สรรพคุณของพลูคาว

By -

ชื่อสามัญ Plu Kaow
ชื่อวิทยาศาสตร์ Houttuynia cordata Thunb.
ชื่อพ้อง Polypara cochinchinensis Lour.
ชื่อวงศ์ SAURURACEAE
ชื่ออื่นๆ ผักคาวตอง, คาวทอง, ผักก้านตอง, ผักคาวปลา, ผักเข้าตองพลูคาว

พลูคาว เป็นพืชล้มลุก พบมีการกระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปทั้งในแถบเทือกเขาหิมาลัย เวียดนาม ญี่ปุ่น และทางภาคเหนือของประเทศไทย เป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยามากมาย มักขึ้นอยู่ตามที่ชื้นแฉะ หรือริมน้ำ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
มีลักษณะกลม ตั้งตรง เรียบ สีเขียวเป็นมัน ลำต้นมักทอดเลื้อยไปตามพื้นดินได้ไกลประมาณ 30-50 ซม. มีรากแตกเป็นแขนงออกตามข้อของลำต้น กิ่งอ่อนมีสีม่วงอมแดง พลูคาวจะเจริญเป็นยอดใหม่มาจากข้อของลำต้นใต้ดิน และแตกกิ่งก้านสาขาต่อไป เมื่อใบเจริญขึ้นก็จะสิ้นสุดการเจริญเติบโตของลำต้น

ใบ
มีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ปลายใบแหลม โคนใบเว้า แผ่นใบด้านบนมีสีเขียวเข้ม ส่วนด้านล่างใบมีสีอ่อนกว่า ใบค่อนข้างบาง ขอบใบเรียบ มีขนตามเส้นใบ ขนาดความกว้างของใบมีประมาณ 3.5-9 ซม. ยาวประมาณ 4-9 ซม. มีหูใบติดอยู่กับก้านใบ มีความยาวของก้านใบประมาณ 1.5-2 ซม.

ดอก
ออกเป็นช่อตามซอกใบหรือปลายยอด มีดอกย่อยสีเหลืองขนาดเล็ก ที่ไม่มีกลีบดอกและก้านดอกบนแกนช่อรูปทรงกระบอกจำนวนมาก มีความยาวของช่อดอกประมาณ 1.5 ซม. และยาวได้ 2.5-5 ซม. เมื่อมีการติดผล มีใบประดับรูปขอบขนานแกมรูปไข่ สีขาว จำนวน 4 ใบ มีขนาดไม่เท่ากัน มีเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียอย่างละ 3 อัน

ผล
มีขนาดเล็กมาก เมื่อแห้งจะแตกออก มีเมล็ดลักษณะค่อนข้างกลมขนาดเล็กอยู่บริเวณปลายยอด มักติดดอกออกผลในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม

ทุกส่วนของต้นพลูคาวมีกลิ่นคาวคล้ายปลาเมื่อนำมาขยี้

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยวิธีการปักชำจากกิ่งพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์ มีความยาวประมาณ 8-10 ซม. และมีข้ออยู่ประมาณ 2-3 ข้อ ตัดปลายกิ่งให้เฉียงประมาณ 45 องศา ควรแช่กิ่งพันธุ์ให้มีความสดอยู่เสมอก่อนการปักชำ นำไปปักชำในภาชนะชำที่มีส่วนผสมของดินร่วนกับขุยมะพร้าว ในอัตราส่วน 4:1 ระบบรากจะแตกออกและมีความแข็งแรงขึ้นหลังจากปักชำมาได้ประมาณ 1 เดือน ในระยะนี้ให้ทำการย้ายปลูกได้

ประโยชน์
ในพลูคาวมีสารจากน้ำมันหอมระเหย 3 ชนิด คือ capryl aldehyde, 2-undecanone และ lauryl aldehyde ซึ่งการเพาะปลูกในแต่ละท้องถิ่นจะมีปริมาณของสารเหล่านี้แตกต่างกันออกไป เนื่องจากความแตกต่างของพื้นที่ปลูก อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อม สารในพลูคาวมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรค และยังสามารถยับยั้งเชื้อรา Cladosporium cladosporioides และ Colletotrichum gloeosporioides ที่เป็นเชื้อสาเหตุของโรคพืช และเชื้อราชนิดอื่นๆ ได้

