ปาหนันช้าง

By -

ชื่อวิทยาศาสตร์ Goniothalamus giganteus Hook.f. & Thomson
ชื่อวงศ์ ANNONACEAE
ชื่ออื่น กระนือเราะปาหนันช้าง

ปาหนันช้าง เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มขนาดเล็กที่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับกระดังงา มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ในป่าดิบชื้นที่ลุ่มต่ำ และในป่าพรุทางภาคใต้ของประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ และยังมีประโยชน์ทางยาด้วย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มีลักษณะคล้ายกับต้นกระดังงา แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่มกลม มีความสูงของลำต้นตั้งแต่ 5-15 เมตร เปลือกลำต้นหนาฉ่ำน้ำมีสีเทาเข้ม กลิ่นฉุน

ใบ
มีลักษณะเป็นรูปรียาวหรือรูปขอบขนาน โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบเรียบมีสีเขียวเป็นมันและกรอบ ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับตรงข้ามกัน มีความยาวประมาณ 15-25 ซม.

ดอก
ออกเป็นดอกเดี่ยว หรือออกเป็นกลุ่มประมาณ 2-3 ดอก บริเวณกิ่งก้าน มีกลีบดอกรูปไข่แกมขอบขนาน เรียงซ้อนกัน 2 ชั้นๆละ 3 กลีบ ขอบกลีบดอกหยักเป็นคลื่น เมื่อดอกเริ่มบานจะมีสีเขียว และจะกลายเป็นสีเหลืองเมื่อแก่ ดอกมีขนาดใหญ่สวยงาม บานทนได้นานประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่อบานเต็มที่จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 7-10 ซม. ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ในช่วงเช้าและเย็น สีของดอกปาหนันช้างมีทั้งที่เป็นสีเขียว สีครีม สีเหลือง สีชมพู หรือสีส้ม ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ มักให้ดอกในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ในบางชนิดก็สามารถทยอยให้ดอกได้ตลอดทั้งปี

ผล
มีลักษณะเป็นผลกลุ่ม ที่ประกอบด้วยผลย่อยรูปทรงกระบอกประมาณ 6-18 ผล เปลือกผลขรุขระ มีสีเหลืองอมเขียวเมื่อแก่ ภายในผลมีเมล็ดอยู่ประมาณ 1-3 เมล็ด

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด หรือปักชำกิ่ง ปาหนันช้างเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์และสามารถระบายน้ำได้ดี ต้องการน้ำและความชื้นมาก ชอบแสงแดดแบบเต็มวัน หากปลูกลงดินควรเป็นพื้นที่กลางแจ้ง และปลูกให้ห่างจากต้นไม้อื่นประมาณ 3 เมตรเป็นอย่างน้อย หมั่นรดน้ำใส่ปุ๋ย พรวนดิน และตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งอยู่เสมอๆ

ประโยชน์
นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ เนื่องจากให้ดอกที่มีสีสันสวยงามแปลกตา มีกลิ่นหอมเย็น ให้ดอกได้ดก ให้ใบสีเขียวร่มรื่นตลอดทั้งปี และขนาดต้นก็ไม่ใหญ่จนเกินไป

สรรพคุณทางยา
ดอก-ใช้ทำเป็นยาบำรุงสตรีหลังคลอดบุตร

ราก-ใช้เป็นยาลดไข้

ทั้งต้น-มีสารออกฤทธิ์ต้านเนื้องอกและเซลล์มะเร็งได้