วิธีการเลี้ยงโคนม

By -

สำหรับเกษตรกรที่สนใจจะทำฟาร์มโคนมเพื่อผลิตน้ำนมดิบ หรือนำนมโคที่ได้ไปแปรรูป วันนี้ vichakaset.com ได้รวบรวมเทคนิควิธีการเลี้ยงโคนมมาให้ได้เรียนรู้และนำไปใช้

 

พันธุ์โคนมที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทย

- โคนมสายพันธุ์แถบร้อน  เช่น เรดซินดี้ ,ซาฮิวาล มีข้อดีคือทนอากาศร้อนได้ดี แต่ข้อเสียคือให้น้ำนมน้อย

- โคนมสายพันธุ์แถบหนาว หรือ โคนมยุโรป เช่น โฮลสไตน์ฟรีเซียน (พันธุ์ขาว-ดำ)

ในส่วนเพศของโคนมที่เลี้ยงนั้น ส่วนใหญ่จะเลี้ยงเพศเมีย ไม่นิยมเลี้ยงเพศผู้ เนื่องจากมีบริการผสมเทียมจากกรมปศุสัตว์ส่งเสริมโคนมพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเซียน

การเลี้ยงโคนม

เริ่มต้นเลี้ยงโคนม

ก่อนอื่นเกษตรกรผู้เลี้ยงโค จะต้องมีเงินทุนเตรียมไว้สำหรับ

- ซื้อโคนม
- จัดทำโรงเรือน ทำคอก
- เตรียมแปลงหญ้า ค่าอาหาร
- แหล่งน้ำ
- ค่าแรง และอื่น ๆ

การเริ่มต้นเลี้ยงโค สามารถทำได้ดังวิธีการต่อไปนี้

1. เริ่มด้วยการ หาซื้อลูกโคนมพันธุ์ผสมเพศเมียมาเลี้ยง (อายุ 1 เดือน)  โดยให้กินนมเทียมหรือหางนมผงละลายน้ำ พร้อมทั้งให้อาหารข้นลูกโคอ่อนและหญ้า จนกระทั่งโคนมมีอายุ 3-4 เดือน จึงหย่านม เลี้ยงถึงอายุผสมพันธุ์ ตั้งท้อง คลอดลูก และเริ่มรีดนมได้

2.  เริ่มด้วยการซื้อโคนมอายุเมื่อหย่านม โครุ่น โคสาว หรือโคสาวที่เริ่มตั้งท้อง หรือแม่โคที่เคยให้นมแล้ว นำมาเลี้ยง วิธีนี้ใช้เงินทุนมาก แต่ให้ผลตอบแทนเร็ว

3. เริ่มต้นด้วยการเลือกซื้อ แม่โคพันธุ์พื้นเมือง หรือแม่โคที่มีสายเลือดโคเนื้อ ที่มีลักษณะดี ไม่มีโรคติดต่อ นำมาเลี้ยง แล้วใช้วิธีผสมเทียมกับสายเลือดโคพันธุ์นมของยุโรปพันธุ์ใดพันธุ์หนึ่ง เมื่อได้ลูกผสมตัวเมีย ให้เลี้ยงดูต่อไปอีกประมาณ 30-36 เดือน ก็จะให้ลูกตัวแรก แม่โคตัวนี้ก็จะเริ่มรีดนมได้

ฟาร์มโคนม

วิธีการเลี้ยงโคนมในแต่ละช่วงอายุ

ไม่ว่าท่านจะเริ่มเลี้ยงโคนมด้วยวิธีใดก็ตาม ดังที่บอกไปแล้วข้างต้น คือ เริ่มจากลูกโค , โคสาว หรือ เลือกโคพื้นเมืองมาผสมพันธ์กับโคพันธุ์ยุโรป การทำฟาร์มโคนมก็จะต้องเลี้ยงโคนมทุกรุ่นอยู่ดี โดยมีวิธีการเลี้ยงดังนี้

วิธีเลี้ยงลูกโค

โคนมแรกเกิดให้กินน้ำนมเหลืองทันทีภายใน 2 ชั่วโมง น้ำนมเหลือง คือ น้ำนมของแม่โคระยะแรกคลอดที่จะผลิตออกมาก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำนมปกติ น้ำนมเหลืองจะมีสีขาวปนเหลือง รสขม มีคุณค่าอาหารสูงและช่วยให้ลูกโคมีภูมิคุ้มกันโรคที่ดี

โคแรกเกิดจะต้องกินน้ำนมเหลืองเช้าและเย็น ติดกัน 2-5 วัน ตามแต่ระยะที่แม่โคจะมีน้ำนมเหลือง หลังจากนั้นค่อยเปลี่ยนไปกินน้ำนมแม่ต่อ

