สมุนไพรสะเดา

By -

สะเดา
ในเมืองไทยเรานิยมกินสะเดากันมากเหมือนกัน โดยเฉพาะตามชนบทรู้จักสะเดากันดี ไทยเรากินทั้งดอกและใบอ่อนๆ เอามาลวกนํ้าร้อนพอให้หายขมลงไปบ้าง นิยมจิ้มกับนํ้าปลาหวาน อาหารอย่างนี้จะเป็นของคนไทยมาก่อนหรือเพิ่งจะกินกันในชั้นหลังไม่ทราบ แต่ในอินเดียนั้นนิยมกินกันมานานนับพันปีแล้ว และกินเป็นพิธีเท่านั้น ถือกันว่าเป็นยาป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ

ในพิธีปีใหม่ของฮินดูที่เรียกว่า “วรรษปรติปทา” ซึ่งทำกันในเดือนมีนาคม-เมษายน ชาวฮินดูจะบูชาต้นสะเดา และกินใบสะเดาผสมกับพริกไทยและนํ้าตาลทรายเพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บตลอดปี และในพิธีนี้พวกฮินดูจะชักธงทำด้วยไหมติดแถบทอง บนยอดเสาสูง บนยอดเสาทำเป็นปุ่มด้วยเงินหรือทองเหลืองเป็นรูปดอกบัวตูม ห้อยพวงมาลัย มีการสังเวยธงด้วย นอกจากบูชาต้นสะเดาแล้ว ในการบูชาเจ้าแม่ทุรคาเขาก็ยังใช้สะเดาบูชาอีกเหมือนกัน ถือเป็นของสำคัญที่จะขาดไม่ได้

ทางอินเดียตอนเหนือเมื่อทำพิธีเกี่ยวกับการตายเสร็จแล้ว เขามักจะเคี้ยวใบสะเดาและใช้กิ่งสะเดาจุ่มนํ้าพรมตามร่างกายเพื่อกันเสนียดอัปมงคลต่างๆ ในบางแห่งเขาจะมีหม้อใส่เยี่ยววัวไว้ที่ประตูบ้าน คนที่จะเข้าไปต้องเอากิ่งสะเดาจุ่มนํ้าเยี่ยววัวพรมเท้าเสียก่อน และเมื่อมีเด็กเกิดเขาจะเอาใบสะเดาแขวนไว้ที่ประตูบ้าน ทั้งข้างหน้าข้างหลัง ในเมืองอามัดนครเมื่อมีคนถูกงูกัด เขาจะนำคนเจ็บไปที่วิหารไพโรบา เอาใบสะเดาคั้นผสมกับพริกให้กิน และเอาใบสะเดาโบกที่ศีรษะ ในอัสสัมนิยมเอากิ่งสะเดาวางไว้ใต้เตียงคนไข้

สะเดาเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งในอินเดียสมัยโบราณเห็นจะใช้เป็นยารักษาโรคเรื้อน และโรคผิวหนังต่างๆ ด้วย มีเรื่องเล่าประกอบว่า ครั้งหนึ่งหญิงฮินดูคนหนึ่ง สามีจะไปต่างเมือง หญิงผู้นั้นไม่อยากให้สามีห่างตนไปนาน ก็ไปปรึกษาหมอว่าจะทำอย่างไรดีจึงจะให้สามีกลับมาเร็วๆ ได้ หมอเป็นคนที่ค่อนข้างจะฉลาดเกินมนุษย์ธรรมดาอยู่บ้าง จึงแนะนำว่า เมื่อสามีออกเดินทางไปนั้น ให้นอนพักที่ใต้ต้นมะขามทุกคืน ส่วนขากลับให้นอนใต้ต้นสะเดาทุกคืนอีกเหมอนกัน สามีของนางเชื่อและปฏิบัติตาม ขาไปก็นอนพักตามโคนต้นมะขาม ปรากฏว่าโดนพิษต้นมะขามเล่นงานเอาเสียไม่สบายต้องเดินทางกลับ แต่ก็ยังปฏิบัติตามคำหมอ คือนอนใต้ต้นสะเดาทุกคืน พอมาถึงบ้านโรคก็หายพอดี นี่ก็กล่าวกันว่า ไอระเหยจากต้นสะเดารักษาแก้พิษต้นมะขามได้นั่นเอง นับว่าหมอคนนั้นกะเวลาได้เก่งมากทีเดียว

ต้นสะเดานี้ภาษาละตินเรียกว่า Melia azadirachta ในภาษาฮินดู เรียกว่า นีม (Neem หรือ nim, nimba) ในภาษาอังกฤษเรียกว่า The Neem or Margosa tree Indian Lilac. ต้นสะเดาเข้ามาเกี่ยวข้องกับ ความเชื่อถือของไทยตั้งแต่เมื่อไรไม่ปรากฏ แต่เห็นจะได้รับตำรามาจากพวกพราหมณ์ต้นตำหรับไสยศาสตร์เป็นของแน่ เท่าที่พบกล่าวไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ก็มีในพงศาวดารสมัยกรุงศรีอยุธยา ตอนที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชคิดกำจัดพระศรีสุธรรมราชา ในพงศาวดารกล่าวว่า

“ตรัสให้กระทำมงคลแต่งใส่รี้พลทั้งปวงเป็นสำคัญ แล้วให้เอาใบสะเดาเป็นประเจียดสำหรับเมื่อยุทธนั้น เพราะเหตุว่าสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราชไซร้พระชนมวารวันศุกร์ และใบสะเดานั้นเป็นนามพุธและศุกร์ไซร้สิ้นกำลังในพุธนาม เพื่อจะประหารนามแห่งอริราช”

จากเรื่องนี้ก็ได้ความรู้ทางไสยศาสตร์อีกอย่างหนึ่งว่า ใบสะเดาเป็นไม้สำหรับวันพุธ สังเกตตามเรื่องก็เป็นแบบตัดไม้ข่มนามนั่นเอง

ในพุทธประวัติกล่าวว่า ในพรรษาที่ ๑๑ พระพุทธเจ้าได้เสด็จไปประทับ ณ ใต้ต้นสะเดาใกล้นครเวรัญชาอันเป็นรุกขพิมานของนเฬรุยักษ์ ในอัสสัมถือเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ใช้บูชาเจ้าแม่กาลีและใช้ขับไล่ต่อสู้ปีศาจ

ประโยชน์ในทางแพทย์นั้น เท่าที่ทราบส่วนมากใช้เปลือก เพราะในเปลือกมีแอลคาลอยด์ขม เรียกว่า “Margosine” และ margosic acid มีอำนาจและสรรพคุณใช้แทนเยนเชี่ยนและควาสเชีย สำหรับเป็นยาขมและบำรุงทั่วไป โดยทำเป็นทิงเจอร์

ที่มา:ส.พลายน้อย