พันธุ์ข้าวญี่ปุ่นของไทย

By -

ชื่อสามัญ Rice
ชื่อวิทยาศาสตร์ Oryza sativa L.

ข้าวญี่ปุ่น มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตอบอุ่นของประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และจีน เป็นข้าวที่จัดอยู่ในกลุ่มของจาโปนิกา(Japonica) ปัจจุบันวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นได้เข้ามามีอิทธิพลกับคนไทยอย่างแพร่หลาย ที่รู้จักกันดีก็ได้แก่ในรูปของข้าวปั้นต่างๆ แต่ในขณะนี้ประเทศไทยก็มีแหล่งปลูกข้าวญี่ปุ่นแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศเหมือนที่เคยผ่านมา แหล่งปลูกที่สำคัญของไทยจะอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และลำพูนข้าวญี่ปุ่น

ไม่ใช่เพียงแต่กระแสความนิยมของคนไทยเท่านั้น ที่ทำให้ข้าวญี่ปุ่นมีแนวโน้มความต้องการบริโภคกันมากขึ้น แต่เนื่องจากยังมีผู้บริโภคกลุ่มอื่นๆ อีกมากมาย เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจที่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งมีความต้องการบริโภคอาหารจากพืชชนิดนี้ ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคารญี่ปุ่นในประเทศไทยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
พันธุ์ข้าวญี่ปุ่นโดยทั่วไปมักจะมีลักษณะของลำต้นเตี้ย มีการแตกกอมากมาย เมล็ดสั้นป้อม ให้ผลผลิตได้สูง เมื่อหุงสุกจะนุ่มและเหนียว เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิระหว่าง 18-25 องศาเซลเซียส

ในประเทศไทยได้ปลูกข้าวญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2507 โดยศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย ซึ่งพบว่าพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกข้าวญี่ปุ่นในเขตชลประทานทั้งฤดูนาปีและนาปรัง คือ บริเวณตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือทั้งตอนบนและตอนล่าง

ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นฤดูนาปรังที่มีอากาศหนาวเย็น จะเหมาะสมในการเพาะปลูกมากที่สุด เนื่องจากจะให้ผลผลิตสูงกว่าฤดูนาปีที่อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม มีการควบคุมดูแลการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวญี่ปุ่นจนได้มาตรฐานตรงตามพันธุ์แท้ในประเทศญี่ปุ่น และให้มีคุณภาพดีกว่าประเทศใกล้เคียง มีจำนวนผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการของคนในประเทศและเพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ข้าวญี่ปุ่นมักเกิดปัญหาเกี่ยวกับโรคไหม้ เพลี้ยกระโดดหลังขาว และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เป็นอย่างมาก ในปีพ.ศ. 2558 จึงได้มีการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่ใช้เพาะปลูก และยกระดับคุณภาพข้าวด้วยระบบเกษตรอินทรีย์

พันธุ์ข้าวญี่ปุ่นของไทย ที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์จนสามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศของไทยได้ดี สามารถให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพทั้งฤดูนาปรังและนาปี มีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือซูชิ

1. พันธุ์ข้าวญี่ปุ่น ก.วก.1 (Khao Yipun DOA 1) เป็นข้าวเจ้าซึ่งพัฒนาสายพันธุ์มาจากพันธุ์ซาซานิกชิก(Sasanishiki) ปลูกได้ดีในเขตภาคเหนือทั้งตอนบนและตอนล่าง รวมทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลำต้นตั้งตรง แข็งแรง สูงประมาณ 88 ซม. มีใบ กาบใบ และปล้องสีเขียว ใบมีขนปกคลุมและแก่ช้า รวงแน่น คอรวงสั้น ลักษณะเมล็ดป้อมสั้น สีเหลืองอ่อน ปลายเมล็ดมีหางเล็กน้อย มีขนสั้นๆ ปกคลุมทั่วเมล็ด มีความกว้างของเมล็ดประมาณ 3.5 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 7.4 มิลลิเมตร และหนาประมาณ 2.2 มิลลิเมตร เมล็ดร่วงยาก มีขนาดของท้องเมล็ดปานกลาง เนื้อเมล็ดมีสีขาว เป็นพันธุ์ที่ทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี การปลูกในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศค่อนข้างร้อน จะมีอายุในการเก็บเกี่ยวประมาณ 106 วัน ส่วนที่ปลูกในสภาพอากาศหนาวเย็นจะมีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 132 วัน ในเนื้อที่ 1 ไร่ จะให้ผลผลิตได้ประมาณ 700 กก. ในสภาพดินที่มีความอุดมสมบูรณ์มักให้ผลผลิตได้สูง คุณภาพการสีดี เมื่อหุงต้มจะมีรสชาติตรงตามมาตรฐานของข้าวญี่ปุ่น ราคาค่อนข้างสูง

2. พันธุ์ข้าวญี่ปุ่น ก.วก. 2 (Khao Yipun DOA 2) เป็นข้าวเจ้าที่พัฒนาสายพันธุ์มาจากพันธุ์อกิตะมาชิ (Akitakomachi) ปลูกได้ดีในเขตภาคเหนือตอนบน ลักษณะลำต้นตั้งตรง แข็งแรง มีใบ กาบใบ และปล้องเป็นสีเขียว ใบแก่ช้า รวงแน่น คอรวงสั้น มีความสูงประมาณ 80 ซม. เมล็ดมีรูปร่างป้อมสั้น สีเหลืองอ่อน มีขนสั้นๆ ปกคลุมอยู่ทั่ว บางเมล็ดมีหาง มีความยาวของเมล็ดประมาณ 7.3 มิลลิเมตร กว้างประมาณ 3.3 มิลลิเมตร หนาประมาณ 2.2 มิลลิเมตร เมล็ดร่วงยาก มีท้องไข่น้อย หากปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศค่อนข้างร้อนจะมีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 103 วัน แต่ถ้าพื้นที่ปลูกมีอากาศเย็นจะมีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 129 วัน ในพื้นที่ 1 ไร่ จะให้ผลผลิตได้ประมาณ 700 กก. ในสภาพดินที่มีความอุดมสมบูรณ์จะให้ผลผลิตได้มาก สามารถสีได้ดีมาก ได้ข้าวเต็มเมล็ด ทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี เนื้อเมล็ดมีสีขาว รสชาติดี

แม้ว่าข้าวญี่ปุ่นทั้ง 2 สายพันธุ์นี้จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่จะไม่ค่อยมีความต้านทานต่อโรคไหม้ และโรคขอบใบแห้ง รวมถึงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและสีขาว

การปลูกข้าวญี่ปุ่น
การปลูกมักใช้วิธีปักดำหรือหว่านในน้ำตม โดยใช้ต้นกล้าที่มีอายุไม่เกิน 18 วันในนาปี หรือต้นกล้าในนาปรังที่มีอายุไม่เกิน 25 วัน ควรถอนกล้าและปักดำให้เสร็จภายในวันเดียวหากใช้วิธีปักดำด้วยแรงงานคน ในการปลูกจำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเคมีให้ด้วย และต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการปลูกข้าวญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด เนื่องจากมีช่วงอายุสั้น เมื่อข้าวออกรวงต้องระบายน้ำออกจากนาประมาณ 15 วัน เพื่อให้ข้าวสุกพร้อมกัน

การเก็บเกี่ยวด้วยมือมักทำให้รวงข้างแห้งเหี่ยวเร็วมาก ไม่สามารถนวดโดยการฟาดแบบธรรมดาได้ ต้องใช้เครื่องจักรกลช่วยเท่านั้น หากต้องการเก็บเมล็ดไว้ทำพันธุ์ ควรตากแดดจัดๆ ไว้ประมาณ 3 วัน เพื่อให้ความชื้นเหลือแค่ประมาณ 10% และเก็บรักษาไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด