หัวใจของปลา

By -

ทางส่วนท้ายและด้านท้องของลำตัวปลาก็จะเป็นหัวใจปลา หัวใจปลามีลักษณะคล้ายรูปตัวเอส มีเยื่อหุ้มบางๆ ที่หัวใจเรียกว่า เพอริคาร์เดียม ทำให้เกิดช่องรอบหัวใจ หัวใจของปลามีสี่ห้อง โดยเรียงลำดับจากด้านท้ายมาทางด้านหน้าของลำตัว ได้แก่

1. ไซนัสวีโนซัส(sinus venosus) อยู่บริเวณส่วนท้ายของหัวใจ มีหน้าที่รวบรวมเลือดจากตับและลำตัว ส่งไปยังเอเทรียม(atrium) หรือออริเคิล(auricle)

2. เอเทรียม หรือออริเคิล(atrium หรือ auricle) มีลักษณะเป็นถุงใหญ่ห้องเดียว มีผนังบางๆ ทำหน้าที่รับเลือดจากไซนัสวีโนซัส แล้วส่งต่อไปยังเวนตริเคิล

3. เวนตริเคิล(ventricle) ลักษณะจะเป็นถุงมีผนังหนา สามารถบีบ ยืด และหดตัวได้ดี จะทำหน้าที่รับเลือดจากออริเคิล แล้วส่งต่อไปยังบัลบัส หรือโคนัสอาร์เตอริโอซัส

4. บัลบัส หรือโคนัสอาร์เตอร์ริโอซัส(bulbus หรือconus ateriosus) มีลักษณะเป็นหลอดกลม มีกล้ามเนื้อหนาและแข็งแรง ติดอยู่กับเส้นเวนทรัลเอออร์ตา มีหน้าที่นำเลือดไปแลกเปลี่ยนก๊าซที่เหงือก โคนัสอาร์เตอริโอซัสของปลากระดูกอ่อนและปลามีปอดจะมีรูปร่างคล้ายถังเบียร์ มีกล้ามเนื้อหัวใจอยู่ภายใน ส่วนบัลบัส อาร์เตอริโอซัสในปลากระดูกแข็งจะมีรูปร่างเป็นกระเปาะคล้ายหัวหอม ไม่มีกล้ามเนื้ออยู่ภายใน แต่ก็สามารถยืดหดได้ เมื่อมีเลือดส่งเข้ามาจากเวนตริเคิล ก็จะสามารถขยายขนาดได้ เป็นแหล่งเก็บเลือดที่มีความยืดหยุ่นได้ดี

ระบบไหลเวียนของปลาที่หายใจในอากาศได้จะเป็นแบบคู่ เช่นในปลาช่อนญี่ปุ่น เส้นเลือดเวนทรัลเอออร์ตาจะมีอยู่ 2 เส้น หัวใจที่ถูกแบ่งออกเป็นช่องภายในจะมีเฉพาะในปลาที่มีปอดเท่านั้น ทำให้สามารถแยกเลือดที่มีและไม่มีออกซิเจนได้บ้าง ซึ่งน่าจะเป็นการพัฒนาขั้นตอนจนวิวัฒนาการไปเป็นหัวใจ 4 ห้องของสัตว์มีกระดูกสันหลังขั้นสูง หัวใจของปลามีปอดออสเตรเลีย, Neoceratodus จะมีการแบ่งห้องภายในที่ไม่สมบูรณ์ที่สุด การหายใจในอากาศจึงทำได้ไม่ดีเท่าปลามีปอดชนิดอื่นๆ ส่วนปลาที่มีการแบ่งช่องหัวใจสมบูรณ์ที่สุดจนทำให้หายใจในอากาศได้อย่างเสรีคือ ปลามีปอดอเมริกาใต้ Lepidosiren

