ปลาที่อยู่ใน Order Tetraodontiformes (Plectognathi)

By -

ในออเดอร์นี้ปลาจะไม่มีกระดูก parietals, nasals, หรือ infraorbitals ริมฝีปากล่างมักจะไม่มี มีช่องเปิดเหงือกขนาดเล็ก มีการเปลี่ยนรูปของเกล็ดไปเป็นหนาม แผ่นเกราะ หรือแผ่นกระดูก การบดฟันที่ขากรรไกรและที่คอหอย หรือการสั่นถุงลมของปลากลุ่มนี้ จะสามารถทำให้เกิดเสียงขึ้นได้ ปลาปักเป้าบางชนิดในกลุ่มนี้ สามารถดัดแปลงกระเพาะอาหารให้ขยายขนาดจนตัวพองใหญ่ขึ้นได้ โดยเมื่อมันถูกรังแกหรือตกใจกลัว มันก็จะกลืนน้ำลงไปในส่วนล่างของกระเพาะ และจะปล่อยน้ำออกเมื่อต้องการหดตัวตามเดิม ปลาปักเป้าจะกลืนอากาศให้ตัวพองได้เช่นกันเมื่อถูกจับขึ้นจากน้ำ ปลาวัวปลากวางบางชนิดสามารถกางครีบอกให้ขยายใหญ่กว่าเดิมและดูน่ากลัวขึ้นได้เช่นกัน ในกลุ่มนี้มีปลาอยู่ 9 วงศ์ 100 สกุล 339 สปีชีส์ ที่เป็นปลาน้ำจืดมีเพียง 12 ชนิดเท่านั้น

1. Family Triacanthodidae (spikefishes) อยู่ในวงศ์ของปลาวัว หรือ tripod fish ลักษณะของลำตัวจะสั้นและแบนข้าง มีเกล็ดแข็งขนาดเล็ก ไม่เรียงซ้อนกัน ครีบหลังอันแรกจะเป็นหนามแข็ง 5 อัน มีหนามยาวที่ครีบท้องข้างละ 1 อัน ครีบหางจะเป็นแบบกลมหรือตัดตรง ได้แก่ในสกุล Triacanthodes, Paratriacanthodes, tydemania

2. Family Triacanthidae (triplespines) มีก้านครีบอ่อนที่ครีบหลัง 19-26 อัน มีก้านครีบอ่อนที่ครีบก้น 13-22 อัน ครีบหางจะเว้าลึก มีอยู่ 4 สกุล ได้แก่

-ปลาวัวหนามยาว (long spined tripod fish) Pseudotriacanthus strigilifer

-ปลาวัวจมูกสั้น (leather jacket) Triacanthus brevirostris

-ปลาวัวจมูกสั้น T. blochi

3. Family Balistidae (triggerfishes) อยู่ในวงศ์ของปลาวัว งัว (leather-jacket, filefish) ลักษณะของลำตัวจะป้อมสั้น มีก้านครีบแข็งที่ครีบหลังอันแรก 3 อัน มีเกล็ดแข็งเล็กๆ เชื่อมติดกันเป็นแผ่น ที่ขากรรไกรบนมีฟันหน้า 4 ซี่ ส่วนแถวในมี 3 ซี่ เพื่อใช้ในการขูดแทะหาอาหาร มีอยู่ด้วยกัน 11 สกุล 40 สปีชีส์ ได้แก่

-ปลากวาง Balistes stellaris

-ปลาวัว กวาง Rhinecanthus aculeatus

4. Family Monacanthidae (filefishes) เป็นวงศ์ของปลางัว ที่แยกมาจากวงศ์ Balistidae ลักษณะลำตัวสั้น ครีบหลังมีอยู่ 2 อัน ครีบหลังอันที่สองไม่มีหรืออาจมีในขนาดที่เล็ก มีเกล็ดขนาดเล็กเรียงกันไม่เป็นระเบียบ ลำตัวสาก มีฟันที่ขากรรไกรบนแถวหน้า 3 ซี่ แถวใน 2 ซี่ มีอยู่ 31 สกุล 95 สปีชีส์ ได้แก่

