พริกหาง

By -

พริกหางเป็นผลที่แก่จัด(ยังไม่สุก) ของพืชที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Piper cubeba L. f. ในวงศ์ Piperaceae มีชื่อสามัญว่า “Cubeb” หรือ “Tailed Pepper” เป็นพืชพื้นเมืองของอินโดนีเซีย(เกาะบอร์เนียว สุมาตรา และชวา)พริกหาง

ต้นพริกหางเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง อายุหลายปี ลำต้นมีข้อปล้อง ข้อโป่งนูน มีรากฝอยออกบริเวณข้อเพื่อใช้ยึดเกาะ ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปขอบขนานแกมรูปไข่ ขนาดกว้าง ๕-๘ ซม. ยาว ๘-๑๑ ซม. ปลายใบแหลม ฐานใบรูปหัวใจหรือมน ก้านใบยาว ๑.๕-๓ ซม. ดอกเป็นดอกช่อ ออกตามซอกใบ ก้านช่อดอกยาวราวก้านใบ ช่อดอกยาว ๑๐-๑๗ ซม. ดอกย่อยไม่มีก้านดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ สีขาวแกมเขียว ช่อดอกอาจติดเป็นผลได้มากถึง ๕๐ ผล หรือมากกว่า ผลอ่อนสีเขียว และยังไม่มี “ก้าน”ผล(ซึ่งเรียกกันว่า “หาง”) เมื่อผลเริ่มจะแก่ จะมี “ก้าน” เป็นเส้นเรียวเล็ก เจริญจากส่วนของเนื้อผลด้านที่ติดกับก้านช่อดอกเดิม มีชื่อเฉพาะเรียกว่า “thecaphore”

ผลที่แก่จัด และยังไม่สุก มีสีเขียว จะถูกเก็บด้วยมือ แล้วผึ่งแดดให้แห้ง จะได้ “พริกหาง” ที่มีรูปกลม ขนาดผ่าศูนย์กลาง ๓-๖ มม. มีส่วนก้านผลติดอยู่ด้วย ก้านอาจยาวได้ถึง ๗ ซม. เปลือกนอกสีแดงเข้มหรือสีน้ำตาล มีน้อยที่มีสีเทา มีรอยย่นคล้ายร่างแห มีเมล็ดเดียว สีน้ำตาลอมแดง ติดอยู่ที่ฐานของเปลือก มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีรสเผ็ด

พริกหางมีน้ำมันระเหยง่ายร้อยละ ๑๐-๒๐ เรียก “น้ำมันพริกหาง” (Cubeb Oil) ซึ่งประกอบด้วยสาร cubeb camphor, cubebic acid เป็นต้น และยังมีสารลิกแนน(lignin) ชื่อ “คิวเบบิน”(cubebin) ราวร้อยละ ๒.๕ ในทางการแพทย์ใช้พริกหางเป็นยาขับปัสสาวะ เป็นยาฆ่าเชื้อในทางเดินปัสสาวะ และยาขับเสมหะ

แพทย์โบราณไทยใช้พริกหางเป็นยาขับปัสสาวะ ยาขับลม บำรุงธาตุ ถอนพิษฟกบวม แก้หนองใน

***ตำราฝรั่งบางเล่มเรียกพริกหางว่า “Tailed Pepper” มีตำราไทยบางเล่มที่แปลจากตำราฝรั่งและผู้แปลไม่รู้จักพริกหาง จึงแปลและเรียกตามชื่อฝรั่งว่า “พริกไทยหาง”***

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์