ปลาที่ไม่มีขากรรไกรในClass Cephalaspidomorphi

By -

(Monorhina)
Order Petromyzontiformes(Hyperoartii)

ในคลาสนี้มีสัตว์อยู่ 2 semicircular canal รูจมูกตรงกลางระหว่างตาจะมีช่องเดียว ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันมีเพียงออร์เดอร์เดียว คือ Petromyzontiformes วงศ์ Petromyzontidae เช่น Petromyzon marinus, Ichthyomyzon และ Lampretra ฯลฯ มีชื่อว่าแลมเพรย์เป็นชื่อสามัญ มีอยู่ 41 ชนิดที่ได้รับการตั้งชื่อแล้ว มี 23 ชนิดเป็นปลาน้ำจืด และอีก 18 ชนิดเป็นปลาที่ดำรงชีวิตแบบปรสิต นอกจากนี้ก็จะเป็นพวกที่หากินอิสระ แต่ชีวประวัติทั้งสองกลุ่มนี้ก็ได้แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน เชื่อว่าพวกที่สืบเชื้อสายมาจากพวกปรสิต คือพวกที่หากินอิสระ การเป็นปรสิตจะอยู่ในช่วงโตเต็มวัย หลังจากที่รูปร่างจะมีการเปลี่ยนแปลง และก่อนจะถึงเวลาผสมพันธุ์ โดยอาหารของมันจะเป็นเลือดและของเหลวจากเนื้อเยื่อปลาอื่น แต่ถ้าเป็นพวกที่หากินอิสระ หลังจากที่โตเต็มวัยมันจะผสมพันธุ์ทันทีโดยไม่กินอาหาร แลมเพรย์ปรสิตบางชนิดที่กำลังจะกลายไปเป็นพวกที่หากินแบบอิสระ จากรายงานของ วลาดิคอฟ และคอทท์(1979) เขาได้เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า satellite species ในกลุ่มสัตว์มีกระดูกสันหลัง แลมเพรย์จะมีจำนวนโครโมโซมมากที่สุด คือมีอยู่ 2 ชุด ประมาณ 164-168 แท่ง

ส่วนใหญ่แลมเพรย์จะเป็นปลาน้ำจืดและปลาทะเล ที่กลับมาวางไข่ในแหล่งน้ำจืด อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำเย็น ความยาวของตัวเต็มวัยอาจมีถึง 0.9 เมตร ครีบหลังมี 1-2 อัน ตาของตัวเต็มวัยจะพัฒนาได้ดี ปากกลม มีฟันที่ปากและลิ้น ไม่มีหนวด ยกเว้นฟอสซิลบางชนิด มีทั้งเพศผู้และเพศเมีย ขนาดของไข่เล็ก ไม่มีไข่แดง เรียกตัวอ่อนของมันว่า ammocoete larva ยาวประมาณ 10 ซม. ตัวเมียของแลมเพรย์บางชนิดที่หลังครีบก้นจะมีเนื้อติ่งออกมา ซึ่งนักวิชาการบางท่านบอกว่าคือ ครีบก้นที่แท้จริง ชีวประวัติของแลมเพรย์จะคล้ายกับปลาแซลมอน ซึ่งตัวเต็มวัยจะกลับมาสืบพันธุ์ที่แห่งน้ำจืด สร้างรังและวางไข่บริเวณก้อนกรวดที่ก้นลำธาร และตัวพ่อแม่จะตายไปหลังจากที่วางไข่แล้ว ตัวอ่อนที่ฟักออกมาก็จะหากินอยู่ในแหล่งน้ำจืดนั้น แล้วมาขุดรูฝังตัวอยู่ในแหล่งที่มีดินโคลนประมาณ 5-6 ปี หรืออาจใช้เวลานานกว่านี้ในบางชนิด ในช่วงนี้อาหารของมันก็คือ สาหร่ายและซากเน่าเปื่อยในดินต่างๆ มันมีลำตัวสีดำ ไม่มีตา ลำตัวจะค่อยๆ ขาวเมื่อโตขึ้น ตาก็จะเริ่มโต และย่างเข้าสู่ตัวเต็มวัย ออกหากินและสืบพันธุ์ต่อไป แลมเพรย์ที่เป็นปรสิตจะมีฟันที่คมและปากดูดที่มีประสิทธิภาพกัดเจาะข้างลำตัวของเหยื่อ ปากที่เป็นเหมือนระบบสุญญากาศจะทำให้ดูดติดแน่นกับเหยื่อ ส่วนฟันและลิ้นก็จะทำหน้าที่กัดและดูดเลือดกินเป็นอาหาร ถ้าเหยื่อเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ก็อาจมีชีวิตรอดอยู่ได้ แต่ก็ยังไม่เคยมีการสำรวจพบว่าปลาที่เป็นเหยื่อรอดชีวิตมาเมื่อถูกแลมเพรย์ดูดกินเลือด อาจเป็นเพราะว่ารอยแผลลึกที่แลมเพรย์ฝากไว้ก่อนจากไปทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียได้ง่าย และมีเชื้อรามาซ้ำเติมด้วย ร่างกายจึงอ่อนแอ การหลบศัตรูก็ไม่สามารถทำได้อย่างทันที

แลมเพรย์จากฝั่งตะวันออกของอเมริกาเหนือ ได้อพยพเข้ามาอยู่ในบริเวณเกรทเลคเมื่อมีการขุดคลองรอบๆ น้ำตกไนแอการา เมื่อมีการแพร่พันธุ์ก็ได้ทำลายปลาพื้นเมืองไปจนเหลือน้อยจนเกือบจะสูญพันธุ์ เพราะปลาพื้นเมืองจะไม่คุ้นเคยกับการถูกรังแกจากแลมเพรย์ จึงมีการจัดตั้งโครงการอนุรักษ์พันธุ์ปลาพื้นเมือง เพื่อไม่ให้หมดไปจากแหล่งนี้ โดยการกำจัดปลาแลมเพรย์ ซึ่งต้องใช้เงินไปกว่าล้านดอลลาร์
ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