ลูกโทะ

By -

ชื่อสามัญ Downy myrtle, Hill gooseberry, Rose myrtle, Downy rose myrtle, Hill guava, Isenbery bush, Ceylon hill cherry

ชื่อวิทยาศาสตร์ Rhodomyrtus tomentosa (Aiton) Hassk.

ชื่อพ้อง Cynomyrtus tomentosa (Aiton) Scriv., Myrtus canescens Lour., Myrtus tomentosa Aiton, Rhodomyrtus tomentosa var. tomentosa)

ชื่อวงศ์ (MYRTACEAE)ลูกโทะ

ชื่ออื่นๆ พรวดกินลูก (ปราจีนบุรี), ซวด (จันทบุรี), ง้าย ชวด พรวด (ตราด), พรวดใหญ่ (ชลบุรี), พรวดผี (ระยอง), โท๊ะ (สงขลา), กาทุ (ชุมพร), ทุ โทะ (ภาคใต้), กามูติง กามูติงกายู มูติง (มลายู), ปุ้ย (เขมร) เป็นต้น

โทะมีอยู่ 2 สายพันธุ์ ที่พบได้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทางตอนใต้ของจีน คือพันธุ์ Rhodomyrtus tomentosa (Aiton) Hassk. (Rhodomyrtus tomentosa var. tomentosa) และที่พบในอินเดีย ศรีลังกา คือพันธุ์ Rhodomyrtus tomentosa var. parviflora (Alston) A.J.Scott (Rhodomyrtus parviflora Alston) สามารถกระจายพันธุ์ไปได้กว้างไกล ซึ่งมักพบทั่วไปตั้งแต่อินเดีย ศรีลังกา พม่า จีน อินโดนจีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ หมู่เกาะโมลุกกะและเซลีเบส ส่วนในประเทศไทยพบได้ทางภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ และภาคใต้ ที่เป็นบริเวณดินทราย ป่าโปร่ง ชายฝั่งทะเล ป่าพรุ ป่าดิบเขา และพบได้บ้างในระดับที่มีความสูงประมาณ 1,300 เมตร

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
โทะเป็นไม้พุ่มยืนต้นทรงกลม มีลำต้นสูงประมาณ 1-4 เมตร มีขนนุ่มๆสั้นๆ สีเทาขึ้นปกคลุมอยู่ที่บริเวณกิ่งอ่อน ยอด ด้านล่างของใบ ก้านใบ ช่อดอก ก้านดอก ด้านนอกของกลีบดอก กลีบเลี้ยง และผล สามารถลอกเปลือกต้นออกเป็นแผ่นบางๆ ได้

ใบ
ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยวรูปไข่ รูปรี หรือรูปขอบขนาน ออกเรียงกันแบบตรงกันข้าม ความกว้างของใบมีประมาณ 3-5 ซม. ยาวประมาณ 5-10 ซม. ส่วนปลายใบอาจจะมีลักษณะมน ทู่ หรือเป็นติ่งแหลม มีโคนใบสอบแคบหรือกว้างเป็นรูปลิ่ม ขอบใบม้วนลงเล็กน้อย มีผิวด้านบนใบเกลี้ยง ส่วนด้านล่างจะมีขนสีขาวๆ คลุมอยู่ ใบมีลักษณะค่อนข้างหนา ตั้งแต่โคนใบไปจรดปลายใบมีเส้นใบ 3 เส้น และมีเส้นแขนงที่ออกจากโคนใบเรียงโค้งจรดกันเป็นเส้นขอบใบ 1 เส้น มีความยาวของก้านใบประมาณ 0.5 ซม.

