ปลาที่อยู่ใน Superorder Acanthopterygii

By -

Order Mugiliformes (mullets)
ในกลุ่มนี้มีปลาเพียงวงศ์เดียวคือ Mugilidae เป็นปลาน้ำกร่อยเสียส่วนใหญ่ ลำตัวยาวรูปทรงกระบอก จึงเรียกกันว่า ปลากระบอก หลายสปีชีส์ตัวอ่อนจะอาศัยอยู่ในทะเล และเข้าไปหากินในแหล่งน้ำกร่อยเมื่อโตขึ้น มีเกล็ดแบบไซคลอยด์ขนาดใหญ่ ทั่วโลกจะนิยมรับประทานปลาชนิดนี้กันมาก เช่น

-ปลากระบอก Liza abu ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะนิยมเลี้ยงและรับประทานปลาชนิดนี้มาก มักชอบหากินอยู่ในแหล่งน้ำจืดและน้ำกร่อย

-ปลากระบอกเทา (gray mullet, jumping mullet) Mugil cephalus

-ปลากระบอกท่อนใต้ (diamond scaled gray mullet) M.vaigiensis

-ปลากระบอก โอวฮื้อ (striped mullet) M.dussumieri

Order Atheriniformes
ลำตัวของปลากลุ่มนี้จะเพรียวหรือยาว ครีบหลังมีสองอัน ครีบหลังอันแรกเป็นก้านครีบที่ไม่แข็งมาก ปลากลุ่มนี้หลายวงศ์ตัวผู้จะมีครีบยาว และอวัยวะบางส่วนมีสีเด่นกว่าตัวเมีย มีอยู่ทั้งหมด 8 วงศ์ 47 สกุล 285 สปีชีส์ ที่พบในประเทศไทยและมีความสำคัญ ได้แก่

1. Family Atherinidae (silversides) ปลาในวงศ์นี้ มีชื่อสามัญคือ ปลาหัวแข็ง มีทั้งที่เป็นปลาน้ำจืดและปลาทะเล มีลำตัวที่ยาว ด้านข้างของลำตัวมีแถบสีเงินอยู่ จึงมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า silverside แถบสีเงินนี้จะเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อนำปลาพวกนี้มาดองด้วยน้ำยาฟอร์มาลิน มีครีบท้องค่อนไปทางด้านท้อง มีเกล็ดขนาดใหญ่ เช่น

-ปลากรูเนียนเล็ก Leuresthes tenuis (small grunion) การวางไข่บนชายหาดที่แสนโรแมนติคของปลากรูเนียน ที่พบตามชายฝั่งคาร์ลิฟอร์เนีย เมื่อมีน้ำทะเลขึ้นสูงสุด ในช่วงเดือนมีนาคม-สิงหาคมในตอนกลางคืน เมื่อน้ำขึ้นสูงสุดอีกครั้งตัวอ่อนในทรายก็จะฟักออกเป็นตัว

-ปลาหัวแข็ง (hardy head, sand smelt, whitebait) Atherina forskali

-ปลาหัวตะกั่ว (small-mouth hardy head, silverside) A. valenciennes

2. Family Phallostethidae พบได้ในไทย ฟิลิปปินส์ เป็นปลาน้ำจืดหรือน้ำกร่อยที่มีลำตัวใส จึงเรียกกันว่า ปลาบู่ใส ใต้ท้องจะมีสันคม ที่ใต้คอของตัวผู้จะมี พริอาเพียม ค่อนไปทางซ้ายหรือขวา ลำตัวของตัวผู้จึงไม่สมมาตรกัน พริอาเพียมที่ยาวเป็น 2 ตอน จะใช้ยึดจับกับตัวเมียเมื่อผสมพันธุ์ ซึ่งเป็นส่วนที่ดัดแปลงมาจากกระดูกครีบอก ไม่มีครีบอกในตัวเมีย ยกเว้นบางสปีชีส์ มีการผสมพันธุ์แบบภายใน เมื่อตัวเมียวางไข่ ไข่จะมีสายยาว ปลาชนิดนี้ในบางสปีชีส์จะมีขนาดเล็ก เช่น Gulaphallus eximus ชนิดที่พบในลูซอน ฟิลิปปิน ความยาวมาตรฐานมีเพียง 3.7 เซนติเมตรเท่านั้น สกุลที่พบในประเทศไทยและมาเลเซีย คือ Neostethus, Phallostethus, Phenocostethus, Plectrostethus ฯลฯ

