ปลาที่อยู่ใน Suborder Labroidei

By -

1. Family cichlidae (cichlids) เป็นปลาน้ำจืด และน้ำกร่อย ในวงศ์ของปลาเทวดา ปลานิล ปลาหมอเทศ และปลาตระกูลทิลาเปีย ฯลฯ มีถิ่นกำเนิดจากอเมริกาและอัฟริกา เนื่องจากเป็นปลาเศรษฐกิจที่มีรสชาติดี เลี้ยงง่าย ราคาไม่แพงมากนัก จึงได้แพร่หลายเข้ามาในหลายๆ ประเทศ ลักษณะของลำตัวจะอ้วนสั้น แบนด้านข้าง หรือเปลี่ยนแปลงไปบ้างเล็กน้อย มีรูจมูกข้างละรู เส้นข้างตัวจะเป็นแบบขาดตอน มีก้านครีบหลังที่ยาวและมีก้านครีบแข็งอยู่ 7-25 อัน มีก้านครีบอ่อนอยู่ 5-30 อัน ก้านครีบแข็งที่ครีบก้นมี 3-15 อัน มีก้านครีบอ่อนอยู่ด้วย 4-15 อัน (ก้านครีบอาจมีมากกว่านี้ในบางชนิด) มีขนาดโตปานกลาง มีความยาวสูงสุดได้เพียง 80 เซนติเมตร คือ Boulengerochromis microlepis พบในทะเลสาบทางันยิกา

ปลาหลายชนิดมีสีสันที่สวยงาม จึงมักนิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่แปลกออกไป และมีราคาแพงขึ้น จึงมีการศึกษาค้นคว้า หาวิธีการผสมและปรับปรุงพันธุ์กันขึ้น เช่นในปลาเทวดา (angel fishes) Pterophyllum scalare ซึ่งมีอยู่หลายสายพันธุ์ ชื่อสามัญของปลาชนิดนี้จะตรงกับปลาแองเจลฟิชในวงศ์ Pomacanthidae ที่เป็นปลาทะเล เมื่อมีการซื้อขายกันต้องให้แน่ใจว่าเป็นแองเจลฟิชน้ำจืดหรือน้ำทะเล เพราะมักจะสับสนกันอยู่เสมอๆ

ปลาเศรษฐกิจที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายเพื่อการบริโภค เช่น ปลานิลและปลาในสกุลทิลาเปีย ถ้าต้องการให้ได้พันธุ์ใหม่ที่แปลกตา หรือให้ได้ตัวผู้ล้วนๆ เพื่อเพิ่มผลผลิตก็จะมีการผสมข้ามพันธุ์กันเพื่อเป็นการปรับปรุงพันธุ์ เดิมชื่อวิทยาศาสตร์ของปลานิลมีอยู่ว่า Tilapia nilotica แต่ด้วยอุปนิสัยในการวางไข่และเลี้ยงลูก ทำให้มีการจำแนกปลาสกุลทิลาเปียออกเป็น Tilapia, Oreochromis, Sarotherodon และ Heterochromis ปลานิลจะถูกจัดอยู่ในสกุล Oreochromis แต่นักวิชาการหลายท่านอ้างว่า เมื่อนำปลามาเลี้ยงในบ่อซีเมนต์หรือกระชัง พฤติกรรมเหล่านี้ก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้ และข้อจำกัดในการผสมข้ามพันธุ์ของปลาในกลุ่มทิลาเปียเดิม ก็มีน้อยมาก และไม่มีความเป็นหมันในลูกผสมหลายชนิด จึงไม่เห็นด้วยกับการจำแนกเช่นนี้

ปลาวงศ์นี้มีพฤติกรรมการเลี้ยงดูลูกแบ่งเป็น 3 แบบ คือ

1. พวกฟักไข่ในปาก(mouthbrooders) ซึ่งมักเป็นพวกปลาที่เป็นโพลิแกมัส ตัวเมียจะมีหน้าที่ดูแลลูก โดยการอมไข่ที่ผสมแล้วและลูกอ่อนไว้ในปาก มักพบปลากลุ่มนี้ในแถบอัฟริกา

2. พวกวางไข่ที่พื้นน้ำ(substratebrooders) ปลาพวกนี้มักเป็นพวกโมโนแกมัส ที่ตัวผู้และตัวเมียช่วยกันดูแลลูกและไข่