ดอก
ส่วนใหญ่ดอกโทะออกเป็นดอกเดี่ยวๆ หรือบางครั้งอาจออกเป็นช่อกระจุกซ้อนกันก็ได้ มักออกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง ความยาวของก้านช่อมีประมาณ 1-2 ซม. ส่วนความยาวของก้านดอกประมาณ 1.5 ซม. มีกลีบดอก 5 กลีบ เป็นสีม่วงอมชมพู หรือชมพูอมขาว และจะมีสีขาวเมื่อดอกแก่ กลีบดอกมีความยาวประมาณ 1.5-2 ซม. เป็นรูปไข่กลับเกือบกลม ดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-4 ซม. ฐานรองดอกมีลักษณะเป็นรูปถ้วย ใต้วงกลีบจะมีรังไข่อยู่ บริเวณโคนกลีบเลี้ยงจะเชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย มีความยาวประมาณ 1 ซม. และแยกออกเป็น 5 แฉกที่ส่วนปลาย กลีบส่วนปลายจะมนและติดทน มีความยาวประมาณ 0.6 ซม. กลีบด้านในจะยาวกว่ากลีบนอกเล็กน้อย มีเกสรเพศผู้ในดอกเป็นจำนวนมาก อับเรณูมีก้านชูเป็นสีแดง มีความยาวประมาณ 0.7-1 ซม. ปลายอับเรณูมีต่อมเล็กๆ อยู่ ความยาวของก้านเกสรเพศเมียมีประมาณ 1-1.5 ซม. ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคมมักจะเริ่มมีดอกให้เห็น

ผล
ลักษณะผลโทะจะกลมแกมรี มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-1.5 ซม. มีขนหนานุ่มสั้นๆ ขึ้นปกคลุมอยู่ทั่ว กลีบเลี้ยงจะติดทน เมื่อผลยังอ่อนอยู่จะมีสีเขียวด้านๆ และจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำจนอาจถึงสีดำเมื่อเป็นผลแก่ เมื่อสุกจะมีเนื้อภายในผลเป็นสีม่วง มีรสหวานนุ่ม และมีเมล็ดอยู่เป็นจำนวนมาก

เมล็ด
เมล็ดของโทะจะมีลักษณะเป็นรูปไตสีน้ำตาลอยู่ภายในผลมากมาย มีขนาดกว้างของผลประมาณ 2 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมก็มักจะติดผล

กายขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด

ประโยชน์
-ผลจะมีรสฝาดเมื่อยังดิบอยู่แต่เมื่อสุกก็จะมีรสหวาน สามารถนำมารับประทานได้ หรืออาจใช้เป็นอาหารของนก หรือใช้ทำไวน์ผลไม้ ทำแยมหรือเยลลี่ และผลไม้กวนก็ได้

-ที่เนื้อไม้จะมียางเหนียวสีดำ ใช้ทาคิ้วให้ดำขึ้นได้

-ชาวบ้านมักนิยมใช้ไม้โทะเป็นไม้ขัดแตะ ทำคอกสัตว์ และใช้ทำฟืน เนื่องจากเป็นไม้ที่ค่อนข้างแข็ง

-ปลูกเป็นไม้ประดับ

-บางพื้นที่จะทำมาลัยจากดอกโทะ เช่นที่ฮาวาย

โทะเป็นไม้ป่าชนิดหนึ่งที่สมควรได้รับการพัฒนาเป็นอย่างมาก เพราะมีทั้งคุณค่าทางอาหารและมีสรรพคุณทางยาด้วย หากมีการขยายพันธุ์และให้การศึกษาในทุกๆ ด้านอย่างจริงจัง ก็จะได้รับประโยชน์จากพืชชนิดนี้เป็นอย่างมาก

สรรพคุณตามตำรายาไทย
ต้น-ใช้ต้มน้ำดื่มเพื่อบำรุงโลหิต

ผล-ใช้ปรุงเป็นยารักษาโรคโลหิตจางของหญิงมีครรภ์ หรือใช้รักษาโรคบิด ท้องเสีย ท้องร่วง ปวดท้อง

รากและใบ-ใช้ปรุงเป็นยารักษาอาการท้องเสีย กรดไหลย้อน ท้องร่วง ปวดท้อง ใช้กับสตรีหลังคลอดบุตร รักษาอาการกระเพาะอาหารอักเสบแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง แก้อาการอาหารไม่ย่อย ตับอักเสบ นำใบมาตำให้ละเอียดแล้วใช้พอกรักษาแผลหรือฝี หรือใช้น้ำต้มใบมาทำความสะอาดแผลเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค รักษาอาการปวดหลัง ปวดเอว ปวดข้อ