วิธีการปลูกผักกวางตุ้งและผักกวางตุ้งฮ่องเต้

By -

ผักกวางตุ้ง
ชื่อวิทยาศาตร์ Brassica Pekinensis ผักกวางตุ้ง

ลักษณะของลำต้นตั้งตรง มีความสูงประมาณ 43-54 ซม. มีเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นประมาณ 1.4-1.8 ซม. ระบบรากจะอยู่ใต้พื้นดินในระดับตื้นๆ ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว กลางใบเว้า มีสีเขียว ส่วนใบจริงจะมีลักษณะเรียบไม่ห่อตัวมักออกเป็นกระจุกอยู่ที่บริเวณโคนต้น ลักษณะดอกเป็นดอกตูมออกรวมกันอยู่บนช่อดอกที่มีความยาวประมาณ 50-90 ซม. ดอกจะบานจากส่วนล่างของก้านขึ้นไปสู่ด้านบน เมื่อมีอายุได้ประมาณ 35-45 วัน ก็ให้ทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เป็นผักที่นิยมบริโภคทั้งใบและลำต้น

ผักกวางตุ้งฮ่องเต้
ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Brassica chinensis var.chinensis
จัดอยู่ในพืชตระกูล Brasicaceae (Crucifereae –Mustard family)

นับเป็นเวลานานมาแล้วที่ประเทศไทยได้นำผักกวางตุ้งฮ่องเต้เข้ามาปลูก ซึ่งแต่เดิมนั้นผักชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีน ญี่ปุ่น และแถบเอเชียกลาง สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดีกว่าผักกาดหัว แต่ในอุณหภูมิระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส จะทำให้ผักชนิดนี้เจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี ลักษณะของก้านใบจะแบน มีสีเขียวอ่อน โคนก้านใบหนาและขยายกว้าง ปลายใบมน เนื้อกรอบผักกวางตุ้งฮ่องเต้

กวางตุ้ง/กวางตุ้งฮ่องเต้ เป็นผักที่มีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่ควรปลูกไว้เพื่อจำหน่ายหรือในเชิงการค้า

ผักทั้งสองชนิดมีวิธีการปลูกดังต่อไปนี้
การเตรียมดิน
พื้นที่ที่จะใช้ปลูกผักชนิดนี้ควรมีการไถพรวนให้ลึกลงไปในดินประมาณ 15-20 ซม. แล้วตากดินไว้ก่อนประมาณ 7 วัน จากนั้นก็ย่อยดินให้ละเอียด ตามด้วยการใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกต่อไร่ในอัตรา 2,000 กก. ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ต่อไร่ในอัตรา 50 กก. ปรับคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน แล้วยกแปลงไปตามความยาวของพื้นที่ให้มีความกว้างประมาณ 1 เมตร สูงประมาณ 20 ซม.

วิธีการปลูก
นำเมล็ดพันธุ์ 1 ส่วน มาผสมกับทรายละเอียด 3 ส่วน โดยใน 1 ไร่จะใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 1 กก. จากนั้นก็หว่านลงไปในแปลงปลูก ใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุมแปลง รดน้ำให้ชุ่ม ต่อมาให้ทำการถอนแยกต้นกล้าเมื่อมีใบจริงขึ้นมาประมาณ 4-5 ใบ หรือมีอายุการปลูกได้ประมาณ 20 วัน โดยระหว่างต้นควรเว้นระยะห่างไว้ประมาณ 20-30 ซม.

การให้น้ำ
ควรให้น้ำด้วยอุปกรณ์รดน้ำแบบฝอยวันละ 1-2 ครั้ง เช้า-เย็น ผักกวางตุ้งจะเจริญเติบโตได้ดีหากได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ จึงไม่ควรให้มีการขาดน้ำ

การใส่ปุ๋ย
เพื่อเป็นการเร่งให้ก้านและใบเจริญเติบโต ควรใส่ปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 หรือ 25-7-7 ในอัตรา 30 กก./ไร่ หรือจะใช้ปุ๋ยสูตรที่ใกล้เคียงกันก็ได้ในอัตราส่วน 30-50 กก./ไร่ และเพื่อป้องกันการตกค้างของปุ๋ยบริเวณใบจนทำให้เกิดความเสียหาย จึงควรรดน้ำให้ชุ่มทันทีหลังจากที่ใส่ปุ๋ยทุกครั้ง

การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช
ใช้น้ำหมักสมุนไพรที่สกัดได้จากสะเดา ดาวเรือง มะเขือเทศ สาบเสือ ไหลแดง และหนอนตายหยาก ฉีดพ่นในเวลาเช้าตรู่หรือตอนค่ำเพื่อเป็นการป้องกันแมลงศัตรูพืชพวก หนอนใยบัว ด้วงหมัดผัก ส่วนการปลูกดาวเรืองหรือมะเขือเทศไว้ระหว่างแปลงปลูกก็จะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยขับไล่แมลงได้

การเก็บเกี่ยวผลผลิต
เมื่อผักมีอายุการปลูกได้ 35-45 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว ควรใช้มีดที่มีความสะอาดและคมตัดบริเวณโคนต้น หลังการเก็บเกี่ยวหากเก็บรักษาผักไว้ในอุณหภูมิที่มีความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 95% ก็จะสามารถรักษาความสดไว้ได้นานถึง 2-3 สัปดาห์เลยทีเดียว

ประโยชน์และสรรพคุณของผักกวางตุ้ง/กวางตุ้งฮ่องเต้
ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง การเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้อ การตีบของหลอดเลือดหัวใจ เนื่องจากมีสารอาหารอยู่อย่างมากมาย คือ เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินซี เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี1 และบี2