ผักแผ้วแดง

By -

เป็นพืชที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Polygonum odoratum Lour. จัดอยู่ในวงศ์ Polygonaceae บางถิ่นเรียก “ผักแพวแดง” หรือ “ผักแผ่วแดง” ก็มี ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะ ริมน้ำ หนองน้ำ ขอบพรุ หรือตามทุ่งหญ้าที่มีน้ำขังทั่วไป ผักแผ้วแดงเป็นพืชขนาดเล็ก มีอายุได้หลายปี สูงได้ถึง ๕๐ ซม. ลำต้นตั้งตรงจากพื้นดิน ทั้งต้นมีกลิ่นหอม ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่ ขนาดกว้างราว ๒ ซม. ยาวราว ๑๐ ซม. ปลายใบเรียวแหลม ผิวใบเรียบ สีแดงเรื่อๆ ก้านใบสั้น สีแดง มีหูใบบางแผ่เป็นปลอกหุ้มลำต้น ยาวราว ๑ ซม. ดอกออกเป็นช่อเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อที่ประกอบด้วยช่อดอกย่อย ๓-๗ ช่อ ช่อดอกยาวราว ๑๒ ซม. ดอกย่อยเรียงติดกันตรงปลายก้านช่อดอก มีขนาดเล็ก ไม่มีก้านดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีกลีบรวม ๕ กลีบ โคนติดกันสีชมพูอมม่วง เกสรตัวผู้มี ๘ อัน ยอดเกสรตัวเมียมี ๒-๓ อัน ผลเป็นผลแห้ง เมื่อแก่ไม่แตก ใบและยอดอ่อนกินได้ผักแพวแดง

ตำราสรรพคุณยาโบราณใช้รากเป็นยาแก้ริดสีดวง แก้ท้องมาน แก้กระเพาะอาหารพิการ แก้อุจจาระพิการ แก้เส้นประสาทพิการ

ใบกินเป็นยาขับลมขึ้นเบื้องบน

ดอกเป็นยาขับเหงื่อ แก้เลือดตีขึ้น แก้เจ็บท้อง ท้องขึ้นท้องเฟ้อ

**พืชสมุนไพรไทยชนิดนี้มักมีผู้สับสนกับไม้ประดับที่เอาเข้ามาจากต่างประเทศชนิดหนึ่ง ปัจจุบันปลูกกันจนแพร่หลายทั่วไป เรียก “ผักแผ่วแดง” เช่นกัน บางถิ่นเรียก “ผักแผ่วสวน” หรือ “อีแปะ” ฝรั่งเรียก “Blood-leaf” เป็นพืชที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Iresine herbstii Hook ในวงศ์ Amaranthaceae พืชชนิดนี้เป็นพืชขนาดเล็กเช่นกัน อาจสูงได้ถึง ๑.๕๐ เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ขนาดใหญ่กว่า ปลายใบมน แผ่นใบบริเวณข้างเส้นใบมีสีชมพูเรื่อๆ ดูสวยงามจึงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ชนิดหลังนี้นำเข้ามาจากต่างประเทศ ไม่เคยใช้เป็นยาในบ้านเรา**

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์