มะพร้าว

By -

น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันระเหยยาก (fixed oil) ที่บีบหรือสกัดได้จากเนื้อในเมล็ด(kernel) มะพร้าว ต้นมะพร้าวมีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Cocos nucifera L. ในวงศ์ Palmae มีชื่อสามัญว่า Coco Palm หรือ Coconut Tree เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดที่เกาะโคโคส(Cocos Island) และเกาะคีลลิง(Keeling Island) ในมหาสมุทรอินเดีย เป็นพืชการค้าที่สำคัญชนิดหนึ่งของโลก บางถิ่นเรียก พร้าว หมากอุ๋น หมากอูนมะพร้าว

มะพร้าวเป็นไม้ต้น สูง ๒๐-๓๐ เมตร(ปัจจุบันมีการผสมพันธุ์และคัดเลือดพันธุ์ให้ได้พันธุ์เตี้ย ที่สูงไม่เกิน ๒๐ เมตร) ไม่แตกกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงซ้อนกันเป็นกระจุกที่ยอด มี ๓๐-๕๐ ใบ ใบยาว ๓-๗ เมตร กว้าง ๑-๑.๔๐ เมตร มีใบย่อยจำนวนมาก ใบย่อยรูปแคบยาว กว้าง ๓-๖ ซม. ยาว ๖๐-๙๐ ซม. แผ่นใบบาง เนื้อเหนียว เส้นกลางใบย่อยสีเหลือง ก้านใบประกอบยาว ๙๐-๑๕๐ ซม. โคนบานออกโอบติดกับลำต้น

ดอกออกเป็นช่อจากซอกใบ ช่อดอกมีกาบหุ้ม กาบแตกตามยาว เรียก “จั่นมะพร้าว” ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ต่างดอกกัน ดอกตัวผู้มักอยู่ทางปลายช่อดอก มีขนาดเล็ก มีเกสรตัวผู้ ๖ อัน เกสรตัวเมียมีขนาดเล็กหรือไม่มีเลย ดอกตัวเมียมักอยู่ที่โคนช่อ มีขนาดใหญ่ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว ๒.๕ ซม. มีกลีบดอก ๖ กลีบ รังไข่ทรงสามเหลี่ยม

ผลเป็นช่อขนาดใหญ่ เรียก “ทะลาย” ติดอยู่บนแกนดอกช่อที่แข็งแรง ผลทรงกลมหรือรีแกมรูปสามเหลี่ยม ยาว ๒๐-๓๕ ซม. วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ ๒๑-๒๔ ซม. ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีน้ำตาล เปลือกนอกเรียบ เนื้อเหนียว ชั้นกลางเป็นเส้นใยนุ่มๆ เรียก “ใยมะพร้าว”(coir) เปลือกชั้นในแข็งมาก เรียก “กะลา”(coconut shell) เนื้อในเมล็ดสีขาว ภายในมีน้ำใส เรียก “น้ำมะพร้าว” (coconut milk) เนื้อในเมล็ดมีสีขาว หั่นเป็นชิ้น ตากแดดให้แห้ง มีชื่อเรียกทางการค้าว่า “เนื้อมะพร้าวแห้ง”(copra) มีน้ำมันระเหยยากร้อยละ ๖๐-๖๕ เมื่อเอาไปบีบและเคี่ยวจะได้น้ำมันระเหยยาก เรียก “น้ำมันมะพร้าว” (coconut oil) ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันหลายชนิด เช่น กรดลอริก(lauric acid) ราวร้อยละ ๔๕ กรดคาปริก(capric acid) ราวร้อยละ ๑๐ กรดคาพรัยลิก(caprylic acid) ราวร้อยละ ๙ กรดปาล์มิติก(palmitic acid) ราวร้อยละ ๗ เป็นต้น

น้ำมันมะพร้าวที่เตรียมได้ใหม่ๆ จะเป็นของเหลว ใส มีกลิ่นหอม ที่ ๓๐ องศาเซลเซียสหรือสูงกว่า เมื่อเก็บไว้ในที่เย็นลง (ที่อุณหภูมิต่ำกว่า ๒๐ องศาเซลเซียส) จะเริ่มข้นขาวคล้ายเนยแข็ง มีกลิ่นเฉพาะตัว ใช้ปรุงอาหาร โบราณใช้เป็นยาทาแก้กลาก ทาแผลที่เกิดจากความเย็นจัดหรือร้อนจัด ใช้ผสมกับยาอื่นทาแก้โรคผิวหนังต่างๆ ใช้ทาตัวแก้ผิวหนังแห้งแตกเป็นขุย

ต้นมะพร้าวเป็นพืชที่มีประโยชน์มาก คนไทยและคนชาติอื่นๆ หลายชาติรู้จักใช้ประโยชน์จากแทบทุกส่วนของต้นมะพร้าว ไส้กลางต้นและยอดอ่อนกินได้ เนื้อในเมล็ดและน้ำคั้นจากเนื้อในเมล็ดเรียก “น้ำกะทิ” (coconut ceram) ใช้ปรุงอาหารทั้งคาวหวาน

ในทางยา โบราณรู้จักใช้ส่วนต่างๆ ของต้นมะพร้าวเป็นยาได้ เช่น

รากมะพร้าว มีรสฝาดหวาน ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ยาแก้ท้องเสีย ต้มเอาน้ำอมแก้ปากเจ็บ

เปลือกต้น เผาเป็นเถ้า ใช้ทาแก้หิด ใช้สีฟันแก้ปวดฟัน ดอกมีรสฝาดหวาน มีสรรพคุณแก้ไข้ แก้ท้องเดิน แก้ร้อนในกระหายน้ำ เป็นยาบำรุงโลหิต

เปลือกผล (ชั้นนอกที่เรียบเหนียวกับชั้นกลางที่เป็นเส้นใย) มีรสฝาดขมสุขุม ใช้ปรุงเป็นยาแก้ปวด ยาแก้อาเจียน ยาห้ามเลือด

กะลามะพร้าว ตากแดดให้แห้งใช้ปรุงเป็นยาแก้ปวดเอ็น ปวดกระดูก หรือเผาเป็นถ่าน แล้วบดเป็นผง กินเป็นยาแก้ท้องเสียและยาดูดพิษต่างๆ

เนื้อมะพร้าว (เนื้อในเมล็ด) ที่มีสีขาว มีรสสุขุม กินเป็นยาบำรุงกำลัง เป็นยาขับพยาธิ

น้ำมะพร้าว มีรสหวาน สุขุม แก้กระหาย ทำให้ดวงจิตชุ่มชื่น แก้อ่อนเพลีย บำรุงครรภ์ บำรุงหัวใจ แก้พิษ แก้อาเจียนเป็นเลือด เป็นต้นมะพร้าวไฟ

มะพร้าวไฟ
เป็นมะพร้าวพันธุ์หนึ่งที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์เช่นเดียวกับมะพร้าว มะพร้าวไฟนี้ผลอ่อนมีสีเหลืองอมแสดหรือแดง

แพทย์โบราณนิยมใช้เนื้อคั้นเอาแต่หัวกะทิ ผสมกับน้ำคั้นสมุนไพรอื่นเคี่ยวเป็นยาน้ำมัน

***โบราณถือว่าน้ำมะพร้าวเป็นน้ำบริสุทธิ์ ใช้ล้างหน้าศพก่อนเผา***

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์