โคนัสอาร์เตอริโอซัส ของปลาที่สามารถยืดหดได้ดี เช่นในปลากระดูกอ่อน ปลาอะเมีย, Amia ปลาการ์, Lepisosteus และปลาไบเคอร์ Polypterus ตรงรอยต่อระหว่างหัวใจห้องต่างๆ จะมีลิ้นวาวล์ทำหน้าที่บังคับให้เลือดไหลไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่ไหลย้อนกลับ นอกจากนี้ ภายในโคนัสอาร์เตอริโอซัส ยังมีลิ้นขนาดเล็กคล้ายกระเป๋าเรียงเป็นแถวตามยาวอยู่มากมายด้วย ในปลาการ์ จะมีลิ้นเรียงกัน 8 แถว และมีไม่ต่ำกว่า 72 ลิ้น

ขนาดร่างกายของปลาจะมีความสัมพันธ์กันกับขนาดของหัวใจ โดยจะเป็นเด่นชัดที่สุดตรงเวนตริเคิล ในปลาทูน่าและปลาไอซ์ฟิชที่มีปริมาณเลือดไหลออกจากหัวใจมากจะมีเวนตริเคิลขนาดใหญ่ที่สุด เมื่อเวนตริเคิลไม่มีเลือดเกิดความว่างเปล่า หัวใจก็จะมีการบีบตัว และจะคลายตัวเมื่อเลือดเข้ามาเต็มแล้ว คลื่นหัวใจจะมีลักษณะการทำงานคล้ายกับในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม

จะเกิดความดันที่เลือดขึ้นเมื่อมีการหดตัวของเวนตริเคิล ทำให้เลือดไหลเข้าไปในเวนทรัลเอออร์ตา แล้วไหลต่อไปยังเส้นเลือดฝอยที่แยกไปยังเหงือก กล้ามเนื้อที่โคนัสอาร์เตอริโอซัสจะมีการหดตัวช้า หน้าที่ในการปิดจึงถูกทำแทนด้วยลิ้นที่มีลักษณะเหมือนกระเป๋าเล็กๆ มากมายในโคนัสอาร์เตอริโอซัส ซึ่งสามารถทำได้ดีและเร็วกว่าด้วย จึงทำให้เลือดที่ไหลไปยังเวนทรัลเอออร์ตาของพวกปลากระดูกแข็งมีความดันสูงกว่า

เครื่องช่วยสูบฉีดโลหิตในปลา
ภายในหัวใจนอกจากกล้ามเนื้อและลิ้นต่างๆ จะทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตแล้ว ยังมีเครื่องช่วยสูบฉีดโลหิตมากมายภายในเส้นเลือดดำของแฮกฟิช เครื่องสูบฉีดโลหิตเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกล้ามเนื้อหัวใจของเอเทรียม จะเรียงรายอยู่ด้านหลังตับ ก่อนที่จะเปิดเข้าสู่หัวใจ เครื่องสูบฉีดโลหิตภายในฮีมัลอาร์ช(haemal aech) จะมีในฉลามเพื่อทำหน้าที่รับเลือดจากกล้ามเนื้อและส่งกลับเข้าสู่เส้นเลือดดำที่บริเวณหาง

การถ่ายเทก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
คาร์บอนไดออกไซด์จะมีปริมาณต่ำมากเมื่อแพร่ผ่านเลือดเข้าไป ส่วนที่เหลือจะละลายอยู่ในพลาสมา และจะเปลี่ยนรูปไปเป็นไบคาร์บอเนตไอออนเสียเป็นส่วนใหญ่(คาร์บอนไดออกไซด์ในเส้นเลือดดำประมาณ 95% จะอยู่ในรูปของไบคาร์บอเนต)

ที่เหงือกของปลาปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดจะลดลง 10-20% เนื่องจากในพลาสมามีปริมาณไบคาร์บอเนตลดลง 20% จากการแพร่ผ่านเยื่อบุเหงือกแล้วออกไปในน้ำ

ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