เมื่อโคมีอายุได้ 2-3 เดือน ให้เปลี่ยนจากนมแม่ เป็นนมเทียม หรือ นมผงละลายน้ำ

ให้โคหย่านม เมื่อมีอายุอยู่ในช่วง 5-6 เดือน

สำหรับปริมาณน้ำนมที่ให้ลูกโคดื่มนั้น กะประมาณไว้ที่ 10% ของน้ำหนักแรกเกิด เช่น ถ้าลูกโคหนัก 40 กิโลกรัม ก็จะต้องให้ลูกโคดื่มนมวันละ (40 x 10%)  4 กิโลกรัม โดยแบ่งเป็นมื้อเช้า 2 กิโลกรัม มื้อเย็น 2 กิโลกรัม สำหรับปริมาณน้ำนมที่ให้จะเป็นอัตราคงที่ไปจนกระทั่งหย่านม

ในขณะเดียวกันควรจัดหาอาหารข้นสำหรับลูกโคและหญ้าแห้งวางไว้ให้ลูกโคได้หัดกินตั้งแต่อายุได้ 1-2 สัปดาห์ วิธีนี้จะทำให้ลูกโคช่วยเหลือตัวเองโดยเร็วที่สุด ประหยัดนมแม่โคได้มากเป็นการลดต้นทุนในการเลี้ยงลูกโค

สำหรับวิธีการผสมนมเทียม หรือนมผงละลายน้ำ ให้ใช้อัตราส่วนผสม คือ น้ำผง 1 ส่วน ต่อน้ำสะอาด 7-10 ส่วน แต่ที่นิยมใช้คือ 1 ต่อ 8 หรือ 1 ต่อ 9 ส่วน ตัวอย่างเช่นถ้าใช้นมผง 1 กิโลกรัมก็ต้องผสมน้ำ 8 กิโลกรัม ในการผสมแต่ละครั้งควรคนให้เข้ากัน และต้องเติมน้ำมัน ตับปลาหรือวิตามินลงไปด้วย

หมายเหตุ : เมื่อโคมีอายุ ประมาณ 1-2 เดือน ควรจะต้องทำการสูญเขาโค หรือ ทำลายเขาโค เพื่อ ไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้เลี้ยง ,ไม่ให้โคขวิดกันเอง และยังเป็นการป้องกันอันตรายให้โคเจ้าของเขา เพราะเขาของโคอาจจะยาวโง้งมาทิ่มหน้าหรือตาได้

 

วิธีเลี้ยงโครุ่นและโคสาว

เมื่อโคนมมีอายุถึง 4 เดือน อัตราการตายจะต่ำ เพราะระบบการย่อยจะดีขึ้นมาก ตั้งแต่ระยะนี้ไปจนถึงระยะโครุ่น คืออายุประมาณ 180-205 วัน ( น้ำหนักประมาณ 120-150 กิโลกรัม ) โคจะกินหญ้าได้ดีแล้ว

ช่วงระยะโคสาว โคนมจะมีน้ำหนักประมาณ 200-250 กิโลกรัม

เลี้ยงจนกระทั่งโคมีอายุครบ 18-22 เดือน จะเป็นช่วงอายุเกณฑ์ผสมพันธุ์ โคจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ให้เพิ่มอาหารผสมและให้หญ้ากินเต็มที่ หากสามารถเลี้ยงแบบปล่อยลงแปลงหญ้าได้จะยิ่งดี เพราะโคจะได้ออกกำลังกาย และยังประหยัดแรงงานในการเลี้ยงอีกด้วย

 

การผสมพันธุ์โค

โคตัวเมียที่พร้อมผสมพันธุ์จะมีอาการเป็นสัดกับจะมีการตกไข่เกิดขึ้น  ซึ่งเจ้าของฟาร์มจะเลือกผสมพันธุ์โคนม ด้วยวิธีผสมเทียมหรือผสมแบบธรรมชาติก็ได้ ตามความสะดวก

การเป็นสัดของโคแต่ละรอบจะห่างกันประมาณ 21 วัน ในแต่ละครั้งของการเป็นสัดใช้เวลา 18-24 ชั่วโมง ไข่จะตกหลังจากหมดการเป็นสัดแล้วประมาณ 14 ชั่วโมง ดังนั้นช่วงระยะเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการผสมพันธุ์คือระยะเวลาก่อนที่ไข่จะตกเล็กน้อย เช่น ถ้าพบโคเป็นสัดตอนเช้าก็ควรจะผสมอย่างช้าตอนบ่ายวันเดียวกัน หรือถ้าเห็นโคเป็นสัดตอนบ่ายหรือเย็นก็ควรจะผสมอย่างช้าเช้าวันรุ่งขึ้น

 

อาการเป็นสัดของโค

หากโคแสดงอาการดังต่อไปนี้บางอย่าง หรือ หลายอย่างพร้อมกัน แสดงว่าโคกำลังอยู่ในช่วงเป็นสัด

