หญ้าเกล็ดปลา

By -

ชื่อสามัญ Lippia, Common lippia, Turkey tangle fogfruit, Frog fruit, Sawtooth fogfruit, Turkey tangle
ชื่อวิทยาศาสตร์ Phyla nodiflora (L.) Greene
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Lippia nodiflora (L.) Michx., Lippia nodiflora Cham.
ชื่อวงศ์ Verbenaceae
ชื่ออื่นๆ หญ้าเหล็กขูด, ก้วยกังติ้ง, ไตหยี่หนึ่งจี้หญ้าเหล็กขูด

หญ้าเกล็ดปลา เป็นพรรณไม้เลื้อยที่จัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับผกากรอง มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ในเขตร้อนและเขตอบอุ่นของอเมริกาใต้ สามารถพบเห็นได้ทั่วโลก ส่วนในประเทศไทยมักพบขึ้นอยู่ทั่วทุกภาคตามริมถนน ในที่ลุ่ม ริมแม่น้ำลำคลอง ริมทะเลสาบ หรือใกล้ๆ นาเกลือ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น
เป็นไม้เลื้อยที่สามารถแตกกิ่งก้านสาขาปกคลุมไปตามพื้นดินได้ไกลประมาณ 15-90 ซม. เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลอมแดง มีขนสั้นนุ่มปกคลุมอยู่ทั่ว มีข้อตามลำต้นที่สามารถงอกรากออกมาได้เมื่อแตะกับพื้นดิน ระบบรากของพืชชนิดนี้สามารถยึดเกาะดินไว้ได้เป็นอย่างดี โดยทั่วไปจึงมักนิยมปลูกเป็นพืชคลุมดิน

ใบ
มีลักษณะเป็นรูปไข่ โคนและปลายใบแหลม ขอบใบตั้งแต่ส่วนโคนใบไปจนถึงกลางใบจะเรียบ ส่วนที่เหนือขึ้นไปจนถึงปลายใบจะเป็นหยักแบบฟันเลื่อย มีแผ่นใบสีเขียวค่อนข้างหนามีขนปกคลุมทั้งสองด้าน มีขนาดความกว้างของใบประมาณ 1-7 มม. ยาวประมาณ 0.5-1.3 ซม. ก้านใบยาวประมาณ 1-4 มม. และมีขนอ่อนขึ้นปกคลุม มักออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ

ดอกหญ้าเกล็ดปลา
ออกเป็นช่อรูปทรงกลมตามซอกใบ ช่อดอกมีความยาวประมาณ 0.2 ซม. ในแต่ละช่อจะมีดอกย่อยรูปทรงกระบอกอยู่ติดกันแน่นเป็นจำนวนมาก กลีบดอกย่อยมีสีม่วงอ่อนอมแดง โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ส่วนปลายกลีบแยกออกจากกันคล้ายปาก มีเกสรตัวผู้อยู่ภายในหลอดดอกจำนวน 4 อัน มีเกสรตัวเมีย 2 อัน ไม่มีก้านดอกย่อย กลีบดอกยาวประมาณ 1-2 ซม. และมีกลีบเลี้ยงรูปหอกจำนวน 2 กลีบ มีใบประดับรูปหัวใจ 2 กลีบ ก้านช่อดอกยาวประมาณ 3-8 ซม.

ผล
มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางผลประมาณ 2 มม. โดยที่กลีบเลี้ยงจะห่อหุ้มผลอยู่ เมื่อผลแก่จะสามารถแตกออกจากกันได้ ซึ่งภายในผลจะมีเมล็ดแข็งๆ อยู่ประมาณ 2 เมล็ด

การขยายพันธุ์
ทำได้โดยการใช้เมล็ด หญ้าเกล็ดปลามักเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ต้องการอากาศแบบชื้นๆ และสามารถทนต่อแสงแดดจัดๆ ได้ดี ซึ่งปกติทั่วไปก็มักขึ้นได้เองตามธรรมชาติ

ประโยชน์ที่นำมาใช้
ส่วนของลำต้นที่อยู่เหนือดินสามารถนำมาลวกจิ้มกินกับน้ำพริกได้ ซึ่งเป็นที่นิยมของคนไทยทางภาคใต้มาก

พืชชนิดนี้มีระบบรากที่ยึดเกาะกับดินได้ดี สามารถปลูกเป็นพืชคลุมดินบริเวณแม่น้ำลำคลอง เพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินจากการถูกน้ำกัดเซาะได้ ซึ่งจะนิยมทำกันมากในประเทศอียิปต์

สรรพคุณทางยาโบราณ
ทั้งลำต้นใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้อาการไอเป็นเลือด ช่วยขับปัสสาวะ แก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด หรือนำไปต้มแล้วใช้กากของลำต้นพอกแผลฟกช้ำ แผลเป็นหนอง หรือแผลเน่าเปื่อยเรื้อรังได้

แต่สมุนไพรชนิดนี้ไม่ควรให้สตรีมีครรภ์รับประทาน เพราะอาจเกิดอันตรายกับทารกในครรภ์ได้