือใช้ในพิธีกรรมต่างๆ ก็ได้

เนื้อไม้-สามารถนำมาผลิตเป็นกระดาษได้

แกนไม้-ใช้ทำเป็นถ่าน แอลกอฮอล์ อีทานอล เมทานอล หรือผลิตเป็นพลังงานชีวมวลในรูปแบบต่างๆ เนื่องจากมีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่น น้ำ และน้ำมันได้ดี หรือนำไปตกแต่งอาคารและเฟอร์นิเจอร์ก็ได้ด้วย

เมล็ด-นำมาสกัดเป็นน้ำมันใช้ในการปรุงอาหาร ใช้ผลิตเป็นน้ำมันซักแห้ง ทำสบู่ เครื่องสำอางต่างๆ ทำเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้เมล็ดกัญชงยังใช้ผลิตเป็นแป้งทดแทนถั่วเหลืองได้เป็นอย่างดี หรือใช้ผลิตเป็นเนย ชีส เต้าหู้ โปรตีนเกษตร นม ไอศกรีม น้ำมันสลัด อาหารว่าง อาหารเสริม ฯลฯ หรือใช้เป็นอาหารของนก

ใบ-ใช้เป็นอาหาร ยารักษาโรค เครื่องสำอาง ชงเป็นชา ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ใช้ทำเส้นพาสต้า ทำคุ้กกี้ ขนมปัง ทำไวน์ เบียร์ ซ้อส ฯลฯ

ในประเทศญี่ปุ่นมีการปลูกต้นกัญชงเพื่อกำจัดกัมมันตภาพรังสีให้สลายตัว จากปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เส้นใยจากกัญชงอาจเข้ามาทดแทนเส้นใยทางเคมีทั้งหมดในอนาคตก็เป็นได้ แต่ปัจจุบันกัญชงยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มพืชที่เป็นสารเสพติด ที่มีฤทธิ์ทำให้ผู้เสพมีอาการตื่นเต้น หัวเราะและพูดคุยอยู่ตลอดเวลา มีบางประเทศเท่านั้นที่อนุญาตให้ปลูกได้ตามกฏหมาย แต่ต้องควบคุมไม่ให้เกิดสารเสพติดสูงกว่าที่กำหนด