พิลังกาสา

By -

ผลพิลังกาสาอาจได้จากผลของพืชสกุล Ardisia(ในวงศ์ Myrsinaceae) หลายชนิด แต่ที่ใช้กันมากมี ๒ ชนิด คือพิลังกาสา

๑. ต้นพิลังกาสาที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Ardisia colorata Roxb. ซึ่งบางถิ่นเรียก กระดูกไก้ ก้างปลา ก้างปลาเขา(จันทบุรี) มะจ้ำก้อง(เชียงใหม่) เหมือด(เลย) อ้ายรามใบใหญ่(ตรัง)

พืชนี้เป็นไม้พุ่ม สูง ๒-๕ เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปใบหอกถึงรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน กว้าง ๓-๘ ซม. ยาว ๑๓-๒๘ ซม. ใบหนา ผิวเรียบ ก้านใบยาว ๘-๑๕ มม. ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ยาว ๑๐-๑๘ ซม. แตกช่อย่อย ๒-๓ ชั้น กลีบดอกสีขาวอมชมพูอ่อนๆ ติดกันที่โคนเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น ๕ แฉก แต่ละแฉกรูปใบหอก ผลรูปกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๔-๕ มม. มีเมล็ดเดียว เมื่อสุกเป็นสีดำ

๒. ต้นพิลังกาสาที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Ardisia elliptica Thunb. ซึ่งชาวบ้านบางถิ่นเรียก ลังพิสา(ตราด) ทุลังกาสา รามใหญ่(ชุมพร)

พืชชนิดนี้เป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง ๑-๔ เมตร แต่อาจสูงได้ถึง ๑๐ เมตร กิ่งก้านกลมหรือเป็นเหลี่ยม สีน้ำตาลอมเทา ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปรีถึงรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน กว้าง ๒.๕-๕ ซม. ยาว ๖-๑๒ ซม. ปลายใบแหลมถึงมน โคนใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ แผ่นใบมีต่อม เห็นเป็นจุดๆ กระจายอยู่ทั่วไป ดอกออกเป็นช่อจากซอกใบ ช่อละ ๔-๘ ดอก ก้านช่อดอกยาว ๑.๕-๒.๕ ซม. ก้านดอกย่อยยาว ๘-๑๕ มม. กลีบดอกสีชมพู ติดกันที่โคนเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น ๕ แฉก แต่ละแฉกรูปใบหอก ผลรูปทรงกลมแป้น ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว ๖ มม. เมื่อสุกมีสีม่วงเข้ม

ตำราสรรพคุณยาโบราณว่า ผลพิลังกาสามีรสร้อนฝาดสุขุม มีสรรพคุณแก้ไข้ท้องเสีย แก้ลมพิษ แก้ธาตุพิการ แก้ซาง

นอกนั้นส่วนอื่นๆ เช่น ใบ มีรสเฝื่อน แก้ตับพิการ แก้ปอดพิการ
ราก มีรสเฝื่อนเปรี้ยวเล็กน้อย มีสรรพคุณแก้กามโรค แก้โรคหนองใน ตำพอกและเอาน้ำกินแก้พิษงู

ต้น มีรสเฝื่อน ปรุงผสมกับสมุนไพรอื่นแก้โรคเรื้อน ฆ่าพยาธิที่ผิวหนัง

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์