การทำหัวเชื้อปุ๋ยหมักเห็ดฟาง

By -

หากท่านเป็นผู้เพาะเห็ดฟางที่มีความประสงค์จะเรียนรู้เรื่อง การทำหัวเชื้อปุ๋ยหมักเห็ดฟาง ในวันนี้เว็บไซต์ vichakaset.com ได้รวบรวมขั้นตอนและเนื้อหาที่สำคัญมาฝากผู้เพาะเห็ดฟางทุกท่าน เพื่อให้ลองนำไปปฏิบัติ

หากจะเทียบความยากง่ายทั้งหมดในการเพาะเห็ดฟางแล้ว การทำหัวเชื้อเห็ดฟางนับได้ว่าเป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุด ไม่ได้ยุ่งยากเหมือนกับการทำเชื้อเห็ดอื่น ๆ สามารถนำวัสดุมากมายหลายชนิดมาใช้ได้ ทั้งนี้เชื้อเห็ดฟางจะมีคุณภาพดีหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปุ๋ยมากนัก แต่อยู่ที่สายพันธุ์นั่นเอง

เห็ดฟาง

วัสดุเพาะเห็ดฟางที่นิยมนำมาใช้ คือ มูลของสัตว์ต่าง ๆ ได้แก่ มูลวัว มูลควาย มูลม้า มูลช้าง ไส้นุ่น ผักตบชวา ต้นกล้วย เปลือกเมล็ดบัว เปลือกผลไม้ต่าง ๆ ใบไม้ และต้นข้าวโพด เป็นต้น

แต่เนื่องจากเห็ดฟางไปสามารถย่อยเซลลูโลสที่ซับซ้อนได้ เราจึงจำเป็นต้องนำเอาวัสดุที่จะใช้ไปหมักเสียก่อน เพื่อให้เกิดเชื้อจุลินทรีย์มาช่วยในการย่อย

ปุ๋ยหมักที่ได้จากมูลสัตว์ต่าง ๆ มีแร่ธาตุอาหารของเห็ดที่เพียงพอในการเพาะอยู่แล้ว แต่ถ้าใช้มูลสัตว์อย่างเดียวจะทำให้เชื้อเห็ดที่ได้ขาดคุณภาพเพราะปุ๋ยจะแน่นเกินไป เส้นใยชอนไชเข้าไปยาก และมูลสัตว์บางอย่างอาจมีเกลือบางชนิดผสมอยู่ ซึ่งถ้ามีปริมาณมาก ๆ จะส่งผลให้เส้นใยเดินช้าได้ ด้วยเหตุนี้การทำปุ๋ยสำหรับทำเชื้อจึงนิยมใช้ปุ๋ยมูลสัตว์หมักรวมกับวัสดุที่ย่อยง่ายสลายเร็วเช่น ผักตบชวา ต้นกล้วย ไส้นุ่น ต้นข้าวโพด เป็นต้น

 

วิธีการหมักปุ๋ยเพื่อทำหัวเชื้อเห็ดฟาง

เริ่มต้นด้วยการหมักมูลสัตว์ก่อน แต่ทั้งนี้เพื่อให้ปุ๋ยที่ได้มีคุณภาพดี จึงจำเป็นต้องผสมพวกเปลือกผลไม้ต่าง ๆ เข้าไปด้วย เช่น เปลือกบัวหรือขุยมะพร้าว หรือขี้เลื่อยก็ได้แต่ต้องแช่น้ำก่อน 1 คืน

การเติมวัตถุดิบเหล่านี้ในมูลสัตว์ให้เติมในปริมาณเท่ากัน คือ 1 ต่อ 1 หรือจะให้มูลสัตว์มากกว่าก็ได้

แต่ทั้งนี้ถ้าไม่สามารถหาเปลือกบัว ขุยมะพร้าว หรือขี้เลื่อย จะไม่ทำการเติมก็ได้ เพียงแต่ถ้าหากเติมเปลือกผลไม้เหล่านี้นอกจากจะทำให้ปุ๋ยร่วนซุยดีแล้ว สารแทนนินที่อยู่ในเปลือกจะทำให้เชื้อเห็ดอยู่ได้นาน

ทำการตีมูลสัตว์ให้ละเอียดเสียก่อน จากนั้นจึงรดนํ้ามูลสัตว์ให้เปียกและผสมเปลือกผลไม้ลงไป นำไปกองไว้ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก แต่อย่าให้กองปุ๋ยโดนลมโดยตรง ถ้าลมโกรกมาก ๆ ควรหาวัสดุมากั้นลมให้สูงประมาณ 1 -1.5 เมตร

กองปุ๋ยให้กองเป็นรูปสามเหลี่ยมสูงประมาณ 50-60 ซม. ส่วนความยาวขึ้นอยู่กับปริมาณของปุ๋ย ตบกองให้แน่นพอสมควร หมักทิ้งไว้ 2-3 วัน (ฤดูร้อนหมัก 2 วัน ฤดูหนาว -ฝน หมัก 3 วัน)

หลังจากนั้นให้สลับกองปุ๋ย โดยพลิกนำส่วนที่อยู่ด้านในกองออกมาด้านนอก ส่วนด้านนอกให้อยู่ด้านใน  ทั้งนี้ในการกลบกองครั้งใหม่จะต้องทำให้ปุ๋ยร่วนเสียก่อน ทำกองให้สูงเท่าเดิม แต่อย่ากดปุ๋ยให้แน่นเหมือนที่หมักครั้งแรก

หมักต่อไปอีกประมาณ 2-3 วัน จึงทำการกลบกองปุ๋ยใหม่  ทำซ้ำกันไปแบบนี้เรื่อย ๆ  โดยกลบกองทุก 2-3 วัน ประมาณ 15-18 วัน หรือกลบกองประมาณ 5-6 ครั้ง ปุ๋ยหมักก็พร้อมที่จะนำมาผสมกับวัสดุที่ย่อยง่ายสลายเร็วได้

ขั้นตอนลำดับถัดมาในการทำหัวเชื้อปุ๋ยหมักเห็ดฟาง คือ นำปุ๋ยหมักที่ได้มาผสมกับวัสดุย่อยง่ายสลายเร็วที่เตรียมไว้ ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น ซึ่งก็เช่น เช่น ไส้นุ่น ผักตบชวา ต้นกล้วยหรือ ฟางที่ตากให้แห้งและสับให้ละเอียด ใช้อัตราส่วนไม่แน่นอน คือ ใช้ได้ตั้งแต่ร้อยละ 5-10 ส่วนโดยปริมาตร

อนที่จะผสมมูลสัตว์จะต้องเอาวัสดุย่อยง่ายสลายเร็วที่จะใช้ชุบนํ้าให้เปียกแล้วผึ่งบาง ๆไว้ประมาณ 4-5 ชม. เกลี่ยบ่อย ๆ เพื่อให้ความชื้นที่มากเกินไประเหยออกไปบ้าง บีบดูจะสังเกตเห็นนํ้าเยิ้มออกมาจากง่ามมือเล็กน้อยจึงนำไปผสมคลุกเคล้ากับมูลสัตว์ แล้วทำเป็นกองเหมือนหมักมูลสัตว์ แต่จะกองไว้แบบหลวม ๆ กลบกองทุกวัน หมักต่อไปประมาณ 3-5 วัน ก็สามารถนำไปทำเชื้อเห็ดได้

 

การบรรจุปุ๋ยหมักลงภาชนะ

หลังจากที่เราหมักปุ๋ยหมักเสร็จแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการบรรจุลงภาชนะ ซึ่งสามารถเลือกได้หลากหลายตามความต้องการ เช่น

- ขวดปากกว้างพร้อมฝาทนร้อน เช่น ขวดแยม ขวดกาแฟ

- กระป๋องต่าง ๆ พร้อมฝา ถ้าเป็นกระป๋องนมตราหมีได้ยิ่งดี

- ถุงพลาสติกทนร้อน

สำหรับวัสดุที่นิยมนำมาบรรจุปุ๋ยหมักในปัจจุบันมากที่สุด คือ ถุงพลาสติกทนความร้อน นั่นเอง เพราะหาง่าย

ขนาดถุงควรจะเป็นขนาด 18×28 ซม. หรือ 16.5×28 ซม. หนาประมาณ 0.8-0.1 มม.  ถ้านึ่งด้วยหม้อนึ่งความดัน การใส่ปุ๋ยลงในถุงพลาสติกควรพับก้นถุงให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมก่อน แล้วจึงใส่ปุ๋ยหมักลงไปประมาณครึ่งของถุงยกปากถุงกระทุ้งเบา ๆ จากนั้นจึงสวมคอขวด (พลาสติกกันร้อนที่ทำลักษณะคล้ายคอขวด) หรือไม้ไผ่บาง ๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-3 ซม. สูง 2-3 ซม. ให้พับปากถุงเอายางรัดให้แน่นอุดจุกสำลี หุ้มกระดาษแล้วรัดยางอีกครั้ง

แต่ถ้านึ่งด้วยลังถึงหรือหม้อนึ่งลูกทุ่ง ไม่ต้องพับก้นถุงและใส่คอขวด เพียงแต่เอาปุ๋ยหมักใส่ลงไปในถุงประมาณ 2 ใน 3 ของความสูงแล้วยกมุมปากถุงกระทุ้งเบา ๆ พับปากถุง(ดังรูป) แล้ววางเป็นระเบียบบนตะแกรงที่จะนำไปนึ่งฆ่าเชื้อ

 

การนึ่งฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ดังได้กล่าวมาแล้วว่า เห็ดฟางไม่สามารถย่อย เซลลูโลสและอาหารบางอย่างได้ จำเป็นต้องอาศัยจุลินทรีย์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติช่วยย่อยอาหารก่อน แล้วเห็ดก็จะกินอาหารที่จุลินทรีย์ย่อยแล้ว พร้อมทั้งตัวจุลินทรีย์ที่ตายไปด้วย

แต่จุลินทรีย์บางชนิดก็เป็นอันตรายต่อเห็ด ดังนั้น จึงต้องฆ่าจุลินทรีย์โดยอาศัยความร้อนจากไอน้ำ ซึ่งมี 2 วิธี คือ

1. การนึ่งด้วยหม้อนึ่งความดัน ทำเช่นเดียวกันกับการนึ่งอาหารวุ้นหรือ หัวเชื้อ หมายถึง การนึ่งในสภาพสูญญากาศ คือ ไล่อากาศออกให้หมดก่อน และใช้ความดันประมาณ 16-20 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว อุณหภูมิในหม้อนึ่งประมาณ 121- 125° ซ. ใช้เวลานาน 1-1 ½  ชม.

2. นึ่งด้วยหม้อนึ่งลูกทุ่ง เป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน เพราะราคาถูก และมีวิธีการใช้ง่าย ความเสี่ยงเนื่องจากเชื้อเสียก็มีน้อย

หม้อนึ่งลูกทุ่งอาจใช้ลังถึงหรือจะดัดแปลงจากถังจารบีที่มีฝาพร้อมเข็มขัดก็ได้ โดยภายในทำตะแกรงให้สูงกว่ากันประมาณ 10-12 ชม. ส่วนฝาเจาะรู ด้วยตะปู ถ้าเป็นถัง 200 ลิตร เจาะรูด้วยตะปู 3 นิ้ว ถ้าเป็นถัง 50 ลิตร เจาะด้วย ตะปู 2 ½  นิ้ว

ก่อนนึ่ง ใส่นํ้าให้ปริ่มตะแกรง ถ้าภาชนะเป็นถุงพลาสติกต้องทำตะแกรง เป็นชั้น ๆ เพื่อกันไม่ให้ถุงซ้อนกัน แต่ถ้าเป็นขวดหรือกระป๋องซ้อนกันได้เลย ใช้เวลานึ่งประมาณ 1-2 ชม. โดยนับตั้งแต่เปลวไอน้ำพุ่งออกจากรูที่เจาะอย่างแรงสม่ำเสมอ ต้องรักษาเปลวไอนํ้าให้สม่ำเสมอโดยการปรับที่เชื้อเพลิง อย่าให้อ่อนหรือแรงเกินไป หม้อนึ่งลูกทุ่งขนาดนึ่งครั้งละ 1000 ถุงขึ้นไปควรใช้เวลา 3-4 ชม.

 

การเขี่ยเชื้อเห็ดฟาง

ถ้าปุ๋ยนึ่งด้วยหม้อนึ่งความดัน ควรทำการเขี่ยเชื้อในตู้สำหรับเขี่ยเชื้อหรือห้องสำหรับเขี่ยเชื้อเห็ดโดยเฉพาะ แต่ถ้านึ่งด้วยหม้อนึ่งลูกทุ่งสถานที่เขี่ยเชื้อจะเป็นตรงไหนก็ได้ที่สะดวก ลมไม่โกรก ทางที่ดีควรอยู่ต้นลม การเขี่ยเชื้อจะเขี่ยหลังจากปุ๋ยหมักที่อยู่โนภาชนะเย็นแล้ว

ก่อนการเขี่ยเชื้อเห็ดจากหัวเชื้อ เขย่าขวดให้เมล็ดธัญพืชในขวดหัวเชื้อ แตกออกจากกันเสียก่อน จากนั้นจึงเทเมล็ดธัญพืชลงไปอย่างรวดเร็วประมาณ 10-15 เมล็ด แล้วรีบปิดฝา หรือพับถุงอย่างเร็ว

เชื้อเห็ดที่ทำจากเทหัวเชื้อเมล็ดธัญพืชจะไม่นิยมเอาไปเพาะ ทั้งนี้เพราะ เชื้อเห็ดที่ได้จากหัวเชื้อมักเป็นเชื้อเห็ดช่วงแรกของการแยกเชื้อออกจากดอกเห็ด ซึ่งเมื่อนำไปเพาะจะได้ดอกเห็ดดอกโต จำนวนดอกน้อย ผลผลิตตํ่า ดังนั้น จึงนิยมใช้เชื้อเห็ดที่ได้รับการต่อเชื้อจากเชื้อเห็ดในปุ๋ยหมักช่วงถัดไป เพราะเชื้อเห็ดถ้าทำการต่อเชื้อมาเรื่อย ๆ ก็จะทำให้ขนาดของดอกเห็ดเล็กลง จำนวนดอกมากขึ้น ผลผลิตสูงมาก จนกระทั่งถึงจุด ๆ หนึ่ง ขนาดของดอกเห็ดจะเล็กและฝ่อตายง่าย หรือไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ ฉะนั้นในการต่อเชื้อจึงไม่ควรต่อมากเกิน 7-10 ครั้ง และในช่วงที่ควรนำไปใช้เพาะหรือจำหน่ายควรเป็นช่วงที่ 3-7 เพราะจะเป็นช่วงที่ให้ผลผลิตสูงที่สุด

