ผักคราด

By -

ผักคราดมีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Spilanthes acmella(L.) Murr. จัดอยู่ในวงศ์ compositae พืชชนิดนี้มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ หลายชื่อ เช่น ผักคราดหัวแหวน(ภาคกลาง) ผักตุ้มหู(ภาคใต้) ผักเผ็ด(พายัพ) พบขึ้นทั่วไปในที่รกร้าง ที่ราบโล่งแจ้ง ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะผักคราด

ผัดคราดเป็นพืชขนาดเล็ก อายุปีเดียว ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้าน สูงราว ๓๐ ซม. หรือมากกว่านี้ ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่หรือรูปใบหอกแกมรูปไข่ กว้าง ๑-๒.๕ ซม. ยาว ๒-๔ ซม. ปลายใบแหลม โคนสอบแคบ ขอบใบเรียบหรือจักเป็นฟันเลื่อยหยาบๆ ก้านใบยาว ๑-๒ ซม. ดอกอัดกันแน่นเป็นรูปไข่ ยาวราว ๘ มม. ออกเดี่ยวๆ หรือออกเป็นช่อ สีเหลือง ก้านดอกเรียว ยาว ๒.๕-๑๕ ซม. ริ้วประดับมี ๒ ชั้น รูปใบหอกแกมรูปไข่ ยาวราว ๖ มม. เกลี้ยง ดอกวงนอกเป็นดอกตัวเมีย มี ๑ วง กลีบดอกรูปรางน้ำ ดอกวงในเป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกรูปท่อ ปลายแยกเป็น ๔-๕ แฉก ผลเป็นผลแห้ง ยาวราว ๓ มม. มีสัน ๓ สัน ปลายเว้าเป็นแอ่งเล็กน้อย รยางค์มีหนาม ๑-๒ อัน

ตำราสรรพคุณยาโบราณว่า ใบผักคราดมีรสเอียนเบื่อเล็กน้อย แก้ปวดหัว แก้โลหิตเป็นพิษ

ส่วนอื่นๆ ของต้นผักคราดใช้เป็นยาได้ทั้งหมด คือ
น้ำต้มราก ใช้เป็นยาถ่าย อมบ้วนปาก แก้อาการอักเสบในช่องปาก แก้อาการอักเสบและเจ็บคอ

ราก ใช้เคี้ยวแก้ปวดฟัน

ดอก ใช้เป็นยาขับล้ำลาย แก้โรคในคอ แก้ปวดฟัน รำมะนาด แก้โรคลิ้นเป็นอัมพาต แก้โรคติดอ่างในเด็ก

เมล็ด เคี้ยวแก้ปากแห้ง เป็นยาขับน้ำลาย

ทั้งต้น มีรสเอียนเบื่อเล็กน้อย แก้พิษตานซาง แก้ริดสีดวง แก้ผอมเหลือง แก้บิด แก้เลือดออกตามไรฟัน ชงดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ แก้ไอ ระงับหอบ แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง แก้ไอกรน ไขข้ออักเสบ ตำพอกแก้พิษปวดบวม

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์