สับปะรดสี

By -

ชื่อสามัญ : Bromeliad
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aechmea fasciata
ชื่อวงศ์ : BROMELIACEAE

ลักษณะทั่วไป สัปปะรดสี
สับปะรดสีมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศบราซิล ลักษณะของใบจะเป็นกลีบแข็งๆ แผ่ไปรอบๆ ต้น ในแต่ละพันธุ์จะมีลวดลายและสีสันบนใบที่สวยงามแตกต่างกันไป มีช่อดอกยาว สีที่กลีบดอก กลีบเลี้ยง และใบมักมีสีสันฉูดฉาดสวยงาม สามารถอยู่ทนได้นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน สับปะรดสีเป็นพันธุ์ไม้ที่ทนแล้งได้ดี ดูแลง่าย แต่เจริญเติบโตได้ช้า ต้นเล็กๆ ที่งอกออกมารอบๆ ต้น สามารถตัดแยกไปปลูกเป็นต้นใหม่ได้ หากปลูกในบริเวณที่ได้รับแสงมากจะทำให้ใบมีสีสันสวยงามยิ่งขึ้น จึงมักปลูกไว้เป็นไม้ประดับชนิดหนึ่ง

การขยายพันธุ์
ทำได้ด้วยวิธีการแยกหน่อ และการเพาะเมล็ด

การแยกหน่อ
ทำโดยตัดหน่อที่แตกใหม่ให้ชิดโคนด้วยมีด ทาบริเวณรอยตัดด้วยปูนแดงหรือยากันเชื้อรา ทิ้งไว้จนแห้ง แล้วค่อยนำไปปลูกในวัสดุที่เตรียมเอาไว้ โดยผสมกาบมะพร้าวสับลงไปด้วย

การเพาะเมล็ด
วิธีการนี้อาจจะได้ลูกผสมของพันธุ์ใหม่ที่สวยหรือด้อยกว่าเดิมก็ได้ หากต้องการลูกผสมที่มีลักษณะสวยชัดเจนก็ต้องคัดกันต่อไปเรื่อยๆ

การดูแลรักษา
วัสดุที่ใช้ปลูกสับปะรดสี ควรให้มีการระบายน้ำและอากาศได้ดี ต้องการอากาศที่ชื้นและปริมาณแสงที่มาก แต่ไม่ใช่อากาศที่ชื้นแฉะจนเกินไป หรือถ้าได้รับแสงโดยตรงในเวลาแดดจัดๆ อาจทำให้ใบสับปะรดสีไหม้ได้ จึงควรให้มีแสงส่องถึงเพียง 40-60% ทำได้ด้วยการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อพรางแสงลง

ควรหมั่นสังเกตวัสดุที่ใช้ปลูกและสภาพอากาศก่อนการรดน้ำ ถ้าเป็นในฤดูฝนก็ควรให้น้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในช่วงนี้ความชื้นในอากาศจะมีสูงจึงควรฉีดยาป้องกันเชื้อราเอาไว้ด้วย แต่ถ้าเป็นในช่วงฤดูร้อนก็ควรให้น้ำ 2 เวลา คือ เช้าและเย็น

ข้อควรระวัง
อาจทำให้ใบของสับปะรดสีไหม้ได้ หากใช้น้ำประปาที่มีคลอรีนรด เพราะสารคลอรีนมักจะไปตกค้างอยู่ตามขอบใบ จึงควรทำให้คลอรีนระเหยออกไปเสียก่อน ด้วยการพักน้ำไว้ประมาณ 2 วันก่อนนำไปรด

ประโยชน์
สับปะรดสีมีคุณสมบัติเด่นคือ เป็นพืชที่ในตอนกลางคืนจะคายออกซิเจนออกมา และดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป เป็นต้นไม้ที่ควรปลูกเอาไว้ในห้องนอนเพื่อเป็นการเพิ่มออกซิเจนในขณะที่นอนหลับ แม้ว่าสับปะรดสีจะมีคุณสมบัติในการดูดสารพิษได้ไม่มากก็ตาม