3. พวกที่วางไข่ที่พื้นน้ำแต่จะอมลูกไว้ในปากเมื่อฟักออกเป็นตัว ปลาในสกุล Discus ตัวเมีย จะหลั่งเมือกจากผิวหนังที่มีสีขาวคล้ายน้ำนมเพื่อเลี้ยงลูกอ่อน

ในทะเลสาบของอัฟริกา 3 แห่งจะพบปลาวงศ์นี้มากที่สุด คือ ทะเลสาบมาลาวี ทะเลสาบวิคตอเรีย และทะเลสาบทางันยิกา พฤติกรรมการกินอาหารของปลาเหล่านี้จะแตกต่างกันไป บางชนิดเช่น Pterotilapia tridentiger จะเป็นปรสิต ซึ่งเดิมจะเข้าใจว่ามันดูดกินสาหร่ายตามก้อนหิน แต่ต่อมาได้พบว่ามันชอบกัดกินเกล็ดและครีบของปลาอื่นๆ หรืออาหารที่อยู่ตามผิวน้ำ บางครั้งพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่ฝังตัวอยู่ในโคลนใต้น้ำก็ถูกมันดูดกิน หรือปลาที่ว่ายอยู่ในระดับกลางน้ำก็อาจถูกมันจับกิน บางสปีชีส์ชอบดูดกินตาของปลาชนิดอื่น เช่น Haplochromis compressiceps ในวงศ์นี้มีปลาอยู่ 105 สกุล 1,500 สปีชีส์ เช่น

-ปลาเทวดา (angel fish) Pterophyilum scalare

-ปลานิล (nile tilapia) Tilapia (Oreochromis) milotica

-ปลาหมอเทศ T. mossambica

-ปลาหมอเทศข้างลาย T. melanopleura

-ปลาออเรีย T. aurea มักเลี้ยงไว้เพื่อบริโภค และหลังจากที่ตัวอ่อนฟักตัวด้วยฮอร์โมนเมธิลเทสโตสเตอโรนแล้ว ก็มักจะทำให้เป็นเพศผู้

-ปลาสวยงามที่เลี้ยงกันในต่างประเทศ ได้แก่ Aequidens sp., Cichlasoma meeki, C. synspilum, Herichthys hatiensis

-ปลาปอมปาดัวร์ (pompano, discus) Symphysodon aquifasciatus มีอยุ่หลายสายพันธุ์ เช่น ปอมเจ็ดสี แพนด้าดิสคัส พีเจียนบลัด ไจแอนท์เรด ฯลฯ

-ปลาไซคลิดแคระ (dwarf cichlids) Nannacara spp.

2. Family Pomacentridae (damsel fishes) ส่วนใหญ่เป็นปลาสวยงามที่พบในดงปะการังในทะเล อยู่ในวงศ์ของปลาสลิดหิน ปลาการ์ตูน ลำตัวจะสั้นเป็นรูปไข่ ด้านข้างจะแบน รูจมูกมีข้างละรู แต่บางชนิดก็มีรูจมูกข้างละสองรู เช่นในสกุล Chromis, Dascyllus มีปากขนาดเล็ก มีเส้นข้างตัวที่ไม่สมบูรณ์ มีหนามที่ครีบก้น 2 อัน ครีบหลังต่อเนื่องกันและยาวมาก มีก้านครีบแข็งอยู่ 8-17 อัน มีก้านครีบอ่อน 11-18 อัน มีขนาดค่อนข้างเล็ก ความยาวของตัวที่ใหญ่ที่สุดมีเพียง 35 เซนติเมตร หน้าที่ดูแลไข่มักเป็นตัวผู้ มีอยู่ประมาณ 28 สกุล 315 สปีชีส์ เช่น

-ปลาการ์ตูน เหลืองปล้อง เห็ดทะเลครีบเหลือง(yellow-fin anemone fish) Amphiprion polymnus

-ปลาสลิดหิน pomacentrus spp.

-ปลาสลิดหิน Chromis spp.

