พริกไท

By -

พริกไทหรือพริกไทย ในที่นี้หมายถึง “พริกไทยดำ” อันเป็นผลแก่แต่ยังไม่สุกของพืชที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Piper nigrum L. ในวงศ์ Piperaceae เมื่อตากแดดให้แห้งจะได้ผลที่มีผิวสีดำ มีรอยย่น มีกลิ่นหอม ฝรั่งเรียก Pepper หรือ Black Pepper ไทยเรียก “พริกไทย” หรือ “พริกไทยดำ”พริกไท

พืชที่ให้พริกไทยนี้เป็นพืชพื้นเมืองของอินเดียตะวันตกเฉียงใต้ ปัจจุบันปลูกทั่วไปในเขตร้อน เป็นพืชการค้าที่สำคัญของโลกชนิดหนึ่ง พริกไทยใช้เป็นทั้งเครื่องปรุงแต่งอาหารและเครื่องยา

ต้นพริกไทยเป็นไม้เถาเนื้อแข็ง อายุหลายปี ลำต้นมีข้อปล้อง ข้อโป่งนูน มีรากฝอยออกบริเวณข้อเพื่อใช้ยึดเกาะ ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปไข่ ขนาดกว้าง ๕-๘ ซม. ยาว ๘-๑๑ ซม. ปลายใบแหลม ฐานใบมนหรือเบี้ยวไม่เท่ากัน ก้านใบยาว ๑.๕-๓ ซม. ดอกเป็นดอกช่อออกตามซอกใบ ก้านช่อดอกยาวราวก้านใบ ช่อดอกยาวราว ๑๐ ซม. ดอกย่อยไม่มีก้านดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ สีขาวแกมเขียว ผลรูปกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว ๔-๖ มม. จัดเรียงแน่นอยู่บนแกนผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกสีแดง

พริกไทยดำเป็นผลแห้ง รูปกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๔-๖ มม. เปลือกนอกสีน้ำตาลเข้มออกดำ มีรอยย่นคล้ายร่างแห ที่ขั่วมีรอยก้านผล เปลือกผลชั้นนอกและชั้นกลางลอกออกง่าย เปลือกชั้นในบางและค่อนข้างแข็ง

พริกไทยดำมีน้ำมันระเหยง่ายอยู่ร้อยละ ๒-๔ เรียก “น้ำมันพริกไทย”(Pepper Oil) น้ำมันระเหยง่ายนี้มีอัลคาลอยด์ ชื่อ “ปิเปอรีน”(piperine) อยู่ร้อยละ ๕-๙ นอกจากนั้นยังมีอัลคาลอยด์อื่นๆ อยู่หลายชนิด แต่มีปริมาณน้อย สารที่ทำให้พริกไทยมีกลิ่นฉุนและมีรสเผ็ด คือ ปิเปอรีน(piperine) และ ปิเปอรามีน(Piperamine) น้ำมันพริกไทยนี้ได้จากการกลั่นพริกไทยดำด้วยไอน้ำ

โบราณว่าพริกไทยมีรสเผ็ด ร้อนเป็นยาขับลม แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นยาบำรุงธาตุ ทำให้เจริญอาหาร เป็นยาขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ และเป็นยากระตุ้นประสาท

รากมีรสร้อน มีสรรพคุณขับลมในลำไส้ แก้ปวดท้อง แก้ลมวิงเวียน ช่วยย่อยอาหาร

ใบมีรสร้อน แก้ลมจุกเสียดแน่น แก้ปวดมวนท้อง

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์