Order Beloniformes
ลำตัวของปลาในกลุ่มนี้มักจะยาว มีเกล็ดแบบไซคลอยด์ มีปากขนาดเล็ก ขยับขากรรไกรบนไม่ได้ มีอยู่ 5 วงศ์ 38 สกุล 191 สปีชีส์ มี 51 สปีชีส์ที่เป็นปลาน้ำจืดหรือน้ำกร่อย ส่วนที่เหลือจะเป็นปลาทะเล ที่มีความสำคัญ ได้แก่

1. Family Belonidae (needlefishes) จัดอยู่ในวงศ์ของปลากระทุงเหว มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า needlefish ที่แปลว่า ปลาเข็ม แต่คนไทยไม่เรียกว่า ปลาเข็ม เพราะปลาที่อยู่ในวงศ์ Hemiramphidae ที่มีชื่อสามัญอังกฤษว่า halfbeak จะเรียกว่า ปลาเข็ม แล้ว ซึ่งปลาชนิดนี้มีปากขนาดใหญ่ มีเกล็ดเล็ก พบได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำทะเล จะงอยปากทั้งส่วนบนและส่วนล่างของบางชนิดจะยื่นยาวออกมา ลักษณะของฟันจะคล้ายกับเข็ม แต่ในสกุล Belonion ในอเมริกาใต้ จะมีขากรรไกรบนสั้นกว่า เช่น

-ปลากระทุงเหว กระทุงเหวทะเล Strongylura annulata

-ปลากระทุงเหวทะเล อ้ายแรด Tylosurus crocodilus ซึ่งมีความยาวถึง 1 เมตร

-ปลากระทุงเหวทะเล กระทุงแทง (common garfish) Tylosurus giganteus

-ปลากระทุงเหวเมือง (freshwater garfish) Xenentodon cancila

2. Family Scomberesocidae (sauries) เป็นปลาทะเล ที่ชอบหากินอยู่ตามผิวน้ำ รูปร่างจะเพรียวบางแบบกระสวย จะมีครีบย่อยด้านหลังครีบหางและครีบก้นประมาณ 5-7 อัน มีเกล็ดขนาดเล็ก มีปากเล็ก ขากรรไกรจะยื่นยาวออกมา เช่นในสกุล Cololabis, Scomberesox

3. Family Exocoetidae (flyingfishes) มีขากรรไกรสั้นเป็นปกติ มีการดัดแปลงครีบหูให้ใหญ่เป็นพิเศษ โดยให้แผ่กางออกเพื่อช่วยในการร่อนขึ้นสู่ผิวน้ำ ครีบท้องของบางชนิดยังถูกดัดแปลงให้ใหญ่ขึ้นด้วย ที่พบได้มากในไทย คือ ปลานกกระจอก มีอยู่ด้วยกันหลายสปีชีส์ เช่น

-ปลานกกระจอก (flyingfish) Cypselurus spilopterus
-ปลานกกระจอก (small-scaled flyingfish) C. oligolepis
-ปลานกกระจอก (two-winged flyingfish) Exocoetus volitans

4. Family Hemiramphidae (halfbeaks) ปลาในกลุ่มนี้ชาวไทยเรียกว่า ปลาเข็ม มีขากรรไกรบนสั้นกว่าขากรรไกรล่าง ครีบหูและครีบท้องมีขนาดเล็ก ครีบหลังและครีบก้นอยู่ค่อนไปท้ายลำตัว เช่น