สรรพคุณทางยาโบราณ
ทั้งต้น-ใช้เป็นยารักษากามโรค เข้าข้อ แก้น้ำเหลืองเสีย ทำให้แผลแห้ง ใช้เป็นยาดับพิษ ถอนและแก้พิษ ช่วยขับปัสสาวะ แก้อาการบวมน้ำ รักษาอาการหลอดลมอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ รักษาอาการปอดอักเสบเป็นหนอง แก้ไอ รักษาอาการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ ไตอักเสบ ลำไส้อักเสบ เต้านมอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ รักษาริดสีดวงทวาร แก้บิด รักษาฝีอักเสบ โรคผิวหนังกลากเกลื้อน ใช้เป็นยาทาภายนอกเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในบริเวณที่ต้องการ ใช้กินเป็นยาแก้โรคเรื้อน มะเร็ง คุดทะราด และโรคที่เกิดตามผิวหนัง แก้น้ำเหลืองเสีย ทำให้น้ำเหลืองแห้ง

ใบ-ใช้รักษาโรคผิวหนังทุกชนิด แก้กามโรค รักษาแผล

ดอก-ใช้รักษาโรคตา

ราก-ใช้เป็นยาขับลม แก้เลือด

ในปัจจุบันมักนำมาใช้เป็นยาต่อต้านและยับยั้งเซลล์มะเร็ง รักษาโรคความดันโลหิตสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย รักษาอาการของโรคเบาหวาน ทำให้กระดูกแข็งแรง ทำให้ระบบในร่างกายเกิดการสมดุล ใช้รักษาการอักเสบของหูชั้นกลาง ใช้แก้ไข้ รักษาโรคติดเชื้อ โรคไข้มาลาเรีย โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ใช้เป็นยาต้านเชื้อหวัด ใช้เป็นยาทารักษาอาการต่อมทอนซิลอักเสบ คางทูม อาการปอดอักเสบในเด็ก ช่วยบรรเทาอาการไอ ใช้รักษาอาการหอบหืด ภูมิแพ้ ไอกรน ตาอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดบวม ปอดอักเสบ ใช้รักษาฝีหนองในปอด ใช้เป็นยาระบาย รักษาอาการท้องเสีย โรคบิด ขับพยาธิ ขับปัสสาวะ รักษานิ่ว รักษาอาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ รักษาริดสีดวงทวาร รักษาโรคหนองใน แก้กามโรค รักษาอาการผิดปกติของไต รักษาอาการตับอักเสบจากดีซ่าน ช่วยขับระดู รักษาการอักเสบของมดลูกและกระดูกเชิงกราน ใช้รักษาโรคหัด โรคข้อ ผื่นคัน ฝีฝักบัว ใช้รักษาโรคผิวหนัง ใช้ห้ามเลือด แก้ปวด รักษาแผลและลดการติดเชื้อ ใช้ต่อต้านและยับยั้งเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหัด ไข้ทรพิษ เริม งูสวัด และเอดส์ ใช้รักษาอาการน้ำกัดเท้า ใช้เป็นยาบำรุงและฟื้นฟูร่างกายหลังป่วย ใช้ขับทารกที่ตายในท้อง ใช้ขับสารพิษออกจากร่างกาย ใช้ผสมในอาหารสำหรับเลี้ยงไก่เพื่อป้องกันและรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ช่วยบรรเทาอาการแพ้จากการฉายรังสีและใช้เคมีบำบัด

นอกจากนี้ ส่วนของใบยังนำมารับประทานเป็นผักสดแกล้มกับอาหารชนิดต่างๆ ได้ หรือใส่ในปลาเพื่อยืดเวลาการเน่าเสียออกไป หรือใช้ส่วนอื่นๆ ของพลูคาวมาผสมในเครื่องสำอางเพื่อรักษาอาการผิวแห้งแตกและหยาบกร้านได้อีกด้วย

ข้อควรระวัง
ไม่ควรใช้พลูคาวในปริมาณที่มากจนเกินไปทั้งในรูปแบบของยาสมุนไพรที่ใช้รับประทานหรือใช้เป็นยาภายนอก เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นได้ เช่น ทำให้อาเจียน ทำให้ผิวหนังเกิดอาการแพ้ หรือเป็นแผลพองขึ้นได้