ประโยชน์ที่ได้จากต้นเฉาก๊วย

By -

ชื่อสามัญคือ Grass Jelly
ชื่อวิทยาศาสตร์ Mesona chinensis
ชื่อวงศ์ Lamiaceae
ชื่ออื่นๆ หญ้าเฉาก๊วยต้นเฉาก๊วย

เฉาก๊วยเป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อยขนาดเล็ก จัดเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับสะระแหน่ กะเพรา ยี่หร่า แมงลัก และโหระพา พืชชนิดนี้มักขึ้นในดินทรายแห้งและมีหญ้าขึ้นตามหุบเขา พบมีการกระจายพันธุ์อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน และไต้หวัน ปัจจุบันก็สามารถปลูกในประเทศไทยได้แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมนำไปทำเป็นขนมเฉาก๊วยไว้รับประทาน หรือปลูกเพื่อการค้าก็ได้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มีลักษณะคล้ายต้นสะระแหน่ ลำต้นกลม เปราะหักได้ง่าย สามารถแผ่กิ่งก้านปกคลุมพื้นดินได้ไกลประมาณ 2-3 ฟุต มีขนอ่อนๆ ปกคลุมทั่วลำต้น

ใบ
ออกเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับตรงข้ามกัน ลักษณะใบเป็นรูปทรงรีแกมรูปใบหอก มีขนอ่อนปกคลุมอยู่ทั่ว โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบเป็นหยักคล้ายฟันเลื่อย แผ่นใบมีสีเขียวสด ออกใบดกหนาแน่น มีก้านใบเป็นสีขาว มีความยาวประมาณ 1-1.5 ซม.

ดอก
มีลักษณะคล้ายดอกกระเพรา มีสีขาว ออกเป็นช่อเชิงลดตามซอกใบและปลายกิ่ง ในแต่ละช่อจะประกอบไปด้วยดอกย่อยเป็นจำนวนมาก สามารถให้ดอกได้เกือบทั้งปี เมื่อมีดอกดกและบานพร้อมๆ กัน จะดูสวยงามมาก

การขยายพันธุ์เฉาก๊วย
ทำได้ด้วยวิธีการปักชำกิ่ง หญ้าเฉาก๊วยสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินทั่วไป ชอบแสงแดดและความชุ่มชื้น ปลูกได้ทั้งในกระถางปากกว้าง หรือปลูกลงดินกลางแจ้ง ก่อนปลูกควรเพิ่มความอุ้มน้ำและความชื้นให้กับดิน ด้วยการเติมกาบมะพร้าวที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และแกลบดำลงไปในอัตราส่วนที่เท่าๆ กัน

การปลูก
สำหรับพื้นที่กลางแจ้งที่ใช้ปลูกหญ้าเฉาก๊วย ควรเป็นพื้นที่ราบหรือมีความลาดเอียงเล็กน้อย บำรุงต้นหลังปลูกด้วยการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณ 10 วัน/ครั้ง ก็จะทำให้ได้ผลผลิตที่เร็วยิ่งขึ้น

ในประเทศไต้หวันมักปลูกพืชชนิดนี้เป็นรายได้เสริมในสวนผลไม้ โดยเก็บเกี่ยวลำต้นเหนือดินมาทำให้แห้งและสุมทิ้งไว้จนกลายเป็นสีดำจากการทำปฏิกิริยากับก๊าซออกซิเจนในอากาศ ก่อนนำไปจำหน่ายก็นำมาทำให้แห้งสนิทอีกครั้งหนึ่ง

ประโยชน์
ต้นเฉาก๊วยสามารถนำไปจำหน่ายเป็นการค้า หรือจะนำมาทำเป็นขนมที่มีลักษณะคล้ายวุ้นสีดำ ใส่น้ำเชื่อมกับน้ำแข็งลงไปเล็กน้อยก็นำมารับประทานได้แล้ว เฉาก๊วยยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยแก้อาการร้อนใน ดับกระหาย แก้หวัด เบาหวาน ตับอักเสบ เมื่อนำใบสดหรือใบแห้งมาต้มน้ำดื่มเป็นประจำ ก็จะช่วยให้ความดันโลหิตค่อยๆ ลดลงจนเป็นปกติ และไม่กลับมากำเริบอีก