หญ้าแพรกแดง

By -

เป็นพืชที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Ischaemum rugosum Salisb. มีชื่อพ้อง Ischaemum alkoense Honda บางถิ่นเรียก กะเดือยหนู หญ้ากระดูกไก(ชัยนาท) หญ้าแดง หญ้านกสีชมพู(กรุงเทพฯ) มีชื่อสามัญว่า Wrinkle Duck-beak หรือ Saramattagrassหญ้าแพรกแดง

หญ้าแพรกแดง เป็นพืชพวกหญ้าขนาดเล็ก มีอายุปีเดียว ลำต้นแตกเป็นกอ สูง ๖๐-๑๒๐ ซม. มีข้อปล้อง ข้อตอนล่างมีรากแตกออกมายึดพื้นดิน ใบเป็นใบเดี่ยว รูปยาวแคบ ขนาดกว้าง ๕-๑๓ มม. ยาว ๑๐-๓๐ ซม. ปลายใบแหลม ระหว่างแผ่นใบและกาบใบมีลิ้นใบที่เป็นเยื่อบางรูปสามเหลี่ยมมน กาบใบสีเขียวหรือสีม่วงแดง หุ้มลำต้นไว้หลวมๆ ผิวด้านนอกมีขนละเอียด ช่อดอกเป็นช่อดอกรวมที่มีช่อดอกย่อยรวมกันอยู่บนแกนกลาง แยกเป็น ๒ ช่อดอก อยู่บนต้นเดียวกัน แต่ละช่อยาว ๕-๑๐ ซม. ช่อดอกย่อยที่สุดยาวราว ๖ มม. สีเขียวออกเหลือง ประกอบด้วยดอกย่อย ๒ ดอก ดอกหนึ่งมีก้านดอก อีกดอกหนึ่งไม่มีก้านดอก ดอกย่อยมีกลีบเพียงคู่เดียว มีรยางค์ยาว กลีบล่างมีร่องตามขวาง ๓-๖ ร่อง ผลเป็นผลแห้งชนิดมีเมล็ดเดียว สีน้ำตาลแดง

***ที่เรียก “หญ้าแพรกแดง” เพราะมีลักษณะคล้าย “หญ้าแพรก” แต่มีบางส่วนของพืชเป็นสีแดงหรือสีออกแดง

หญ้าแพรกเป็นพืชมงคลชนิดหนึ่ง ใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความแตกฉานในสรรพวิชา เพราะหญ้าแพรกแตกกอและกิ่งก้านง่ายและรวดเร็ว ใช้ร่วมกับ “ดอกมะเขือ” อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความอ่อนน้อมถ่อมตน และ “ดอกเข็ม” อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเฉียบแหลมแห่งสติปัญญาในพิธีไหว้ครู มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Cynodon dactylon Pers. ในวงศ์ Gramineae เช่นกัน

หญ้าแพรก หรือ หญ้าแผด(พายัพ) มีชื่อสามัญว่า Burmuda Grass หรือ Dub Grass นักวิชาการด้านหญ้าบางท่านไม่รู้จักชื่อไทยของหญ้านี้ จึงเรียกชื่อตามชื่อสามัญว่า “หญ้าเบอร์มิวด้า” ทำให้พืชนี้ได้ชื่อไทยใหม่ให้นักศึกษารุ่นหลังต้องจำ(แบบผิดๆ)***

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์