-ปลาเข็ม Dermogenys pusillus
-ปลากระทุงเหว Hemiramphus dussumieri
-ปลากระทุงเหว กระทุงเหวแม่หม้าย ตับเต่า (spotted halfbeak) H. far
-ปลาตัก (silver-lined halfbeak) H. unifasciatus
-ปลากระทุงปกแดง ปลาเข็มปกแดง H. gaimardi

Order Cyprinodontiformes
กลุ่มนี้จะเป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจมาก มักเลี้ยงเป็นปลาตู้ การจำแนกและหาบรรพบุรุษเดิมที่เป็นพันธุ์แท้ทำได้ยาก เพราะมีการผสมข้ามพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์กันหลายชนิด เพศผู้และเพศเมียจะมีความแตกต่างกัน ครีบของตัวผู้มักจะยาวและมีสีสดเข้มกว่าตัวเมีย เมื่อวางไข่แล้วไข่ก็จะฟักออกเป็นตัว และมีพัฒนาการภายใน 1 สัปดาห์ มีอยู่ทั้งหมด 8 วงศ์ 88 สกุล 807 สปีชีส์ ซึ่งเป็นปลาที่นำเข้ามาจากต่างประเทศเสียเป็นส่วนใหญ่

1. Family Aplocheilidae (rivulines) อาศัยอยู่ในน้ำจืด เป็นปลาขนาดเล็ก ครีบอกของบางชนิดจะอยู่ชิดกันมาก ไข่ปลาบางชนิดจะฝังตัวอยู่ใต้น้ำและจะฟักออกเป็นตัวเมื่อถึงฤดูฝนปีหน้า ระยะฟักเป็นตัวของบางชนิดอาจใช้เวลานานกว่า 1 ปี เช่น Rivulus marmoratus, Neofundulus sp.

2. Family Profundulidae (middle American killifishes) พบได้ในแหล่งน้ำจืดแถบเม็กซิโก กัวเตมาลา และฮอนดูรัส เช่น Profundulus spp.

3. Family Fundulidae (topminnows, killifishes) เป็นปลาที่หากินอยู่ใกล้ชายฝั่งในแหล่งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำทะเล เช่น Adinia, Fundulus, Plancterus

4. Family Anablepidae ปลาที่รู้จักกันดีในวงศ์นี้ คือ ปลาสี่ตา (four-eyed fish) Anableps spp. ตาจะอยู่ที่ส่วนหัวด้านบนและมีขนาดใหญ่ สามารถแบ่งตาออกได้เป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่ใช้มองภาพเหนือน้ำและใต้น้ำ

5. Family Poeciliidae (pociliids) เป็นที่อยู่ทั้งในและต่างประเทศ มักเป็นปลาสวยงาม เช่น
-ปลาเซลฟินมอลลี poecilia latipinna
-ปลากินยุง (mosquitofish) Gambusia affinis
-ปลาหางดาบ ปลาสอด (swordfish) Xiphophorus spp.
-ปลามิดไนท์ Mollienesia spp.
-ปลาหางนกยูง (guppy) Labistes reticularis (Poecilla reticulate)

6. Family Cyprinodontidae (pupfishes) พบปลาชนิดนี้ได้ทั่วไปในเขตร้อน ที่เป็นแหล่งน้ำจืด น้ำกร่อย และชายฝั่งทะเล มีการผสมพันธุ์ภายนอกตัว เช่นในปลาหัวตะกั่ว Aplocheilus (Panchax) panchax สามารถยืดหดขากรรไกรบนได้ หางของตัวผู้จะแดงกว่าตัวเมีย มีส่วนหัวที่แบนลงและมีจุดสีเงิน จึงได้ชื่อว่า ปลาหัวตะกั่ว ปลาชนิดนี้หาได้ง่ายตามคูคลองตื้น ในท้องนา แม้ความงามจะสวยสู้ปลากัดไม่ได้ แต่เด็กๆ ก็ชอบนำตัวผู้มากัดกัน มีปลาซิวตัวเล็กอีกสกุลหนึ่งที่พบตามท้องนา ได้แก่ Oryzias spp.

