วิธีปลูกมะกอกป่า

By -

ชื่อสามัญ Hog plum, Wild Mango
ชื่อวิทยาศาสตร์ Spondias pinnata (L. f.) Kurz
ชื่อวงศ์ ANACARDIACEAE
ชื่ออื่นๆ กูก, กอกกุก, กอกเขา, ไพแซ, กอกหมอง, กราไพ้ย, ไพ้ย, ตะผร่าเหมาะ, กอกป่า, มะกอกไทย, สือก้วยโหยว, โค่ยพล่าละ, แผละค้อก, เพี๊ยะค๊อก, ลำปูนล, ตุ๊ดกุ๊ก, ไฮ่บิ้งมะกอกป่า

มะกอกป่า เป็นไม้ยืนต้นพลัดใบ จัดเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับมะม่วง มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถพบเห็นได้ทุกภาคในประเทศไทยตามบริเวณป่าดิบแล้ง ป่าแดง ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ส่วนขอบใบและผลมีกลิ่นหอม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มะกอกป่ามีลักษณะของลำต้นกลม ตรง เปลือกลำต้นเรียบ หนา เป็นสีเทา มีปุ่มปมเล็กน้อย มีรูอากาศอยู่ตามลำต้น เปลือกลำต้นมียางใสๆ เป็นสีน้ำตาลปนแดง แตกกิ่งก้านโปร่งๆ เป็นทรงพุ่มรูปทรงกลม กิ่งมักห้อยลงมาด้านล่าง มีความสูงของลำต้นประมาณ 15-25 เมตร

ใบ
เป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อยรูปขอบขนาน โคนใบมนแคบ ปลายใบแหลมเป็นติ่ง แผ่นใบหนา นุ่ม เป็นมัน ขอบใบเรียบ มีขนาดความกว้างประมาณ 3-4 ซม. ยาวประมาณ 7-12 ซม. ออกเรียงสลับแบบตรงกันข้ามบนก้านใบประมาณ 4-6 คู่ และออกเป็นใบเดี่ยวๆ บริเวณปลายสุดของก้านใบ ความยาวของก้านใบมีประมาณ 12-16 ซม. ลักษณะของใบอ่อนมีสีน้ำตาลอมแดง

ดอก
ออกเป็นช่อแยกแขนงบริเวณซอกใบหรือปลายกิ่ง มีดอกย่อยสีครีมขนาดเล็กเป็นจำนวนมาก ดอกย่อยเป็นรูปทรงรีสีขาว ขนาด 4 มิลลิเมตร มีกลีบดอกปลายแหลมจำนวน 5 กลีบ มีกลีบเลี้ยงคล้ายรูปถ้วยปลายแยกจำนวน 5 กลีบ มีทั้งดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ภายในต้นเดียวกันแต่แยกอยู่คนละดอก จะเริ่มติดดอกในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์

ผล
ลักษณะผลมีรูปทรงไข่ ผลอ่อนมีสีเขียว และกลายเป็นสีเขียวอมเหลืองหรือสีเหลืองอ่อนเมื่อแก่ เปลือกผลเรียบ มีจุดประสีดำหรือสีเหลืองอยู่ทั่วผล ผลที่โตเต็มที่มีขนาดความกว้างประมาณ 2.5-3 ซม. ยาวประมาณ 3-5 ซม. เนื้อภายในผลมีสีขาวลักษณะฉ่ำน้ำ มีรสเปรี้ยวจัด

เมล็ด
ภายในเนื้อผลจะมีเมล็ดสีน้ำตาลอ่อนที่มีเปลือกหุ้มเป็นเสี้ยนปกคลุมอยู่จำนวนมาก เมล็ดมีขนาดใหญ่และแข็งมาก ในแต่ละผลจะมีอยู่เพียง 1 เมล็ด

การขยายพันธุ์
สามารถทำได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด และการตอนกิ่ง

วิธีปลูก
มะกอกป่าสามารถเจริญเติบโตและปลูกได้ทั่วทุกภาคในประเทศไทย ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและแมลงศัตรูพืชมารบกวน เมื่อคัดเลือกเมล็ดหรือกิ่งพันธุ์ที่ดีได้แล้วก็ให้เตรียมหลุมปลูกขนาด 50x50x50 ซม. ใช้ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 6×6 เมตร ก่อนปลูกให้รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเสียก่อน ให้น้ำ ปุ๋ย และการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วให้บำรุงต้นด้วยปุ๋ยหมักในอัตรา 10-20 กก./ต้น/ปี โดยใส่ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตรเสมอในอัตราที่เหมาะสม

ประโยชน์
ในใบอ่อนและผลมะกอกป่า จะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่อร่างกายมากมาย เช่น พลังงาน ใยอาหาร เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี และแคลเซียม มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านการเกิดโรคมะเร็งอยู่สูง มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา ส่วนแคลเซียมและฟอสฟอรัสก็ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ทั้งผลดิบและสุกใช้รับประทานเป็นผลไม้ มีสรรพคุณทำให้ชุ่มคอ แก้ร้อนในกระหายน้ำ หรือจะนำไปประกอบเป็นอาหารต่างๆ ก็ได้

ดอกของมะกอกป่าสามารถนำมาทำเป็นยาบำรุงธาตุ แก้พิษโลหิต และรักษาโรคริดสีดวงลำคอได้

ใบอ่อนมีกลิ่นหอม ใช้รับประทานเป็นผักสด หรือใช้แต่งกลิ่นในอาหารต่างๆ ได้

ยางต้น สามารถใช้ติดสิ่งของแทนกาวได้ เนื่องจากมีลักษณะเป็นเมือกและไม่ละลายน้ำ

เนื้อไม้อ่อน สามารถนำไปทำเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ได้หลายชนิด เช่น กล่องใส่ของ กล่องไม้ขีดไฟ และไม้จิ้มฟัน เป็นต้น