ปลากระดูกอ่อนในClass Chondrichthyes

By -

cartilaginous fishes
พวกปลากระดูกอ่อนที่อยู่ในคลาสนี้ เช่น ฉลาม กระเบน ปลากระเบนนก ปลาฉนาก เป็นต้น เดิมทีนักวิชาการเข้าใจว่าพวกปลากระดูกอ่อนเป็นปลาที่โบราณกว่าปลากระดูกแข็ง แต่ต่อมาก็ได้ลงความเห็นว่า วิวัฒนาการของปลากระดูกแข็งและปลากระดูกอ่อนจะแยกกันคนละสาย การปรับตัวก็แตกต่างกันไป เช่น โครงร่างที่เรียกว่า กระดูกอ่อนซึ่งมีแคลเซียมเป็นหลัก มีระบบรับความรู้สึกในน้ำ การรับกลิ่นของฉลามจะไวมาก และรับความสั่นสะเทือนในน้ำได้ไวด้วย ฉลามจึงมีความว่องไว ปราดเปรียว ดุร้ายในการจู่โจมก็ด้วยเหตุนี้ การรับภาพและสีสรรค์ต่างๆ ของฉลามก็มีความว่องไวเช่นกัน แม้แสงในน้ำจะมีเพียงเล็กน้อยก็ตาม การสร้างระบบสัมผัสไฟฟ้าที่ปล่อยสนามไฟฟ้าออกไปรอบๆ ตัว เพื่อตรวจหาเหยื่อโดยไม่ต้องใช้สายตา ก็มีอยู่ในฉลามหลายชนิด โดยระหว่างที่มันปล่อยสนามพลังไฟฟ้าออกไปรอบตัวตาของมันก็จะปิดด้วยหนังตาพิเศษ อวัยวะที่ช่วยในการสืบพันธุ์ของฉลามและกระเบนตัวผู้เรียกว่า คลาสเปอร์ ลักษณะจะเป็นหลอดครึ่งวงกลม มีอยู่ 1 คู่ เมื่อประกบกันเป็นวงกลมก็สามารถสอดเข้าไปจนถึงท่อนำไข่ของตัวเมียเพื่อปล่อยน้ำเชื้อเข้าไปผสม มีฉลามอยู่ 2 ชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือฉลามวาฬ ซึ่งมีความยาวถึง 18 เมตร และฉลามบาสคิง ที่มีความยาวถึง 15 เมตร เป็นฉลามที่กินแพลงตอนเป็นอาหาร โดยว่ายน้ำอ้าปากเพื่อดูดแพลงตอนเข้าไปในปาก ไม่ดุร้าย ฉลาทที่ชาวต่างประเทศนิยมนำมาศึกษาในห้องปฏิบัติการมากที่สุด คือ ฉลามสไปนีด็อกฟิช แต่ในบ้านเราไม่พบฉลามชนิดนี้

เมื่อพูดถึงฉลาม ก็มักจะคิดถึงความดุร้าย ใหญ่โต น่ากลัวของมัน แต่ฉลามที่มีขนาดเล็ก ไม่ดุร้าย ก็มีอยู่หลายชนิด มีคำกล่าวของนักวิชาการหลายท่านว่า ถ้าฉลามพูดได้ก็คงจะพูดว่า มนุษย์น่ากลัวกว่าฉลามมาก เพราะปริมาณของฉลามที่ถูกมนุษย์ล่ามาเป็นอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องหนังในแต่ละปี มีมากกว่ามนุษย์ที่ถูกฉลามกัด และทำร้ายหลายเท่า ในปี ค.ศ.1976 สถิติของปลาฉลามที่ถูกจับได้มีมากถึง 307,085 เมตริกตัน แต่มนุษย์ที่ถูกฉลามทำร้ายในแต่ละปีมีสถิติร้อยกว่ารายเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าสถิติการตายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์มาก ฉลามที่อยู่ในวงศ์ Squalidae จะมีขนาดเล็กที่สุด มีความยาวเพียง 11 เซนติเมตรเท่านั้นแม้จะโตเต็มวัยแล้ว ฉลามชนิดนี้จะหากินในระดับน้ำลึก และไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของมนุษย์