Order Beryciformes
ส่วนใหญ่จะเป็นปลาทะเลที่มีขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ มีปากใหญ่ ตาโต มีอยู่ด้วยกัน 7 วงศ์ 28 สกุล 45 สปีชีส์ ซึ่งเป็นปลาต่างประเทศเสียส่วนใหญ่ ที่พบได้ในไทย ได้แก่

1. Family Monocentridae (pinecone fishes) มีลำตัวป้อมสั้น มีแผ่นเกล็ดขนาดใหญ่ปกคลุมอยู่ ที่ขากรรไกรล่างจะมีต่อมเรืองแสง ที่พบในน่านไทยมีสองสกุลคือ knight fish หรือ pinecone fish Monocentris japonicas

2. Family Holocentridae (squirrelfishes, soldierfish) ถ้าแปลตามพจนานุกรมอังกฤษ ปลาในวงศ์นี้น่าจะเรียกว่า ปลากระรอก หรือปลาทหาร ครีบหลังแบ่งเป็นสองตอนและยาว มีก้านครีบแข็งที่ตอนหน้า มีถุงลมเป็นท่อทอดยาวตามลำตัว ชาวไทยเรียกว่า ปลาข้าวเม่า ที่พบในไทย ได้แก่
-ปลาข้าวเม่าน้ำลึก สมจิตร Holocentrus ruber
-ปลาข้าวเม่าน้ำลึกครีบดำ (soldierfish) Myripristis murdjan)

Order Gasterosteiformes
เป็นปลาที่อยู่ในวงศ์ต่างประเทศ มีทั้งหมด 11 วงศ์ ที่น่าสนใจคือ

1. Family Gasterosteidae อยู่ในวงศ์ของปลาสติกเกิลแบค มีทั้งที่เป็นปลาน้ำกร่อยและปลาทะเล แต่จะเป็นปลาน้ำจืดเสียเป็นส่วนใหญ่ มีขนาดลำตัวยาวปานกลาง มีแผ่นเกราะหุ้มตามลำตัว ที่ครีบหลังส่วนหน้าจะมีเงี่ยงยื่นยาวขึ้นไป 3-16 อัน เห็นได้เด่นชัด จำนวนของเงี่ยงขึ้นอยู่กับแต่ละสปีชีส์ พฤติกรรมการสร้างรังและวางไข่ของปลาพวกนี้ ค่อนข้างพิถีพิถันและโรแมนติค ที่น่าสนใจคือ
-Threespine stickleback Gasterosteus aculatus
-Fourspine stickleback Apeltes quadracus
-fifteenspine stickleback Spinachia spinachia

2. Family Pegasidae (seamoths) อยู่ในวงศ์ของปลาผีเสื้อกลางคืน หรือปลาจระเข้หิน รูปร่างจะแบนลงและมีความกว้าง มีแผ่นเกราะหุ้มตามลำตัว มีจะงอยปากที่ยื่นยาวออกไป และปากจะอยู่ที่จะงอยปากนั้น มีการขยายใหญ่ของครีบหูคล้ายปีกผีเสื้อ ครีบหลังและครีบก้นจะสั้น ไม่มีถุงลม มีความยาวของลำตัวประมาณ 10-14 เซนติเมตร มีอยู่ 2 สกุล ที่พบในไทยตามแหล่งน้ำกร่อยและน้ำทะเล คือ

-ปลาจระเข้หิน ผีเสื้อกลางคืน มังกรทะเล (winged dragonfish, seamoth) Pegasus volans

-ปลาจระเข้หิน มังกรทะเล (short dragonfish, seamoth) P. draconis

3. Family Solenostomidae (ghost pipefishes) ลำตัวของปลาในวงศ์นี้จะสั้น ด้านข้างแบน ตามลำตัวมีแผ่นเกราะหุ้ม มีจะงอยปากยื่นยาวเป็นท่อ ปลายท่อจะมีปากอยู่ มีครีบหลัง 2 ครีบแยกจากกัน ครีบท้องมีขนาดใหญ่ มีครีบหูเล็ก ตัวเมียมีถุงหน้าท้องที่ดัดแปลงมาจากครีบท้องสำหรับฟักไข่ ซึ่งแปลกกว่าม้าน้ำวงศ์อื่น เป็นปลาขนาดปานกลาง มีความยาวสูงสุดเพียง 16 เซนติเมตร มีอยู่สกุลเดียว คือ Solenostomus spp. มีอยู่ด้วยกัน 3 สปีชีส์