1.  เสียงร้องผิดปกติ

2.  อวัยวะเพศบวมแดง

3.  ปัสสาวะบ่อย

4.  มีเมือกใสและเหนียวไหลออกมาจากช่องคลอดหรือเลอะบริเวณก้นทั้งสองข้าง

5.  ไม่กินอาหารหรือกินอาหารน้อยทั้งอาหารข้นและหญ้า

6.  ถ้าเป็นแม่โคที่กำลังให้นมจะพบว่าน้ำนมลดลง

7.  ขึ้นขี่ตัวอื่นหรือยอมให้ตัวอื่นขี่

8.  สังเกตที่ดวงตา จะเห็นม่านตาเบิกกว้างบ่อยครั้งกว่าปกติ ส่อให้เห็นการตื่นตัวและตื่นเต้นง่าย

หลังจากโคนางได้รับการผสมพันธุ์ประมาณ 21 วัน ถ้าโคไม่มีอาการเป็นสัดอีก ก็อาจคาดได้ว่าโคตัวนั้นเริ่มตั้งท้องแล้ว

ระยะเวลาตั้งท้องของโค จะอยู่ที่ประมาณ 285 วัน

การดูแลแม่โคนม

เมื่อโคตั้งท้องประมาณ 10 เดือน ให้แยกโคท้องแก่ออกจากฝูงเพื่อให้ไม่โดนรบกวน โดยอาการใกล้คลอดของโคที่สังเกตได้ชัดเจน คือ นมคัดเต้า อวัยวะเพศบวมโต ลุกและนอนบ่อย มองท้องตัวเองยกหางและปัสสาวะบ่อย

ระยะนี้ให้เตรียมปูฝางข้าวหรือหญ้าแห้งเพื่อให้ลูกโครองนอน

สังเกตถุงน้ำคร่ำ หากถุงน้ำคร่ำแตก โคจะต้องคลอดลูกภายใน 15 นาที ถ้าเกินกว่านี้ แสดงว่าผิดปกติ ต้องแก้ไข

หลังจากที่โคคลอดลูกออกมาแล้ว นมที่ได้ในช่วงแรกจะเป็นน้ำนมเหลือง ให้นำไปให้ลูกโคกิน นมที่รีดได้ในอาทิตย์ควรให้ลูกโคกินให้หมด อย่ารีดนำไปขาย

 

การรีดนม

การรีดนมมีอยู่ 2 วิธีคือ การรีดนมด้วยมือ และการรีดนมด้วยเครื่อง ซึ่งควรรีดให้สะอาดเสร็จโดยเร็วและให้น้ำนมหมดเต้า ซึ่งขั้นตอนในการรีดนมจะมีดังนี้

1.  เตรียมน้ำยาฆ่าเชื้อโดยน้ำยาคลอรีนอย่างเจือจาง

2.  เตรียมอุปกรณ์การรีด ซึ่งรวมถึงผู้ที่ทำการรีดและแม่โคให้เรียบร้อย การเตรียมการต่าง ๆ ควรจัดการให้สะอาดหรือฆ่าเชื้อก่อนด้วยน้ำยาคลอรีน

3.  ทำความสะอาดตัวโคและบริเวณคอกรีดที่สกปรก

4. ล้างเต้านมด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำยาคลอรีนพร้อมกับนวดเช็ดเบา ๆ

5.  ก่อนลงมือรีดควรตรวจสอบความผิดปกติของน้ำนมหรือทำการรีดน้ำนมที่ค้างอยู่ในหัวนมทิ้งเสียก่อน

6.  ขณะลงมือรีดนมควรรีบรีดให้เร็วที่สุดไม่หยุดพักโดยกะให้เสร็จภายใน 5-8 นาที และต้องรีดให้หมดทุกเต้า

การรีดนมด้วยมือโดยการใช้นิ้วหัวแม่มือนิ้วชี้บีบหรือรีดหัวนมตอนบนเพื่อเป็นการเปิดทางนม เป็นการกันไม่ให้น้ำนมในหัวนมหนีขึ้นไปอยู่ตอนบน ต่อมาก็ใช้นิ้วที่เหลือ(กลาง นาง ก้อย) ทำการบีบไล่น้ำนมตั้งแต่ตอนบนเรื่อยลงมาข้างล่าง จะทำให้ภายในหัวนมเกิดมีแรงอัดและน้ำนมจะถูกดันผ่านรูนมออกมา และเมื่อขณะที่ปล่อยช่วงนิ้ว(แม่มือ นิ้วชี้) ที่รีดหัวนมตอนบนออก น้ำนมซึ่งมีอยู่ในถุงพักนมข้างบนจะไหลลงมาส่วนล่างเป็นการเติมให้แกหัวนมอีก เป็นเช่นนี้ตลอดระยะเวลาที่รดจนกระทั่งน้ำนมหมด