วิธีการปลูกผักกาดขาวปลี

By -

ผักกาดขาวปลี (Chinese Cabbage)
ผักกาดขาวปลีถือได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทยอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายสายพันธุ์ ลักษณะก็จะแตกต่างกันออกไป ผักชนิดนี้วิวัฒนาการมาจากพืชในประเทศจีน และมีต้นกำเนิดอยู่ในเอเชีย ผักกาดขาวปลีสามารถนำมาบริโภคได้ทั้งแบบปรุงให้สุกก่อนหรือจะรับประทานเป็นผักสดก็ได้ และมักนิยมนำมาทำเป็นผักดองหรือผักตากแห้ง จากคุณสมบัติของปลีที่ขาวอวบ กรอบ มีรสหวาน จึงทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไป

การปลูกผักกาดขาวปลี
ดินที่เหมาะสมในการปลูกผักกาดขาวปลีคือ ดินร่วนที่มีค่าพีเอชอยู่ระหว่าง 6-6.8 สามารถระบายน้ำได้ดี และมีความอุดมสมบูรณ์สูง เพื่อความเจริญเติบโตที่ดีตลอดระยะเวลาการปลูกจึงไม่ควรให้มีการขาดน้ำ อุณหภูมิต้องอยู่ระหว่าง 15-20 องศาเซลเซียส สถานที่ปลูกควรได้รับแสงแดดตลอดวัน

การปลูกผักกาดขาวปลีสามารถทำได้ 2 วิธีคือ
1. การเพาะกล้า
2. การหว่าน

การเตรียมดินปลูกในแปลงสำหรับเพาะกล้า
ควรไถเพื่อพลิกดินแล้วตากทิ้งไว้ก่อนประมาณ 5-7 วัน ต่อมาให้เอาปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกคลุกเคล้ากับดินแล้วพรวนย่อยผิวหน้าดินให้ละเอียด เพราะถ้าปลูกด้วยการหว่านก็จะทำให้เมล็ดไม่ตกในดินลึกจนเกินไป

การเตรียมดินในแปลงปลูก
ดินร่วนเป็นลักษณะของดินที่เหมาะในการปลูกผักกาดขาวปลีที่สุด สำหรับดินทั่วไปหรือแม้แต่ดินเหนียวก็สามารถทำการเพาะปลูกได้ ถ้ามีการไถหรือขุดให้ลึกลงไปในดินประมาณ 30 ซม. แล้วตากดินไว้ประมาณ 7-10 วันเพื่อให้แห้ง ย่อยให้ละเอียด นำปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักคลุกเคล้าผสมลงไป ทำให้มีการระบายน้ำได้ดีขึ้น และควรใส่ปูนขาวลงไปด้วยหากเป็นดินเปรี้ยวหรือดินเค็ม ซึ่งอัตราส่วนของปูนขาวที่ใส่ลงไปอยู่ที่ประมาณ 40 ก.ก./ไร่ ถ้าเป็นดินทรายให้ใส่ปุ๋ยคอกในอัตรา 2 ปี๊บ/พื้นที่ปลูก 1 ตารางเมตร หรือใส่ตารางเมตรละ 1 ปี๊บถ้าเป็นปุ๋ยขี้เป็ด ขี้ไก่ หรือขี้หมู

การปลูกผักกาดขาวปลีในแถบชานเมืองจะนิยมปลูกแบบยกร่อง แล้วขุดคลองระบายน้ำกันเป็นส่วนใหญ่ เมล็ดพันธุ์ที่ใช้เป็นพันธุ์ผสมมีราคาถูกจึงมักนิยมปลูกแบบหว่านลงบนร่อง หรือปลูกเป็นแถวเดี่ยวในแปลงใหม่ ถ้าเมล็ดมีราคาแพงอาจใช้วิธีการปลูกแบบย้ายกล้า หรือปลูกเป็นแถวคู่ก็ได้

สำหรับการปลูกแบบหว่านลงบนแปลงเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 25-30 วัน ก็ให้ถอนแยกเว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 40-50 ซม. การปลูกแบบหว่านจะใช้เมล็ดประมาณ 1.2 ก.ก./ไร่ ถ้าปลูกแบบโรยเป็นแถวใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 350-800 กรัม/ไร่ ส่วนการย้ายกล้าจะใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 35-40 กรัม/ไร่ เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 4-5 สัปดาห์แล้วถึงจะทำการย้ายไปปลูกได้ ส่วนพื้นที่ที่ใช้เพาะกล้าก็อยู่ที่ประมาณ 2.5-3 ตารางเมตร ก่อนหว่านเมล็ดพันธุ์ลงในแปลงควรผสมด้วยทรายที่มีขนาดเท่าเมล็ดพันธุ์เสียก่อน จะช่วยทำให้มีการกระจายของเมล็ดได้ดีขึ้น หลังจากนั้นให้ใส่ปุ๋ยหมักทับลงไปแล้วคลุมด้วยฟาง ใช้อุปกรณ์รดน้ำแบบฝอยให้ชุ่ม หากเป็นการขุดหลุมตื้นๆ เพื่อหยอดเมล็ดพันธุ์ ควรใส่หลุมละ 3-5 เมล็ด และถอนให้เหลือหลุมละต้นเมื่อผ่านไปได้ 20 วันแล้ว

การให้ปุ๋ย ควรพิจารณาถึงความอุดมสมบูรณ์ของดินเป็นหลัก เช่น สูตร 20-10-10 ในอัตราส่วนต่อไร่ประมาณ 80-150 ก.ก. โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกใส่เพื่อรองพื้น ส่วนครั้งที่สองให้ใส่โรยข้างแถวแล้วพรวนดินกลบเมื่อปลูกไปได้ประมาณ 20 วันแล้ว

สำหรับพันธุ์ที่ห่อปลีแน่นเมื่อผักมีอายุประมาณ 30-40 วัน ให้หว่านปุ๋ยยูเรีย หรือแอมโมเนียมไนเตรดเสริมในอัตราต่อไร่ประมาณ 20-30 ก.ก. และรดน้ำตามทันที เพื่อป้องกันโรคใบไหม้จากการเกาะของปุ๋ย ควรรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอ ในระยะแรกของการปลูกควรพรวนดินและกำจัดวัชพืชไปด้วย

การเก็บเกี่ยว
ผักกาดขาวปลีพันธุ์ที่ห่อหัวไม่แน่น จะใช้เวลาในการปลูกประมาณ 40-45 วัน จึงจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ ส่วนพันธุ์ปลีแน่นจะใช้เวลาประมาณ 50-80 วัน และควรเก็บเกี่ยวในขณะที่ปลีกำลังแน่นเพื่อป้องกันการเน่าจากเชื้อโรค ควรใช้มีดที่สะอาดและคมในการเก็บเกี่ยว โดยตัดบริเวณโคนต้นและตัดแต่งใบไปพร้อมๆ กัน