4. Family Syngnathidae (pipefishes, seahorses) อยู่ในวงศ์ของม้าน้ำและปลาจิ้มฟันจระเข้ เป็นปลาทะเลในเขตร้อยและกึ่งร้อน ชอบอาศัยอยู่ตามดงสาหร่ายและหญ้าทะเล จะว่ายน้ำขึ้นลงในแนวดิ่ง มีลำตัวมีแผ่นเกราะหุ้ม และค่อนข้างเรียวยาว มีจะงอยปากเป็นท่อ และปากจะอยู่ที่ปลายท่อนั้น ครีบหลังมีอันเดียว เมื่อโตเต็มวัย ครีบหลัง ครีบก้นและครีบหูอาจหายไป มีคอดหางที่เล็กยาวและอาจม้วนงอเพื่อใช้ยึดกับวัตถุใต้น้ำ ตัวผู้จะมีถุงหน้าท้องตรงบริเวณท้องหรือค่อนไปทางหาง เพื่อใช้ฟักไข่ ชาวจีนนิยมนำมาทำยาบำรุงและรักษาโรคต่างๆ บางแห่งก็นำมาตากแห้งเพื่อทำพวงกุญแจ ปลาชนิดนี้จึงถูกล่าจนใกล้จะสูญพันธุ์ เช่น
-ม้าน้ำ (seahorse) Hippocampus histrix, และ H. kuda
-ม้าน้ำ ม้าน้ำหางยาว (freshwater pipefish) Ichthyocampus carce
-จิ้มฟันจระเข้ (pipefish) Microphis boaja พบได้ในแหล่งน้ำจืด
-จิ้มฟันจระเข้ (pipefish) Halicampus spp.

5. Family Aulostomidae (trumpetfishes) เป็นปลาต่างประเทศที่อยู่ในวงศ์ของปลาปากแตร มีลำตัวที่ยาวและแบนข้าง มีเกล็ด มีจะงอยปากเป็นท่อยื่นออกไป ปากจะอยู่ตรงปลายท่อ มีหนวดที่ขากรรไกรล่าง ครีบหลังมี 2 อัน อันหน้าของก้านครีบหลังจะเป็นก้านครีบแข็ง 8-12 ก้าน แยกออกจากกันอย่างอิสระ มักชอบล่าเหยื่อตามดงปะการัง ความยาวของบางตัวมีถึง 80 เซนติเมตร มีอยู่เพียงสกุลเดียว คือ Aulostomus chinensis

6. Family Fistulariidae (cornetfishes) ปากของปลาในกลุ่มนี้จะเป็นท่อยาว ทำหน้าที่ในการดูดคล้ายหลอดกาแฟ มีลำตัวที่ยาวและแบนลง ครีบหางจะมีส่วนเว้า ก้านครีบหางอันกลางจะยื่นยาวออกไป เป็นปลาที่ชอบอาศัยอยู่ในเขตร้อนและกึ่งร้อนในแหล่งน้ำตื้น ใช้ปากดูดในการล่าเหยื่อ เช่น

-ปลาปากแตร สามรส (cornetfish, flutefish, hair-tailed flute mouth) Fistularia villosa
-ปลาปากแตร สามรส (smooth flute mouth) F.petimba