อวัยวะเรืองแสงในฉลามบางชนิด มันสามารถสร้างเลียนแบบให้คล้ายกับปลาหมึกชนิดหนึ่งได้ ทำให้มันว่ายเข้าไปในฝูงปลาหมึกและจับกินได้อย่างสะดวกสบาย แต่ถ้ามีสัตว์น้ำหรือปลาที่อ่อนแอกว่าเข้ามาจับปลาหมึกที่มันกำลังกินเป็นอาหาร มันก็จะไปจับสัตว์เหล่านั้นแทน ฉลามคุกกี้คัตเตอร์(cookie-cutter shark) ชอบจู่โจมปลาและสัตว์น้ำขนาดใหญ่ เช่น ปลากระโทงแทง ลักษณะของรอยแผลที่มันทำร้ายจะมีลักษณะกลม ลึก ขนาดคล้ายขบมคุ้กกี้ มันจึงได้ชื่อว่า ฉลามคุ้กกี่คัดเตอร์

ส่วนฉลามนางฟ้า(angel shark) จะมีลักษณะกึ่งกลางระหว่างฉลามและกระเบน เพราะอาศัยอยู่ตามก้นทะเล และมีลำตัวบางคล้ายกระเบน แต่ช่องเหงือกจะเปิดออกทางด้านข้างของลำตัว และครีบหูที่คล้ายปีกจะไม่เชื่อมติดกับด้านข้างของลำตัว ครีบหูของปลากระเบนจะแผ่ขยายคล้ายปีกและเชื่อมติดกับลำตัว สามารถใช้โบกเพื่อว่ายน้ำได้เป็นอย่างดี หรือใช้ขุดดินฝังตัวอยู่ก้นทะเลเพื่อพรางตัว และเมื่อมีเหยื่อผ่านมามันก็จะจับมาเป็นอาหารทันที สไปราเคิลของปลากระเบนจะอยู่ตรงส่วนบนของหัว หลังตา มีหน้าที่รับน้ำเข้าไป และให้ผ่านไปทางเหงือกเพื่อแลกเปลี่ยนออกซิเจน แล้วออกนอกตัวทางช่องเหงือกข้างลำตัว ปลากระเบนที่มีเงี่ยงยาวแหลมบางชนิด ตรงโคนหางที่ยาวเป็นแส้จะมีต่อมพิษอยู่เพื่อใช้ในการจู่โจม จึงได้ชื่อว่า sting rays ส่วนกระเบนราหูเป็นกระเบนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และส่วนกล้ามเนื้อของกระเบนไฟฟ้า จะสามารถดัดแปลงให้ทำหน้าที่คล้ายแบตเตอรีผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เพื่อใช้ตรวจจับเหยื่อและทำร้ายเหยื่อ กระเบนจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 200 โวลต์ต่อครั้งถ้าเป็นกระเบนไฟฟ้าขนาดใหญ่

ปลาฉนาก(saw fishes) จะมีจะงอยปากที่ยาวยื่นไปไกล จะงอยปากทั้งสองข้างจะมีฟันคมๆ อยู่ มันชอบจู่โจมด้วยฟันเลื่อยเข้าไปในฝูงปลา แล้วกลับมากินปลาที่ได้รับบาดเจ็บอีกที ซึ่งเป็นปลาล่าเหยื่อที่น่าสนใจอีกชนิดหนึ่ง

ในปัจจุบันมีปลากระดูกอ่อนทั้งหมดประมาณ 10 ออเดอร์ 45 วงศ์ 170 สกุล และ 846 ชนิด

ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