-ปลาสลิดหินบั้ง (damsel fish, sergeant-major, convict-fish) Abudefduf saxatilis

-ปลาสลิดหินหน้าสั้น (puller, rock pilot) Dascyllus marginatus

-ปลาสลิดหินเขียว (green puller) Daya jerdoni

3. Family Labridae (wrasses) เป็นปลาทะเลที่อยู่ในวงศ์ปลานกขุนทอง มีปากที่ยืดหดได้โดยเฉพาะในสกุล Gomphosus มีจะงอยปากยื่นยาว ที่ขากรรไกรมีฟันที่ไม่เชื่อมติดกัน แต่จะยื่นออกมาให้เห็น มีครีบหลังที่ยาวและมีก้านครีบแข็งอยู่ 8-21 อัน มีก้านครีบอ่อน 6-21 อัน มีก้านครีบแข็งที่ครีบก้น 4-6 อัน มีก้านครีบอ่อน 7-18 อัน มีเกล็ดแบบไซคลอยด์ รูปร่างของปลาในวงศ์นี้จะแตกต่างกันมาก เช่น มีลำตัวสั้นไปจนถึงยาวรี แบนข้าง หรือมีสีสันงดงาม มีทั้งชนิดที่เลี้ยงเป็นปลาสวยงามและที่นำมาเป็นอาหาร มีความยาวมากในบางชนิด เช่น Cheilinus undulates ซึ่งยาวถึง 2.3 เมตร โดยความยาวเฉลี่ยของปลาพวกนี้จะอยู่ที่ 15 เซนติเมตรเท่านั้น ที่มีขนาดเล็กที่สุดจากทะเลแดงคือสปีชีส์ Miniabrus striatus ซึ่งยาวเพียง 4.5 เซนติเมตร ปลานกขุนทองบางชนิดมีสีสันเลียนแบบพวกที่ไม่ได้ล่าเหยื่อทั้งๆ ที่มันเป็นพวกล่าเหยื่อกินเป็นอาหาร และปลานกขุนทองที่ไม่ดุร้ายบางชนิดกลับเลียนแบบสีสันของปลากะรังที่ล่าเหยื่อและดุร้าย ในวงศ์นี้มีปลาจำนวนมากประมาณ 60 สกุล มากกว่า 500 สปีชีส์ ได้แก่

-ปลานกขุนทองจุดแดง Cheilinus chlorurus

-ปลานกขุนทองลายพาด C. fasciatus

-ปลานกเขา (wrasse, rainbow fish) Halichoeres hoeveni

-ปลานกขุนทองสองสี Hemigymnus melapterus

-ปลานกขุนทองฮาวาย (Hawaii’s wrasses) มีอยู่หลายสปีชีส์ เช่น Hawaiian hogfish –Bodianus bilunulatus, two spot wrass –C. bimaculatus, bird wrass –Gomphosus various, peacock razor fish –Xirichtys pavo ชนิดหลังสุดนี้เป็นปลาที่หนามใหญ่แข็งแรงยื่นชี้ไปข้างหน้าบนจะงอยปากเหนือตา

-ปลานกขุนทองนักทำความสะอาด ปลาพยาบาล (lip fish, cleaner wrass) Labroides dimidiatus

-ปลานกขุนทองโกลด์ซินนี(goldsinny wrass) Ctenolabrus ruprestris นิยมเลี้ยงไว้ในกระชังปลาแซลมอน เพื่อให้เก็บเห็บเหาจากตัวปลาแซลมอน

4. Family Scaridae (Callyodontidae) (parrot fishes) อยู่ในวงศ์ของปลานกแก้ว มีสีสันและลักษณะคล้ายปลานกขุนทอง การเปลี่ยนแปลงสีสันจะเป็นไปตามวัยและเพศ ปากมีขนาดเล็กไม่สามารถยืดหดได้ ที่ขากรรไกรมักมีฟันเชื่อมติดกัน ลักษณะของฟันซี่หน้าจะคล้ายปากนกแก้ว มีก้านครีบแข็งที่ครีบหลัง 9 อัน ก้านครีบอ่อน 10 อัน มีก้านครีบแข็งที่ครีบท้อง 1 อัน ก้านครีบอ่อน 5 อัน มีก้านครีบแข็งที่ครีบก้น 3 อัน ก้านครีบอ่อน 9 อัน มีเกล็ดแบบไซคลอยด์ขนาดใหญ่ กินพืชเป็นอาหาร หรือขูดแทะซากปะการังที่ตายแล้ว บางชนิดในขณะที่พักผ่อนกลางคืน จะสามารถหลั่งสารเมือกมาห่อหุ้มตัวได้ เช่นเดียวกับการเปลี่ยนเพศได้ในปลานกขุนทอง ปลาตัวผู้อาจมีเพศผู้มาตั้งแต่แรกเกิด หรืออาจเปลี่ยนมาจากเพศเมียก็ได้ เช่น

-ปลานกแก้วแก้มน้ำเงิน Callyodon jauthochir

-ปลานกแก้วแถบขาว C. dubius

ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