วิธีการปลูกต้นสมอไทย

By -

ชื่อสามัญ Chebulic Myrobalans, Myrolan Wood
ชื่อวิทยาศาสตร์ Terminalia chebula Retz.
ชื่อวงศ์ Combretaceae
ชื่ออื่นๆ สมอไทย, ส้มมอ, หมากส้มมอ, สมอ, ม่าแน่, สมออัพยา, หมากแน่ะ, มะน่ะ, หมากนะ

สมอไทย เป็นไม้ป่ายืนต้นที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทย พม่า และลาว พบมีการเจริญเติบโตอยู่มากในแถบภาคกลาง อีสาน และภาคเหนือของไทย ในบริเวณที่เป็นป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ผลมีรสฝาดเปรี้ยว นิยมนำผลสดมารับประทาน หรือนำไปแปรรูปเป็นสมอดอง หรือสมอแช่อิ่ม มีสรรพคุณในการกระตุ้นให้อยากกินอาหาร และช่วยบำรุงร่างกายให้เกิดภูมิต้านทานโรค

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ต้นสมอไทย
ลำต้น
สมอไทย เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง แตกกิ่งก้านสาขาไม่มากนัก มีรูปร่างของทรงพุ่มไม่แน่นอนและค่อนข้างโปร่ง เปลือกลำต้นเป็นสีดำอมเทา แตกเป็นร่องลึกและมีสะเก็ดขนาดใหญ่ เนื้อไม้ด้านนอกมีสีเหลืองอมน้ำตาล ส่วนด้านในเป็นสีน้ำตาลอมดำ มีความแข็งแรงทนทาน ลำต้นมีความสูงประมาณ 10-15 เมตร

ใบ
ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกันที่ปลายกิ่ง ใบมีลักษณะเป็นรูปทรงรี โคนและปลายใบมน แผ่นใบเรียบค่อนข้างหนา มีขนอ่อนๆ ปกคลุมอยู่ทั่ว ด้านบนใบมีสีเขียวเข้ม ส่วนด้านล่างจะมีสีที่อ่อนกว่า มีก้านใบยาวประมาณ 1.5-2.5 ซม. ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ก็จะเริ่มผลัดใบ และเริ่มผลิใบอ่อนในช่วงเดือนเมษายน

ดอก
ออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่งประมาณ 3-5 ช่อ ในแต่ละช่อจะประกอบไปด้วยดอกย่อยรูปถ้วยสีขาวอมเหลืองขนาดเล็กประมาณ 10-20 ดอก มีกลีบดอกจำนวน 5 กลีบ ขนาดของดอกย่อยเล็กประมาณ 3-5 มม. เป็นดอกสมบูรณ์เพศที่มีเกสรตัวผู้จำนวน 10 อัน และมีรังไข่แบ่งเป็น 2 ช่อง อยู่บริเวณฐานดอก จะเริ่มผลิดอกในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม

ผล
มีลักษณะเป็นรูปไข่หรือค่อนข้างกลม ผิวผลไม่ค่อยเรียบมากนัก เมื่อผลยังอ่อนเปลือกผลจะมีสีเขียวสด และจะมีสีแดงประเมื่อเริ่มเป็นผลแก่ เนื้อผลหนา แข็ง กรอบ รสฝาดเปรี้ยว ผลที่โตเต็มที่แล้วจะมีขนาดความกว้างประมาณ 2-2.5 ซม. ยาวประมาณ 2.5-3.5 ซม. จะเริ่มติดผลในช่วงเดือนมิถุนายน และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม

เมล็ด
มีลักษณะค่อนข้างกลม เปลือกเมล็ดเป็นสีเหลืองอมน้ำตาลและหนา ภายในผลจะมีเมล็ดอยู่เพียง 1 เมล็ด

การขยายพันธุ์
สามารถทำได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด การตอน หรือการปักชำ สมอไทยเป็นไม้เนื้อแข็งส่วนใหญ่จึงนิยมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด เนื่องจากอาจไม่ได้ผลมากนักหากใช้วิธีอื่นๆ โดยนำเมล็ดพันธุ์ที่ร่วงจากต้นมาตากให้แห้ง แล้วค่อยนำไปเพาะต่อในถุงชำ ซึ่งกว่าเมล็ดสมอไทยจะแห้งก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร เนื่องจากมีเนื้อผลที่ค่อนข้างหนาและแข็ง เมล็ดพันธุ์ที่แห้งแล้วสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 ปี มีอัตราการงอกประมาณ 70-80% หากเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้นานกว่านี้ก็จะทำให้เปอร์เซ็นต์การงอกลดลงได้

การปลูก
ก่อนนำเมล็ดลงเพาะในถุงชำหรือแปลงสำหรับเพาะ ควรตัดเปลือกหุ้มเมล็ดให้แตกเสียก่อนเพื่อให้เมล็ดสามารถงอกได้ดีขึ้น ใช้ดินร่วนกลบหลังจากนำเมล็ดลงปลูกให้หนาประมาณ 1 ซม. เมื่อปลูกไปได้ประมาณ 3-4 สัปดาห์เมล็ดก็จะเริ่มงอก ย้ายต้นกล้าที่มีความสูงประมาณ 5-7 ซม. ไปชำในแปลงต่อไป

สมอไทยสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นดินทรายหรือดินเหนียว พื้นที่ที่เหมาะสมในการเพาะปลูกจะอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 เมตร มีฝนตกเฉลี่ยปีละประมาณ 700-3,300 มม. สามารถเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงถึง 45 องศาเซลเซียส และต่ำถึง 10-15 องศาเซลเซียส

ประโยชน์
ผล-มีรสเปรี้ยวอมฝาดใช้รับประทานเป็นผลไม้สด หรือนำไปดอง แช่อิ่มก็ได้
เปลือกต้น-ใช้ย้อมผ้า ย้อมแห จะให้สีดำอมแดง
ใบ-ใช้ย้อมผ้า ใบอ่อนให้สีเขียวขี้ม้า ใบแก่ให้สีเหลืองอมน้ำตาล หรือนำใบอ่อนมาหั่นตากแห้งใช้เป็นยาสูบ หรือชงดื่มเป็นชาได้
เนื้อไม้-มีความแข็งแรงทนทาน สามารถนำไปสร้างบ้านเรือน หรืออุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ได้ ส่วนกิ่งสมอก็ใช้ทำเป็นไม้ฟืน

สรรพคุณทางยา
ใบ-เป็นยาสมานแผล บำรุงถุงน้ำดี
ผลอ่อน-ใช้เป็นยาระบาย ลดไข้ ขับเสมหะ แก้บิด ขับลม
ผลแก่-ใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย ช่วยให้เจริญอาหาร ช่วยแก้อาหารท้องเดิน ช่วยชำระล้างลำไส้ให้สะอาด
ผลแห้ง-ใช้ต้มกับน้ำเป็นยาแก้ไอ