ลิ้นทะเล

By -

ลิ้นทะเลเป็นชื่อเครื่องยาที่เป็นแกนกลางลำตัวที่มีลักษณะแข็ง หนา พรุน ของหมึกกระดอง(cuttlefish) หลายชนิด หมึกกระดองเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในทะเล จัดอยู่ในสกุล Sepia วงศ์ Sepiadae ที่พบในประเทศไทยเพียง ๖ ชนิด เช่น หมึกกระดองลายเสือ(Sepia pharaonis Ehrenberg)หมึกกระดองลายเสือ

หมึกกระดองเป็นหมึกที่มีแกนกลางประกอบด้วยหินปูน เรียก “กระดอง”(cuttlebone) ภายในมีก๊าซไนโตเจนและของเหลวหลายชนิดอยู่รวมกัน กระดองนี้เป็นเครื่องช่วยในการลอยตัว โดยการปรับสมดุลระหว่างก๊าซและของเหลว มีน้ำหมึกสำหรับใส่ให้หนวด มีหนวด ๑๐ เส้น หนวดของหมึกกระดองใช้รับสัมผัส จับเหยื่อ ขู่ศัตรู และช่วยในการผสมพันธุ์ โดยปกติจะเห็นหนวดที่เรียก “arm” เพียง ๘ เส้น หนวดอีก ๒ เส้นจะยาวกว่าหนวดอื่น เรียก “tentacle” แต่จะซ่อนไว้ จะโผล่ออกมาเฉพาะตอนที่ล่าเหยื่อเท่านั้น มีท่อน้ำที่เรียก “funnel” หรือ “siphon” ที่สามารถหันได้เกือบทุกทิศทาง บังคับความเร็วได้ หมึกกระดองจะเคลื่อนที่ได้โดยการพ่นน้ำทางท่อน้ำ ซึ่งแรงส่งจะทำให้หมึกกระดองเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม ท่อน้ำนี้ยังใช้ปล่อยน้ำจากลำตัวตอนหายใจ ปล่อยของเสีย ปล่อยไข่และสารที่ใช้หุ้มเปลือกไข่ หมึกกระดองว่ายน้ำได้ช้า มีครีบข้างลำตัวที่เรียกว่า “fin” เพื่อใช้ในการพยุงตัว มีระบบประสาทที่พัฒนามาสูง มีตาคล้ายตามนุษย์ มักพบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล กินสัตว์หน้าดินเป็นอาหารลิ้นทะเล

กระดองปลาหมึกมีสีขาว เปราะ ภายในโปร่งพรุน เมื่อสัมผัสจะรู้สึกสาก มีรสเค็ม มีชื่อสามัญว่า Sea-biscuit, Cuttle-fish bone, Cuttle-fish Shell, Os Sepiae องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นหินปูน (calcium carbonate) ร้อยละ ๘๐-๘๓ เคยใช้เป็นยาฆ่าฤทธิ์กรด ใช้เป็นส่วนผสมในยาสีฟันผง ยาขัด ใช้ผสมในขนมบางชนิด เช่น ขนมถ้วยฟู ขนมปุยฝ้าย ฯลฯ เพื่อให้ขนมขึ้นฟู

ตำราสรรพคุณยาโบราณว่า ลิ้นทะเลมีรสเค็มกร่อย ปรุงเป็นยาฆ่าเชื้อและยาแก้มูกเลือด

แพทย์ชนบทใช้ผงลิ้นทะเลผสมกับน้ำมะนาว คนให้เข้ากันเป็นเนื้อข้นๆ ทาหน้าก่อนเข้านอนทิ้งไว้จนเช้าแล้วล้างออก เพื่อเป็นยากัดสิวฝ้าได้ดี บางถิ่นใช้ลิ้นทะเลปิ้งไฟพอเหลืองแก่ๆ ผสมเป็นยากวาดคอเด็ก แก้เม็ดยอดที่เกิดในปากและคอได้ดี

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์