สีเสียดเทศ

By -

ได้จากการต้มเคี่ยวใบและกิ่งอ่อนที่หมักไว้ก่อนแล้วของพืชที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Uncaria gambir(Hunter) Roxb. ในวงศ์ Rubiaceae เป็นเครื่องยาเทศ เรียก Pale catechu หรือ Gambier หรือ Gambir catechuสีเสียด

พืชนี้เป็นไม้พุ่มรอเลื้อย อายุหลายปี ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม ที่โคนก้านใบมีหนามแหลมโค้งงอเป็นตะขอเกาะ ดอกออกเป็นกระจุกอัดกันแน่นเป็นช่อกลม

โบราณว่าสีเสียดเทศมีรสฝาด ใช้บดเป็นผงหรือต้มกินแก้ท้องร่วง แก้บิดมูกเลือด สมานแผล ใช้ใส่แผลเน่าเปื่อย

เปลือกสีเสียดเทศที่ใช้ในยาตำราพระโอสถพระนารายณ์ เป็นเปลือกต้นของต้นสีเสียดเปลือก มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Pentace burmanica Kurz. ในวงศ์ Tiliaceae

พืชชนิดนี้เป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง ๑๕-๓๐ เมตร ลำต้นเปลา ตรง เปลือกสีเทา ค่อนข้างเรียบ เปลือกในเป็นเส้นหยาบๆ สีน้ำตาลแดง ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกัน รูปไข่หรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน กว้าง ๓.๕-๘ ซม. ยาว ๘-๑๔ ซม. โคนใบมนและมักหยักเว้าตื้นๆ ปลายใบเรียวและมักหยักเป็น ๓ ชาย เนื้อใบค่อนข้างหนา เนียน และเกลี้ยง ขอบใบบริเวณที่ค่อนไปทางปลายใบมักหยักเป็นคลื่นห่างๆ ดอกออกรวมเป็นช่อตามปลายกิ่ง ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็น ๕ แฉก กลีบดอกมี ๕ กลีบ รูปไข่กลับหรือรูปซ้อน เกสรตัวผู้มี ๒๕ อัน เกลี้ยง รังไข่รูปป้อมๆ ภายในมี ๕ ช่อง มีสันหรือครีบตามยาว ๕ ครีบ มีขน ผลรูปกระสวย ยาวราว ๔.๕ ซม. มีครีบบางๆ ตามยาว ๔-๕ ครีบ

เปลือกมีรสฝาด ชาวบ้านบางถิ่นใช้เคี้ยวกับหมากพลู

โบราณว่าเปลือกต้นมีรสฝาดหวาน ต้มกินเป็นยาแก้บิด แก้ท้องร่วง อมเคี้ยวแก้แผลในปากและลำคอ ฝนเอาน้ำทาแผล แก้แผลเน่าเปื่อยพุพอง

***มีสีเสียดอีกชนิดหนึ่งที่ใช้ในยาไทยมาก คือ “สีเสียดเหนือ” หรือ “สีเสียดแก่น” มีชื่อสามัญว่า Black catechu หรือ Cutch ได้จากการต้มและเคี่ยวเนื้อไม้และแก่นที่สับให้เป็นชิ้นเล็กๆ ของต้นสีเสียดเหนือ มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Acacia catechu(L.f.) Willd. ในวงศ์ Leguminosae พืชชนิดนี้เป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูง ๑๐-๑๕ เมตร ที่กิ่งมีหนามเล็กๆ เป็นคู่ๆ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ดอกออกเป็นช่อ รูปทรงกระบอก ดอกย่อยเมื่อบานใหม่ๆ สีขาวนวล แต่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเมื่อจะโรย ผลเป็นฝัก แบน ยาว สีน้ำตาล

โบราณว่าสีเสียดเหนือมีรสฝาดจัด บดหรือต้มกินแก้ท้องร่วง คุมธาตุ แก้บิดมูกเลือด ทาแผล และแก้โรคผิวหนัง***

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์