ปลูกปาล์มน้ำมันเพื่อการค้า

By -

ชื่อสามัญ oilpalm
ชื่อวิทยาศาสตร์ Elaeis guineensis Jacq.
ชื่อวงศ์ Palmae หรือ Recaceae

ปาล์มน้ำมัน เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบร้อนชื้นแถบแอฟริกา ต่อมาได้มีการแพร่กระจายพันธุ์ไปสู่ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไนจีเรีย ไทย โคลัมเบีย อินเดีย พม่า และกัมพูชาต้นปาล์มน้ำมัน

ปาล์มน้ำมันเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยืนยาวกว่า 100 ปีขึ้นไป สำหรับพันธุ์ที่ปลูกเป็นการค้ามักโค่นทิ้งทำลายไปเมื่อมีอายุประมาณ 25-30 ปี เนื่องจากได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่ากับการดูแลรักษา ความสูงของต้นปาล์มน้ำมันจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยปีละ 20 – 50 ซม. แต่พันธุ์การค้าควรมีความสูงที่ 15 – 18 เมตร

ปาล์มน้ำมัน มีทั้งช่อดอกตัวผู้และช่อดอกตัวเมียในต้นเดียวกัน สีของผลมีทั้งสายพันธุ์ที่มีผลดิบสีเขียวแล้วเปลี่ยนเป็นสีส้มเมื่อสุก และพันธุ์ที่ผลดิบเป็นสีดำเมื่อสุกจะกลายเป็นสีแดง แต่ไม่นิยมขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด เนื่องจากมักเกิดการกลายพันธุ์จนได้ผลผลิตและเปอร์เซ็นต์ของน้ำมันลดลง ส่วนที่ให้น้ำมันมาจากเปลือกนอกประมาณ 16-25% และจากส่วนเนื้อในประมาณ 3-5%ของน้ำหนักทะลาย

ลักษณะผลของปาล์มน้ำมันสามารถจำแนกได้เป็น 3 แบบ คือ
1. พันธุ์ดูรา (Dura) มีกะลาหนาประมาณ 2-8 มม. รอบกะลาไม่มีวงเส้นประสีดำ เปลือกนอกบาง มีเปอร์เซ็นต์ของน้ำมันต่ำ

2. พันธุ์พิสิเฟอรา (Pisifera) ผลไม่มีการพัฒนา ไม่มีกะลา ช่อดอกตัวเมียเป็นหมัน ทะลายเล็ก ผลมักลีบฝ่อ ทรงต้นใหญ่ ให้ผลผลิตต่ำหรือไม่มีเลย ไม่นิยมปลูกเป็นการค้า

3. เทเนอรา (Tenera) เป็นพันธุ์ลูกผสมที่เกิดจากพันธุ์ดูราและพิสิเฟอรา มีกะลาบางประมาณ 0.5-4 มม. รอบกะลามีวงเส้นประสีดำ เปลือกนอกหนา ผลดิบมีสีดำ เมื่อสุกจะเป็นสีแดงอมส้ม เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นการค้า เนื่องจากให้เปอร์เซ็นต์ของน้ำมันได้สูง

ปาล์มน้ำมันพันธุ์ดี จะสามารถให้ผลผลิตที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอได้ตลอดทั้งปี เป็นที่ต้องการของตลาด และขายได้ราคาดี ดังนั้น จึงควรเลือกซื้อต้นพันธุ์จากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้เท่านั้น

ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่มีศักยภาพในการผลิตน้ำมันได้สูงเมื่อเทียบกับพืชที่ให้น้ำมันชนิดอื่น เป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี สามารถให้ผลผลิตได้ยาวนานกว่า 25 ปีจากการลงทุนเพียงครั้งเดียว เป็นพืชที่ไม่มีการตัดต่อพันธุกรรม ซึ่งเป็นผลดีต่อระบบนิเวศน์และผู้บริโภค สามารถใช้ทดแทนพลังงานเชื้อเพลิงได้โดยการนำไปผลิตเป็นไบโอดีเซล ซึ่งสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยก็มีความเหมาะสมที่จะปลูกปาล์มชนิดนี้ได้ดี

พื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกปาล์มน้ำมันต้องมีอุณหภูมิระหว่าง 20-30 องศาเซลเซียส สามารถรับแสงแดดได้ประมาณ 5 ชั่วโมง/วัน มีปริมาณน้ำฝนไม่ต่ำกว่า 1,800-2,000 มม./ปี มีความชื้นสัมพันธ์ในอากาศต่อปีประมาณ 75% เป็นพื้นที่ที่ไม่มีพายุรุนแรง และไม่มีความแห้งแล้งเกิน 3 เดือนปาล์มน้ำมัน

