ว่านกุมารทอง

By -

ชื่อสามัญ Blood flower, Powder puff lily
ชื่อวิทยาศาสตร์ Haemanthus multiforus (Tratt.) Martyn.
ชื่อวงศ์ AMARYLLEDACEAE
ชื่ออื่นๆ ว่านแสงอาทิตย์, ว่านตะกร้อ, ว่านกระทุ่มว่านกุมารทอง

ว่านกุมารทอง เป็นพืชล้มลุกที่จัดอยู่ในวงศ์ของพลับพลึง มักปลูกไว้ใกล้ๆ ศาลพระภูมิคู่กับว่านนางคุ้ม และว่านผู้เฒ่าเฝ้าบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้อยู่อาศัย

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มีลักษณะเป็นหัวใต้ดิน รูปร่างคล้ายหอมหัวใหญ่ เปลือกหุ้มหัวมีสีน้ำตาลไหม้และมีจุดประสีแดงคล้ำปกคลุมอยู่ทั่วหัว มีรากออกเป็นกระจุกแน่นคล้ายฐานรองหัว มองดูเหมือนเด็กผมจุกนั่งอยู่บนแท่น จึงเป็นที่มาของชื่อว่านชนิดนี้ มีลำต้นเหนือดินเป็นก้านรูปทรงกลม สีเขียว มีจุดสีแดงคล้ำปกคลุมทั่ว

ใบ
เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว แตกออกมาจากส่วนยอดของลำต้นหรือก้านใบ ลักษณะใบเป็นรูปทรงรีหรือรูปแกมขอบขนาน โคนใบสอบ ปลายใบแหลม แผ่นใบเรียบสีเขียวสด ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ก้านใบเป็นรูปครึ่งวงกลม จะมีใบหลังจากที่ดอกร่วงโรยไปแล้ว

ดอก
ออกเป็นช่อกลมคล้ายซี่ร่ม ในแต่ละช่อมีดอกสีแดงขนาดเล็กจำนวนมาก กลีบดอกย่อยมีลักษณะเป็นเส้นฝอย มีสีเหลืองเล็กน้อยที่ปลายกลีบ มีก้านดอกสีเขียวและยาว จะมีดอกให้เห็นในช่วงประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม เมื่อดอกบานเป็นช่อกลมจะดูสวยงามมาก

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยการใช้หัวใต้ดิน หรือแยกต้นที่เกิดใหม่ไปปลูก ว่านกุมารทองจะเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายหรือดินเผาไฟ ชอบแสงแดดแบบร่มรำไร ต้องการน้ำและความชื้นสูง เมื่อนำไปปลูกควรใช้ดินกลบหัวว่านแค่พอมิด รดน้ำตามพอชุ่ม คอยดูแลรักษาเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้พืชเจริญงอกงามดี

ประโยชน์
ใช้ปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับตามอาคารบ้านเรือน หรือสถานที่ต่างๆ ส่วนดอกก็สามารถตัดมาปักใส่แจกันเพื่อความสวยงามได้ คนในสมัยโบราณมีความเชื่อว่า หากใครปลูกไว้ก็จะก่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล มีเทวดาคุ้มครอง ทำให้ค้าขายดี เป็นที่ยำเกรงของคนทั่วไป จะอธิษฐานขอสิ่งใดก็จะสมความปรารถนา ถ้านำดอกไปเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันถั่วใช้ทาตัว ก็จะทำให้อยู่ยงคงกระพัน