ราชพฤกษ์

By -

ต้นราชพฤกษ์ไม่ใช่ต้นคูนหรือต้นลมแล้ง(Cassia fistula L.) และไม่ใช่ต้นชัยพฤกษ์(Cassia bakeriana Craib) ดังที่เรียกกันผิวในตำราส่วนใหญ่ แต่เป็นพืชที่ใกล้เคียงกัน ๒ ชนิด (หรือบางตำราจัดเป็น ๒ ชนิดย่อย) คือราชพฤกษ์

๑. ต้นราชพฤกษ์ ชนิดที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Cassia javanica L. ในวงศ์ Leguminosae ชนิดนี้ตำราบางเล่มเสนอชื่อใหม่เป็นเพียงระดับชนิดย่อย คือ Cassia javanica L. subsp. javanica K & S.S. Larsen พืชชนิดนี้เป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงได้ถึง ๑๕ เมตร เมื่อลำต้นยังอ่อนอยู่มีหนามแข็งที่เกิดจากกิ่งแก่ที่ร่วงหล่นไป แต่เมื่อต้นอายุมากขึ้นจะหายไป ลำต้นไม่เป็นปุ่มปม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับกัน มีใบย่อย ๕-๑๕ คู่ ก้านใบยาว ๑.๕-๔ ซม. แกนกลางใบยาว ๒๐-๓๐ ซม. ใบย่อยรูปไข่แกมรูปมนหรือรูปขอบขนาน กว้าง ๑.๕-๓ ซม. ยาว ๒-๕ ซม. ปลายใบกลมหรือมน โคนใบกลม ใต้ใบมีขนละเอียด เอนราบกับผิวใบ ก้านใบย่อยสั้นมาก ดอกออกเป็นช่อตามกิ่ง ก้านช่อดอกใหญ่และแข็ง ไม่แตกแขนง ยาว ๕-๑๖ ซม. เมื่อเริ่มบานมีสีชมพู แล้วเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม เมื่อใกล้โรยเปลี่ยนเป็นสีออกขาว ดอกย่อยมีก้านดอกเรียว ยาว ๓-๕ ซม. มีกลีบเลี้ยงสีแดงเข้มถึงสีแดงอมน้ำตาล รูปไข่ ปลายแหลม ยาว ๗-๑๐ มม. กลีบดอกรูปไข่กลับ กว้าง ๗-๘ มม. ยาว ๒๕-๓๕ มม. โคนกลีบคอดเป็นก้านยาว ราว ๓ มม. เกสรตัวผู้มี ๑๐ อัน ขนาดยาวไม่เท่ากัน รังไข่เรียว มีขนคลุมบางๆ ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอก ขนาดผ่าศูนย์กลางราว ๑-๑.๕ ซม. ยาว ๒๐-๖๐ ซม. ห้อยลงมาจากกิ่ง ฝักแก่สีดำ เกลี้ยงไม่มีขน ไม่แตก มีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดรูปแบน เกือบกลม สีน้ำตาลเป็นมัน

๒. ต้นราชพฤกษ์ชนิดที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Cassia nodosa Buch.-Ham. ex Roxb. วงศ์ Leguminosae ชนิดนี้ตำราบางเล่มเสนอชื่อใหม่เป็นเพียงระดับชนิดย่อย คือ Cassia javanica L. subsp. nodosa (buch-Ham. ex Roxb.) K. & S>S Larsen พืชชนิดนี้คล้ายกับชนิดแรกมาก จะแตกต่างกันที่ชนิดนี้ที่ลำต้นป่องออกมาเป็นระยะคล้ายปล้อง ก้านช่อดอกเรียว กลีบเลี้ยงมีสีเขียว กลีบดอกมีขนาดเล็กกว่า ยาว ๑.๕-๒ ซม. และเมื่อดอกเริ่มบานจะเป็นสีชมพูอ่อนจนเกือบขาวในระยะแรก ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นสีชมพูอมเหลือง

ตำราสรรพคุณยาโบราณว่าฝักราชพฤกษ์มีรสหวานเอียน มีสรรพคุณถ่ายเสมหะ แก้พรรดึก ระบายพิษไข้ เป็นยาระบายที่ไม่ทำให้ปวดมวนในท้องหรือไซ้ท้อง ใช้ได้ในเด็ก สตรีมีครรภ์และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง แก้ตานขโมย ใช้พอกแก้ปวดข้อ และว่าสรรพคุณของส่วนอื่นๆ เสมอด้วยสรรพคุณของต้นคูน

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์