ปาล์มน้ำมันสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพของดินร่วนเหนียวหรือดินเหนียว ที่อุ้มน้ำได้ดี มีชั้นหน้าดินลึกลงไปประมาณ 75 ซม. มีระดับน้ำใต้ดินที่ลึกลงไปประมาณ 75-100 ซม. มีค่า pH ของดินระหว่าง 4.0-6.0 มีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ เป็นพื้นที่ที่ไม่มีน้ำท่วมขัง สามารถระบายน้ำได้ดี มีความลาดชันได้เล็กน้อย อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่เกิน 500 เมตร

พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันต้องมีการคมนาคมที่สะดวก อยู่ห่างจากแหล่งรับซื้อไม่เกิน 120 กม. เนื่องจากต้องทำการขนส่งให้ทันภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว

การปลูก
ควรเตรียมพื้นที่ในการปลูกปาล์มน้ำมันในช่วงฤดูแล้ง โดยการไถพรวนปรับพื้นที่ให้เรียบ สร้างถนนเพื่อให้สะดวกต่อการขนส่ง และทำร่องระบายน้ำไปพร้อมกันซึ่งจำเป็นมากสำหรับพื้นที่ลุ่มหรือมีน้ำท่วมขัง ควรวางแนวการปลูกให้ปาล์มน้ำมันได้รับแสงแดดได้มากที่สุดเพื่อเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการสังเคราะห์แสง ใช้ระยะปลูกที่เหมาะสมประมาณ 9 x 9 x 9 เมตร แบบสามเหลี่ยมด้านเท่า ขนาดของหลุมปลูกเป็นรูปตัวยู ควรมีความกว้าง ยาว ลึกประมาณ 45 ซม. ดินชั้นบนและชั้นล่างที่ขุดขึ้นมาจากหลุมให้แยกตากทิ้งไว้ประมาณ 10 วัน ก่อนนำต้นกล้าลงปลูก ฤดูปลูกที่เหมาะสมจะอยู่ในช่วงต้นฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เนื่องจากดินจะมีความชื้น ทำให้ต้นกล้าสามารถตั้งตัวได้ดี ต้นกล้าที่นำมาปลูกไม่ควรมีอายุเกิน 1 ปี ก่อนปลูกให้รองก้นหลุมด้วยดินที่ผสมกับปุ๋ยร็อคฟอสเฟต ในอัตรา 250 กรัม/หลุม นำต้นกล้าลงปลูกด้วยความระมัดระวัง กลบด้วยดินชั้นบนและดินชั้นล่างให้แน่น โดยให้โคนต้นกล้าอยู่ในระดับดินเดิม ควรมีต้นกล้าสำรองไว้ปลูกซ่อมทันทีเมื่อต้นเดิมเกิดความเสียหาย

การใส่ปุ๋ย
ในแต่ละพื้นที่การปลูกจะใช้อัตราการใส่ปุ๋ยให้แก่ปาล์มน้ำมันแตกต่างกันออกไป ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของพืช โดยใส่บริเวณที่มีการแผ่ขยายของรากเพื่อให้นำไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด ใส่ปุ๋ยในช่วงที่ดินมีความชื้นเพียงพอ แต่ไม่ใช่ในช่วงหน้าแล้งหรือเมื่อมีฝนตกหนัก ในปีแรกของการปลูกควรใส่ประมาณ 4-5 ครั้ง/ปี ในปีที่ 2 ใส่ประมาณ 3 ครั้ง/ปี เมื่อมีอายุ 5 ปีขึ้นไปให้ลดลงเหลือปีละ 2 ครั้ง ซึ่งต้องพิจารณาตามสภาพแวดล้อมในขณะนั้นด้วย

ควรปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อป้องกันและควบคุมการเจริญเติบโตของวัชพืช ป้องกันการชะล้างและพังทลายของดิน และเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน และควรหมั่นดูแลเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอไม่ให้มีมากจนเกินไป

การให้น้ำ
ควรมีการให้น้ำเสริมสำหรับพื้นที่ที่มีความแห้งแล้งยาวนานกว่า 3-5 เดือน หรือมีปริมาณน้ำฝนต่อปีน้อยกว่า 1,800 มม. ส่วนพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำเพียงพอควรให้น้ำแบบหยด หากเป็นพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำมากเกินไปควรให้น้ำแบบฝอยหรือแบบโปรย

การเก็บเกี่ยว
หลังจากปลูกไปได้ประมาณ 30 เดือน ปาล์มน้ำมันก็จะเริ่มมีทะลายผลผลิตให้เก็บเกี่ยวได้ ขนาดของทะลายในช่วงแรกจะมีขนาดเล็ก และจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อต้นปาล์มมีอายุ 5 ปีขึ้นไป เก็บเกี่ยวเฉพาะผลผลิตที่มีขนาดพอดีไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป โดยมีน้ำหนักเฉลี่ยของทะลายประมาณ 15 กก. ระยะห่างของการเก็บเกี่ยวแต่ละครั้งห่างกันประมาณ 15 วัน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานถึงกว่า 25 ปี