การตักต่อเชื้อจากหัวเชื้อปุ๋ยหมัก ให้คัดเลือกดูลักษณะเส้นใยที่เดินราบ หยาบ ๆ เห็นได้ชัดสีขาว และเจริญเต็มปุ๋ยหมักใหม่ ๆ การตักต่อเชื้อใช้ช้อนโต๊ะ หรือช้อนกาแฟชุบแอลกอฮอล์แล้วตักเอาเชื้อเห็ดจากปุ๋ยหมักที่เตรียมไว้เป็นหัวเชื้อ 1 ช้อน ใส่ลงในภาชนะที่มีปุ๋ยหมักที่นึ่งฆ่าเชื้อแล้วรีบปิดฝาขวดหรือกระป๋อง หรืออุดจุกสำลีหรือพับปากถุง และให้เขี่ยต่อไปเลยโดยไม่ต้องใช้ช้อนชุบแอลกอฮอล์ใหม่อีก

 

การบ่มเชื้อ หลังจากทำการเขี่ยเชื้อเห็ดลงไปแล้ว ควรนำไปไว้ในห้องที่มี อุณหภูมิค่อนข้างสูง ประมาณ 35-38 องศาเซลเซียส ห้องมืดยิ่งดีเส้นใยเห็ดฟาง จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ประมาณ 5-7 วัน เส้นใยเห็ดจะเดินเต็มพร้อมที่จะนำไปจำหน่ายได้

ลักษณะของเชื้อเห็ดที่ดี ควรมีลักษณะดังต่อไปนี้ คือ

1. เส้นใยจะเดินราบเป็นสีขาว เส้นหยาบเห็นได้ชัด ไม่ฟู

2. มีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นดอกเห็ดฟาง

3. ไม่มีจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่อเชื้อเห็ดฟาง เช่น ราสีเขียว หรือราขาว หรือเป็นขุย สงเกตดูจากสีหรือเส้นใยเห็ดจะไม่เดินเข้าไปในบริเวณนั้น

4. ปุ๋ยหมักที่อยู่บริเวณก้นภาชนะจะต้องไม่เปึยกแฉะ เน่า มีกลิ่นเหม็น

5. เชื้อเห็ดควรมีอายุไม่เกิน 10 วัน นับตั้งแต่เส้นใยเดินเต็มปุ๋ย หรือ สังเกตจากเส้นใยในภาชนะก็ใช้ได้ แต่ถ้าเส้นใยรวมตัวกันแล้วแสดงว่าเชื้อเห็ดแก่เกินไปแล้ว

การเก็บเชื้อเห็ดฟางไว้นาน ๆ ถ้าเป็นอาหารวุ้นควรเก็บไว้ในตู้เย็นชั้นใส่ผักได้นาน 2-3 เดือน แต่หัวเชื้อไม่นิยมเก็บ ส่วนเชื้อเห็ดเก็บไว้ในอุณหภูมิ ประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส ได้นานไม่เกิน 10 – 15 วัน แต่ถ้าเก็บในรูปเชื้อ แห้งสามารถเก็บได้ประมาณ 2-3 เดือน

เชื้อเห็ดแห้ง ทำได้โดยหลังจากเชื้อเห็ดเจริญเต็มปุ๋ยหมักแล้ว รอจน กระทั่งเส้นใยเห็ดเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลอ่อน หรือประมาณ 5-7 วันแล้ว นำมาผึ่งลมจนแห้ง จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้งสนิทเก็บไว้ในขวดหรือถุงพลาสติกที่ความชื้นเข้าไปไม่ได้ หากจะนำมาใช้ต้องมาผสมกับไส้นุ่น ฟางสับ หรือผักตบชวาแห้งแล้วสับให้ละเอียด อัตราส่วนเชื้อเห็ดแห้ง 1 ส่วน ต่อวัสดุที่จะใช้ 5-10 ส่วน โดยปริมาตรแล้วใส่ไว้ในตะกร้าแบบหลวม ๆ คลุมด้วยผ้าพลาสติกและคลุมกระสอบทับ ทิ้งไว้ 2 – 3 วัน จึงจะนำไปใช้