ระบบเส้นข้างตัวปลา

By -

น้ำมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของปลาและสัตว์น้ำทั่วไป แสงที่ซึมผ่านโมเลกุลของน้ำจะกระจายไปโดยอนุภาคต่างๆ ในน้ำ ไม่ว่าน้ำจะใสเพียงใด การมองเห็นภาพในน้ำจะมีขอบข่ายของระยะทางเพียงไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น แต่การรับภาพจะไม่มีขอบเขตจำกัดถ้ามองไปในอากาศ

ปลาจะสามารถปรับการรับภาพในน้ำและในอากาศได้ดี ถ้าตามีการพัฒนาดีเป็นพิเศษ โดยการโฟกัสแสงให้ตกบนเรตินาที่ทำหน้าที่ในการรับภาพ การหักเหของแสงในอากาศมีค่าดัชนีเท่ากับ 1 แต่การหักเหของแสงในคอร์เนียของปลาและสัตว์ชั้นสูงทั่วไปจะมีค่าดัชนีเท่ากับ 1.37 ซึ่งใกล้เคียงกับการหักเหของน้ำที่มีค่าดัชนีเท่ากับ 1.33 เมื่อลำแสดงผ่านเข้ามาในน้ำ หรือในกระจกตาก็จะเกิดการหักเหขึ้น กระจกตาของสัตว์บกเป็นส่วนสำคัญที่จะปรับโฟกัสในตา แต่เกือบไม่มีความจำเป็นเลยสำหรับปลา เพราะการหักเหของน้ำและแก้วตาปลามีค่าดัชนีที่ใกล้เคียงกัน การปรับโฟกัสที่ละเอียดอ่อนของสัตว์บกจะต้องมีเลนส์ตาที่แบนและอ่อนนุ่ม แต่เลนส์ตา หรือแก้วตาของปลาจะมีความสามารถในการหักเหสูงมากเพราะมีลักษณะค่อนข้างกลมและแข็งกว่า เลนส์ตาสามารถเคลื่อนที่เข้าเรตินาเพื่อปรับภาพในระยะใกล้-ไกลได้ เลนส์รับภาพแบบนี้ก็มีเช่นกันในพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งการรับภาพของปลาก็จะคล้ายกับสัตว์ชั้นสูงทั่วไป

ภายในปาก รอบส่วนหัว และครีบด้านหน้าของปลา จะมีต่อมรับรสอยู่มากมาย นอกจากนี้ ที่จมูกจะมีต่อมรับกลิ่น สามารถตรวจสอบสารเคมีต่างๆ ในน้ำได้ดีอีกด้วย กลิ่นที่เจือจางเพียง 1 ในพันล้าน ฉลามและแซลมอนก็สามารถที่จะรับรู้ได้ เชื่อว่าการได้กลิ่นทางเคมีจากลำธารบ้านเกิดที่อยู่ไกลออกไปของปลาแซลมอน ซึ่งเป็นกลิ่นที่คงอยู่ในความทรงจำตั้งแต่สมัยยังเล็กๆ ทำให้มันอพยพกลับแหล่งกำเนิดและสืบพันธุ์ ปลาจะสูญเสียความสามารถในการเดินทางกลับแหล่งกำเนิด เมื่อทดลองตัดหรือปิดอวัยวะรับความรู้สึกนี้ในจมูก

ระบบเส้นข้างตัวปลา
การตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงในน้ำของปลา เพื่อให้รู้ว่าบริเวณนั้นมีความปลอดภัยเพียงใด มันก็จะใช้ระบบเส้นข้างตัวทำหน้าที่รับสัญญาณนี้ การตรวจสอบเสียง ความถ่วง ที่ผ่านเข้ามาในน้ำก็สามารถทำได้ด้วยระบบนี้

อวัยวะที่รวมตัวกันเป็นแถวด้านข้างของผิวลำตัว คือ นิวโรมาสท์ ซึ่งเป็นระบบเส้นข้างตัวของปลา จะมีขนอยู่ 2 ชนิดที่ด้านบนของเซลล์ ชนิดที่มีเส้นใหญ่และยาว เรียกว่า ไคโนซีเลียม(kinocilium) และขนขนาดเล็กหลายเส้น เรียกว่า ไมโครวิลไล(microvilli) หรือสเตอริโอซีเลีย(stereocilia) ซึ่งจะอยู่สลับกันกับชนิด ไคโนซีเลียม ขนทั้งสองชนิดจะฝังอยู่ในเยื่อเมือกคล้ายวุ้น ที่เรียกว่า คูพูลา(cupula) เพื่อช่วยในการงอและโบกพัดของเส้นขน เส้นประสาทที่ส่งเข้ามาทางเส้นข้างตัวจะไปกระตุ้นนิวโรมาสท์ การโบกของขนในซีเลียจะส่งสัญญาณไปยังขนชนิดเดียวกันของเซลล์ถัดไปเป็นทอดๆ แล้วส่งต่อไปยังเส้นประสาทรับความรู้สึกไปที่ระบบ CNS ต่อไป ปลาจะทราบถึงทิศทางของกระแสน้ำที่ผ่านเข้ามาทางผิวตัวด้านข้างด้วยการทำงานของระบบนี้ นิวโรมาสท์ของปลา สามารถตรวจสอบพบได้แม้การไหลของกระแสน้ำมีเพียง 0.025 มิลลิเมตร/วินาที และเสียงก็ทำให้เกิดคลื่นในน้ำได้ ปลาจึงใช้ระบบเส้นข้างตัวตรวจสอบเสียงคลื่นความถี่ต่ำที่ผ่านเข้ามาได้

ปลาหัวตะกั่ว Aplocheilus lineatus ที่หากินตามผิวน้ำ สามารถหาอาหารได้ดีด้วยการใช้ระบบเส้นข้างตัว โดยดูคลื่นการเคลื่อนที่ของเหยื่อที่ผ่านมาในน้ำ กลุ่มของนิวโรมาสท์จะมีอยู่มากมายบริเวณหัวของปลาที่หากินแบบรวมฝูง แต่ในปลาหลายชนิด เช่น ปลาหลังเขียว ปลาหัวแข็ง ปลากระบอก ฯลฯ ระบบเส้นข้างตัวบางตอนอาจขาดหายไป ไม่มีการเจริญที่ดีนัก เสียงรบกวนที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของพรรคพวกในฝูง สามารถตัดออกไปได้จากเส้นข้างตัวด้านข้างที่หายไป แต่นิวโรมาสท์ทางส่วนหัวจะเพิ่มขึ้นมาแทน อวัยวะนิวโรมาสท์ของตัวอ่อนปลาแรกฟักจะกระจายอยู่ตามส่วนหัวและลำตัวอย่างอิสระ และพัฒนาเป็นระบบเส้นข้างตัวก่อนที่จะมีเมตะมอร์โฟซิสในเวลาต่อมา ระบบเส้นข้างตัวของปลาตัวเต็มวัย จะอยู่ทางหัวแยกออกมาล้อมรอบเหนือตา ใต้ตา และขากรรไกรล่าง

ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