สลัดได

By -

ต้นสลัดไดเป็นพืชที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Euphorbia antiquorum L. ในวงศ์ Euphorbiaceae บางถิ่นเรียก สลัดไดป่า(ภาคกลาง) เคียะผา(พายัพ) เคียะเลี่ยม หงอนงู(แม่ฮ่องสอน)สลัดได

พืชชนิดนี้เป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ต้น สูงได้ถึง ๘ เมตร ลำต้นและกิ่งอวบน้ำ มี ๓-๖ เหลี่ยม ตามแนวสันหรือเหลี่ยมมีหนามแหลม มียางสีขาวขุ่นเหมือนน้ำนม ใบเป็นใบเดี่ยว มีจำนวนน้อย ติดตามแนวสัน รูปไข่กลับ ขนาดกว้าง ๑-๒ ซม. ยาว ๒-๕ ซม. โคนใบแหลม ปลายใบกลมหรือเว้าเล็กน้อย ดอกออกเป็นช่อสั้นๆ มีใบประดับออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน และมีใบประดับรูปครึ่งวงกลม ขนาดเล็กติดอยู่รอบๆ ดอก ช่อดอกแต่ละช่อมีดอกตัวผู้หลายดอก แต่มีดอกตัวเมียเพียงดอกเดียว เกสรตัวผู้มี ๔-๓๐ อัน รังไข่มี ๓ ช่อง ท่อรังไข่มี ๓ แฉก ผลรูปค่อนข้างกลม มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว ๑.๕ ซม.

ตำราสรรพคุณยาโบราณว่าต้นมีรสเมาเบื่อเอียน มีสรรพคุณเป็นยาถ่ายพยาธิในท้อง

ยางสลัดได มีรสร้อนเมาเบื่อ ใช้ทาฆ่าพยาธิโรคผิวหนังต่างๆ ทากัดหูด ถ้าจะใช้ปรุงเป็นยา ต้องประสะ(ฆ่าฤทธิ์) เสียก่อน จึงใช้ได้ โดยใช้ปรุงเป็นยาถ่ายอุจจาระ ถ่ายพิษเสมหะและโลหิต ถ่ายหัวริดสีดวงลำไส้และริดสีดวงทวารหนัก ขับโลหิตเน่าร้าย เป็นยาถ่ายอย่างแรง

ยางนี้มีพิษ พึงใช้ด้วยความระมัดระวัง ถ้าถูกผิวหนังจะทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อน อักเสบ บวมแดง หากเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้

แก่นต้นสลัดไดที่มีราลง เรียก “กะลำพัก(สลัดได) มีรสขม มีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้ บำรุงหัวใจ

***การประสะยางสลัดได ทำได้โดยการเอายางสลัดไดใส่ลงในถ้วย เทน้ำต้มเดือดใส่ให้ท่วม กวนให้ทั่วกันจนเย็น เทน้ำทิ้งไป ทำเช่นนี้ราว ๗ ครั้ง จนตัวยาสุกดีแล้ว จึงนำไปใช้ปรุงยาได้***

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์