พวงหยก

By -

ชื่อสามัญ Jade vine, Emerald creeper
ชื่อวิทยาศาสตร์ Strongylodon macrobotrys
ชื่อวงศ์ Fabaceaeพวงหยก

พวงหยก เป็นไม้เถาเลื้อยยืนต้นที่จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับถั่ว มีถิ่นกำเนิดอยู่ในบริเวณป่าดิบชื้นของประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อมีคนบุกรุกป่าเข้าไปสร้างที่อยู่อาศัยกันมาก จึงทำให้เป็นไม้ใกล้สูญพันธุ์ ถูกสั่งห้ามนำออกนอกประเทศ แต่ในปัจจุบันก็พบสายพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาแล้วในหลายๆ ประเทศ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มีลักษณะเป็นเถาเลื้อยขนาดใหญ่ เนื้อเถาเหนียว สามารถทอดเลื้อยไปได้ไกลประมาณ 3-6 เมตรขึ้นไป และแตกกิ่งก้านสาขามากมาย

ใบ
ออกเป็นกลุ่มสลับกันตามข้อของลำต้นและกิ่งก้าน ซึ่งประกอบด้วยใบ 3 ใบโดยที่ใบกลางมีลักษณะเป็นรูปมนรี ขอบใบเรียบ โคนและปลายใบแหลม ส่วนใบด้านข้างทั้งสองใบจะมีลักษณะโค้งงอเข้าหาใบกลาง ใบมีความกว้างประมาณ 4 ซม. แผ่นใบเหนียว ยืดหยุ่นได้ดี ไม่ขาดง่าย

ดอก
ออกดอกเป็นช่อจากเถาแก่สีน้ำตาล ลักษณะของดอกจะคล้ายกับดอกแคมาก ในแต่ละช่อจะประกอบด้วยดอกสีเขียวอมฟ้าขนาดเล็กจำนวนมากมาย และจะห้อยลงสู่พื้นดิน เริ่มให้ดอกในช่วงฤดูหนาว ดอกจะเริ่มบานมาจากส่วนโคนไปสู่ปลายช่อ ช่อดอกอาจมีความยาวได้ถึงประมาณ 1 เมตร หากมีการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ส่วนต้นที่ไม่สมบูรณ์มักไม่มีดอก หรือมีเพียงช่อสั้นๆ เท่านั้น ดอกไม่มีกลิ่นหอม แต่มีน้ำหวานที่สามารถล่อผึ้งและแมลงให้เข้ามาได้

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยการปักชำ ตอนกิ่ง หรือเพาะเมล็ด หากต้องการขยายพันธุ์เป็นจำนวนมากก็ใช้วิธีการปักชำกิ่ง เนื่องจากได้ผลรวดเร็วกว่าการเพาะด้วยเมล็ด

พวงหยก เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่สามารถระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี ชอบแสงแดดจัดๆ ต้องการความชื้นในปริมาณสูง แต่ไม่ถึงกับแฉะ อาจจะรักษาความชุ่มชื้นของดินไว้ด้วยการปลูกพืชคลุมดินขนาดเล็กไว้รอบโคนต้นพวงหยกก็ได้ ใช้หลุมปลูกที่มีความกว้างและยาวประมาณ 1 เมตร นำกิ่งพันธุ์ลงปลูก ใช้ดินกลบ ปลูกพืชคลุมดินรอบโคนต้น หมั่นรดน้ำให้ความชุ่มชื้นในเวลาเช้าและเย็น และลดเหลือเพียงวันละ 1 ครั้ง หากเป็นช่วงฤดูฝน หรือมีอากาศหนาวเย็น ควรตัดแต่งกิ่งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เถาเลื้อยพันไกลจนเกินไป

โรคพืช
โรคใบจุด-ทำให้ใบไหม้เป็นสีน้ำตาล โดยเริ่มจากจุดเล็กๆ และขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
โรคเชื้อรา-ทำให้ใบร่วงก่อนกำหนด มักเกิดในช่วงหน้าฝน หรือมีสภาพอากาศที่เชื้อราสามารถเจริญได้ดี

ประโยชน์
นิยมปลูกเป็นไม้ประดับให้เลื้อยไปตามซุ้มประตู รั้วบ้าน ริมกำแพง เป็นต้น