7. Family Centriscidae (shrimpfishes) ปลาชนิดนี้ลำตัวจะแบนข้าง มีความบางคล้ายกับมีดโกน จึงเรียกว่า razor fish หรือ sea snipe มีแผ่นเกราะใสห่อหุ้มลำตัวไว้ ซึ่งเกราะนี้จะดัดแปลงมาจากกระดูกสันหลังที่ขยายตัว มีสันท้องที่คม ครีบหลังอันแรกมีหนามยื่นยาวไปทางท้ายของลำตัว มีก้านครีบอ่อนที่ครีบหลังอันที่สอง ครีบหางและครีบหลังอันที่สองจะยื่นยาวมาทางด้านท้อง ไม่มีฟันในปาก ว่ายน้ำขึ้นลงในแนวดิ่ง ที่พบในไทย ได้แก่ ปลาข้างใส Centriscus scutatus

Order Synbranchiformes (Symbranchii)
ลำตัวของปลาในกลุ่มนี้จะยาวคล้ายงู ไม่มีครีบหู จะเป็นปลาน้ำจืดเสียส่วนใหญ่ ที่เป็นปลาน้ำกร่อยมีไม่กี่ชนิด มีอยู่ทั้งหมด 3 วงศ์ 12 สกุล 87 สปีชีส์

1. Family Synbranchidae (Flutidae) (swamp-eels) อยู่ในวงศ์ของปลาไหลน้ำจืด มีลำตัวยาวคล้ายงู ครีบหูและครีบท้องจะไม่มี มีครีบหลังและครีบก้นที่เสื่อม มีตาขนาดเล็กที่เสื่อมหรือบอด มีช่องเปิดเหงือกขนาดเล็ก ไม่มีถุงลม มักพบในเขตร้อนและกึ่งร้อน ที่เป็นกระเทยมีสองเพศก็มีอยู่หลายสปีชีส์ และที่ชอบขุดรูอยู่ในดินใต้น้ำก็มีอยู่หลายสปีชีส์เช่นกัน มีอยู่ทั้งหมด 4 สกุล 15 สปีชีส์ เช่น

-ปลาไหลบึง ไหลน้ำจืด (marsh eel, shore eel, pigmy eel) Synbranchus bengalensis
-ปลาไหล ไหลนา (pigmy eel) Fluta alba (Monopterus albus)
-ปลาไหลในสกุล Macrotrema, Monopterus

2. Family Chaudhuriidae อยู่ในวงศ์ของปลาหลดแคระ ลำตัวจะเรียวยาวมาก และแบนข้างเล็กน้อย มีครีบหลังยาว ไม่มีก้านครีบแข็งและเกล็ด ไม่มีครีบท้อง ปากเล็ก ครีบหูมีลักษณะกลมมนขนาดเล็ก ครีบหางกลม พบได้ทั่วไปในแหล่งน้ำจืดของไทย เกาหลี มาเลเซีย ฯลฯ เช่นในสกุล Chaudhura, Nagaichthys, Pillaia

3. Family Mastacembelidae (spiny eels) อยู่ในวงศ์ของปลาหลดและปลากระทิง ลำตัวของปลาวงศ์นี้จะสั้นกว่าวงศ์อื่นๆ พบได้ทั่วไปในแหล่งน้ำจืด เวลากลางวัน หรือในฤดูแล้งบางชนิดจะชอบฝังตัวอยู่ในโคลนหรือทราย มีเกล็ดขนาดเล็กตามลำตัว มีครีบหลัง ครีบหาง และครีบหู ในบางประเทศจะนิยมรับประทานกัน แต่ในไทยยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก มักนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม ราคาไม่ค่อยแพง เช่น

-ปลาหลด (lesser spiny eel) Macrognathus aculeatus
-ปลากระทิง (spiny eel) Mastacembelus armatus

Order Scorpaeniformes
กระดูกใต้ตาของปลากลุ่มนี้จะยื่นยาวออกมา มีหนามหรือแผ่นเกราะหุ้มส่วนหัวไว้ มีครีบหูกลม เป็นปลาที่มีรูปร่างแปลกประหลาดในทะเล มีอยู่ด้วยกันหลายวงศ์ เช่น

