สมุนไพรเถาคุย

By -

ชื่อวิทยาศาสตร์ Willughbeia edulis Roxb.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Ancylocladus cochinchinensis Pierre
ชื่อวงศ์ APOCYNACEAE
ชื่ออื่นๆ กะตังกะติ้ว, หมากยาง, ตังตู้เครือ, คุยช้าง, คุยหนัง, อีคุย,โพล้พอ, ต้นคุย, เถาคุยเครือ, เครือยาง, บักยางลูกคุย

ต้นคุย เป็นไม้เถารอเลื้อยที่จัดอยู่ในวงศ์ตีนเป็ด เป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่สามารถพบเห็นได้ตามป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าโปร่ง และป่าเบญจพรรณทั่วไป

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มีลักษณะเป็นไม้เถาขนาดใหญ่ เนื้อแข็ง เปลือกเถาเรียบเป็นสีน้ำตาล แตกกิ่งก้านสาขามากมาย มีมือยึดเกาะเลื้อยพันไปได้ไกลประมาณ 10-15 เมตร มีน้ำยางสีขาวขุ่นในทุกส่วนของลำต้น

ใบ
ออกเป็นใบเดี่ยวจากข้อของลำต้น เรียงเป็นคู่ๆ ตรงข้ามกัน ใบมีลักษณะเป็นรูปทรงรี รูปไข่กลับ หรือรูปขอบขนาน โคนใบมน ปลายใบแหลมเป็นติ่ง ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบเรียบหนา มีสีเขียวเป็นมัน ด้านล่างของใบมีขนนุ่มๆ ปกคลุมอยู่เล็กน้อย ก้านใบยาวประมาณ1-2 ซม. ขนาดใบที่โตเต็มที่มีความกว้างประมาณ 5-7 ซม. ยาวประมาณ 10-14 ซม.

ดอก
ออกเป็นช่อกระจุกจากซอกใบและปลายกิ่ง ก้านช่อดอกยาวประมาณ 1-2 มม. ในแต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยประมาณ 5-6 ดอก กลีบดอกย่อยมีสีเหลืองจำนวน 5 กลีบ เมื่อดอกบานมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-2.5 ซม. ดอกจะเริ่มบานในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ตลอดทั้งวัน โดยจะทยอยบานในตอนเช้าและหลุดร่วงไปในวันรุ่งขึ้น

ผล
ออกเป็นผลเดี่ยวๆ เป็นผลสดมีเนื้อรูปไข่หรือรูปทรงกลม ผิวผลเรียบเกลี้ยง เปลือกหนา ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่หรือสุกจะมีสีเหลืองอมส้ม ผลที่โตเต็มที่มีขนาดประมาณ 5.8-7.2 ซม. ก้านผลยาวประมาณ 0.8-1.2 ซม. มักติดผลในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน

เมล็ด
ภายในผลมีเนื้อติดอยู่กับเมล็ดรูปไข่สีน้ำตาลประมาณ 1-3 เมล็ด เมล็ดมีความกว้างประมาณ 1.2-1.6 ซม. ยาวประมาณ 1.9-2.8 ซม.

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยการเพาะเมล็ด เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยที่มีอินทรีย์วัตถุอุดมสมบูรณ์ สามารถระบายน้ำและอากาศได้ดี ชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ต้องการน้ำในปริมาณปานกลาง ควรตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งอยู่เสมอเพื่อให้ต้นเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่

ประโยชน์
เป็นพรรณไม้ดอกไม้ประดับกลางแจ้งที่เหมาะกับการปลูกเป็นซุ้มหรือแนวรั้ว
ผลสุก-มีรสเปรี้ยวอมหวาน ใช้รับประทานเป็นผลไม้ได้
เถาลำต้น-ใช้เป็นเชือกมัดสิ่งของต่างๆ
ราก-ใช้ทำเป็นสีย้อม ซึ่งจะให้สีแดง
น้ำยาง-ใช้ทำเป็นกาวดักจับแมลง

สรรพคุณทางยา
ราก-ใช้ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการดีซ่านที่เกิดจากโรคมาลาเรีย, แก้เจ็บคอ, เจ็บหน้าอก, แก้บิด, แก้อาการมือเท้าอ่อนเพลีย นำมาบดให้ละเอียดใช้ทาอาการตัวเหลืองของทารก

ลำต้น-ใช้ต้มน้ำร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง, แก้บิด, แก้ตับพิการ, แก้น้ำเหลืองเสีย, ใช้รักษาโรคคุดทะราด, เป็นยาอายุวัฒนะ, แก้อาการมือเท้าอ่อน, แก้อัมพฤกษ์อัมพาต, ช่วยขับลม

เปลือกต้น-ใช้ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ปวดศีรษะ, แก้บิด

ผลดิบ-นำมาตากแห้งย่างไฟ แล้วบดผสมกับน้ำใช้ทาแผล

ผลสุก-ใช้รับประทานเป็นผลไม้ทำให้ขับถ่ายสะดวก

ยาง-ใช้ทารักษาแผล, แก้คุดทะราด, แก้เท้าเป็นหน่อ