-ปลางัว งัวหางพัด Monacanthus tomentosus

-ปลางัวหางตัด Aleutera monoceros

-ปลางัว Stephanolepis auratus

-ปลางัวจมูกยาว Oxymonacanthus longirostris

5. Family Ostraciidae (Ostraciontidae) (boxfishes, cowfishes, trunkfishes) อยู่ในวงศ์ของปลากระดูก สี่เหลี่ยม ลักษณะของลำตัวจะเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีแผ่นเกราะหุ้มลำตัว ไม่มีก้านครีบแข็งที่ครีบหลัง สามารถยืดหดขากรรไกรบนได้ บางชนิดมีสารพิษที่เรียกว่า ออสตราซิโตซิน(ostracitoxin) หากปลาตัวอื่นโดนสารพิษตัวนี้เข้าก็จะตายภายในเวลาไม่ถึง 15 นาที ปลาในกลุ่มนี้ก็อาจได้รับอันตรายจากสารนี้ได้เช่นกัน แต่อันตรายจะน้อยกว่าปลาชนิดอื่น ปลาชนิดนี้มีอยู่ 14 สกุล 33 สปีชีส์ ได้แก่

-ปลากระดูก สี่เหลี่ยม (boxfish, trunkfish) Ostracion nasus

-Lactophrys spp.

-Acanthostracion spp.

-Rhinesomus spp.

6. Family Triodontidae (three-tooth puffers) อยู่ในวงศ์ของปลาปักเป้า มีฟันหน้าหลอมติดกันสามซี่ มีครีบท้อง มีก้านครีบที่เป็นหนามที่ครีบหาง มีหางที่เว้าลึก มีอยู่เพียงสปีชีส์เดียว คือ Triodon macropterus

7. Family Tetraodontidae (puffers) อยู่ในวงศ์ของปลาปักเป้า ลักษณะลำตัวจะอ้วนสั้น สามารถพองตัวได้ ลำตัวอาจมีปุ่มเล็กๆ หรือเรียบก็ได้ มีฟันหน้าหลอมรวมกัน 4 ซี่ ปลาปักเป้าพวกนี้บางชนิด ในเนื้อของมันจะมีสารพิษประเภทอัลคาลอยด์ ที่เรียกว่า เตตระโอดอนทอกซิน(tetraodontoxin) อยู่ ในโกนาดของปลานี้บางชนิดจะมีสารพิษสะสมอยู่มาก แต่จะไม่มีการสะสมที่กล้ามเนื้อ ดังนั้น จึงต้องทำความเข้าใจ และรู้จักที่สะสมสารพิษของปลาแต่ละชนิดให้ดี ก่อนที่จะรับประทานเข้าไป ได้แก่

-ปลาปักเป้าเขียว ปักเป้าเหลือง Chonerhinus modestus, C. naritus

-ปลาปักเป้าลายสีฟ้า (ocellated toby) Canthigaster magaritatus

-ปลาปักเป้าน้ำจืด (white-spotted blow fish, puffer) Arothron hispidus

-ปลาปักเป้าทะเล (starry blowfish, puffer) A. stellatus

8. Family Diodontidae (porcupinefishes) อยู่ในวงศ์ของปลาปักเป้าหนามทุเรียน มีลำตัวกลมและปกคลุมไปด้วยหนามแหลมที่มีรากยึดอยู่ภายใน 2-3 ราก บางชนิดเมื่อพองตัวหนามนี้จะตั้งขึ้นตรง มีฟันหน้าหลอมติดกันที่ขากรรไกร 2 ซี่ คล้ายกับปลานกแก้ว เมื่อยังเป็นตัวอ่อนจะหากินอยู่ตามผิวน้ำ และจะเข้ามาหากินตามชายฝั่งเมื่อเป็นตัวเต็มวัย มีอยู่ด้วยกัน 6 สกุล 19 ชนิด ที่พบได้ในไทยเช่น

-Diodon histrix
-D. holacanthus
-Chilomycterus orbicularis

9. Family Molidae (molas, sunfishes) ลำตัวของปลาในวงศ์นี้จะป้อมสั้น มีฟันหน้าหลอมติดกัน 2 ซี่ ไม่มีก้านครีบแข็งที่ครีบหลังและครีบก้น ไม่มีคอดหาง มีครีบหางที่เสื่อม มีเพียงก้านครีบไม่กี่ก้านที่ดัดแปลงมาจากครีบหลังและครีบก้นส่วนท้าย หรืออาจไม่มีครีบหางเลยก็ได้ เส้นข้างตัวและถุงลมจะไม่มี ครีบหลังและครีบก้นที่ยกสูงขึ้นทำให้ว่ายน้ำไปได้ ตัวเมียของซันฟิชชนิด Mola mola ออกไข่ได้ครั้งละ 300 ล้านฟอง อาจเป็นปลาชนิดที่วางไข่ได้ดกที่สุด มีขนาดตัวที่ใหญ่มากในบางชนิด อาจยาวกว่า 2 เมตร หนักกว่า 1,000 กิโลกรัม ปลาพวกนี้จะกินแมงกะพรุนเป็นอาหาร มีอยู่ด้วยกัน 3 สกุล ได้แก่ Masturus, Mola และ Ranzania

ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