1. Family Dactylopteridae (flying gurnards) มีลำตัวที่ยาว หัวทู่ถูกหุ้มไว้ด้วยแผ่นเกราะ เกล็ดตามลำตัวจะเป็นหนาม มีครีบหูที่ขยายใหญ่ ด้านในมีก้านครีบแยกเดี่ยวๆ ที่คอจะมีครีบท้องอยู่ ชอบหากินตามก้นทะเล บางชนิดสามารถเดินในพื้นน้ำด้วยครีบหูที่ขยับได้ดี และสามารถทำเสียงได้ ที่พบได้ใกล้น่านน้ำไทย คือ ปลานกฮูก Dactyloptena orientaris

2. Family Scorpaenidae (scorpionfishes, rockfishes) มีลำตัวป้อม สั้น แบนข้าง มีปุ่มหนามมากมายที่หัว ที่แผ่นปิดเหงือกก็มีหนามอยู่ 1-2 อัน มีเกล็ดแบบทีนอยด์ จะผสมพันธุ์แบบภายในเป็นส่วนใหญ่ อาจมีการออกลูกเป็นตัวในบางชนิด และบางชนิดก็ออกลูกเป็นไข่ที่อยู่ในวุ้นกลมๆ คล้ายลูกบอล บางครั้งวุ้นกลมๆ นี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 20 เซนติเมตร เช่นในชนิด Scorpaena guttata ในวงศ์นี้มีปลาอยู่มากถึง 56 สกุล 388 สปีชีส์ เช่น

-ปลากะรังหัวโขน Inimicus sp.
-ปลาหัวโขน (striped-butterfly fish, mile’s fire fish) Pterois miles
-ปลาหัวโขน (cockscomb fish, scorpionfish) Amblyapistus sp.
-ปลามังกร สิงโต (Russel’s fire fish, lionfish, scorpionfish) P.volitans
-ปลาหัวโขน (painted stingfish, New Guinea stingfish) Scorpaenopsis novae-guineae

3. Family Triglidae (searobins, gurnard) อยู่ในวงศ์ปลามังกร เป็นปลาทะเลในเขตร้อนและกึ่งร้อน ครีบหลังมี 2 อัน อันแรกของครีบหลังจะเป็นก้านครีบแข็ง มีครีบหูที่ใหญ่ และมีก้านครีบแข็งแยกออกมา 2-3 อันอย่างอิสระ มีจะงอยปากยื่นยาวไปข้างหน้า มีแผ่นเกราะปกคลุมส่วนหัว สามารถทำเสียงได้ ความยาวของบางตัวมีถึง 1 เมตร ได้แก่ ปลามังกรในสกุล Eutrigla, Heminodus, Peristedion

4. Family Platycephalidae (flatheads) เป็นปลาหน้าดินในวงศ์ปลาหัวแบน หางควาย มีลำตัวยาวและแบนลง ส่วนหัวจะแบนลงมาก มีเกล็ดแบบทีนอยด์ มีครีบหลัง 2 อัน ความยาวของบางตัวอาจมีถึง 1.1 เมตร เช่น

-ปลาหางควาย(sand gurnard) Platycephalus indicus
-ปลาช้างเหยียบ หางเหยียบจุด(spotted flathead) Thysanophrys crocodilus
-ปลาช้างเหยียบหางยาว Elates ransonnetti

Order Perciformes
ในกลุ่มนี้เป็นปลาที่ค่อนข้างจำแนกได้ยุ่งยาก แม้อยู่ต่างวงศ์กันแต่ก็มีลักษณะหลายประการที่คล้ายกัน มีลักษณะที่สำคัญคือ ครีบหลังมี 2 อัน อาจติดหรือแยกกันก็ได้ หรืออาจแบ่งเป็น 3 ตอน มีหนามที่ครีบหางในขนาดที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละชนิด รูจมูกมี 2 คู่ ยกเว้นในบางวงศ์ แบ่งได้เป็น 18 ซับออเดอร์ 148 วงศ์ ประมาณ 1,496 สกุล 9,293 สปีชีส์ พบได้ในแหล่งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำทะเลทั่วไป

ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