อบเชย

By -

เป็นเปลือกต้นของพืชพวกอบเชย เป็นพืชในสกุล Cinnamomum ในวงศ์ Lauraceae หลายชนิด แต่ที่เป็นพรรณไม้ของไทยและให้เปลือกเรียก “อบเชย” นั้น มี ๒ ชนิด คืออบเชย1

๑. ชนิดที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Cinnamomum bejolghota (Buch.-Ham.) Sweet ชนิดนี้บางถิ่นเรียก อบเชย(กรุงเทพฯ อุตรดิตถ์) ขนุนมะแวง เชือกใหญ่(ตรัง) จวงดง(หนองคาย) เฉียด บริแวง(ระนอง) มหาปราบ(ตราด) มหาปราบตัวผู้(จันทบุรี) สมุลแว้ง ฝนแสนห่า(นครศรีธรรมราช) แลงแวง(ปัตตานี) พะแว โมงหอม ระแวง(ชลบุรี)

พืชชนิดนี้เป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง ๗-๒๕ เมตร เปลือกสีอมเทา ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงกันข้าม หรือเยื้องกันเล็กน้อย รูปขอบขนานแกมรูปรี กว้าง ๕-๑๐ ซม. ยาว ๑๕-๓๐ ซม. ปลายใบมน แหลม หรือเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ เนื้อใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ก้านใบค่อนข้างใหญ่ ยาว ๑-๒ ซม. ดอกออกเป็นช่อใหญ่ แตกแขนงใกล้ยอด ยาว ๒๐-๒๕ ซม. ก้านช่อยาว ๑๐-๑๕ ซม. ก้านดอกย่อยยาว ๒-๕ มม. มีขน ดอกย่อยมีขนาดเล็ก สีขาวอมเหลือง มีกลีบรวม ๖ กลีบ เชื่อมติดกันที่โคน มีขนเป็นมันเหมือนไหม กลีบรวมจะติดทนจนเป็นผล เกสรตัวผู้มี ๙ อัน เรียงเป็น ๓ วง วงที่ ๑ และวงที่๒ เป็นเกสรที่มีอับเรณูหันหน้าเข้าใน ก้านเกสรมีขน วงที่ ๓ เป็นเกสรตัวผู้ที่มีอับเรณูหันออกนอก อับเรณูมี ๔ พู มีต่อม ๒ ต่อมอยู่ที่โคนก้าน ผลมีเนื้ออวบน้ำ รูปรีหรือรูปค่อนข้างกลม ยาว ๗-๑๒ มม.

๒. ชนิดที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Cinnamomum iners Reinw. ex Blume ชนิดนี้บางถิ่นเรียก กระแจะโมง กะเชียด กะทังนั้น(ยะลา) เขียด เคียด เฉียด ชะนุต้น(ภาคใต้) เชียด มหาปราบตัวผู้ อบเชย อบเชยต้น(ภาคกลาง) บอกคอก(ลำปาง) ฝักดาบ(พิษณุโลก) พญาปราบ(นครราชสีมา)

พืชชนิดนี้เป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง ๑๕-๒๐ เมตร เปลือกสีน้ำตาลอมเทา ค่อนข้างเรียบ เกลี้ยง เปลือกและใบมีกลิ่นหอม ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงกันข้าม หรือเยื้องกันเล็กน้อย รูปขอบขนาน กว้าง ๒.๕-๗.๕ ซม. ยาว ๗.๕-๒๕ ซม. ปลายใบมน แหลม หรือเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ เนื้อใบหนา เกลี้ยง แข็ง และกรอบ ก้านใบยาวราว ๐.๕ ซม. ดอกออกเป็นช่อแบบกระจายที่ปลายกิ่ง ยาว ๑๐-๒๕ ซม. ก้านช่อยาว ๕-๑๕ ซม. ดอกย่อยมีขนาดเล็ก สีเหลืองอ่อนหรือสีเขียวอ่อน ผลมีขนาดเล็ก รูปขอบขนาน ยาวราว ๑ ซม. แข็ง ตามผิวมีคราบสีขาวๆ มีเมล็ดเดียว มีฐานรองผลรูปถ้วย

ตำราสรรพคุณยาโบราณว่าอบเชยมีกลิ่นหอม รสสุขุม มีสรรพคุณบำรุงดวงจิต แก้อ่อนเพลีย ชูกำลัง ขับผายลม บำรุงธาตุ แก้บิด แก้ไข้สันนิบาต ใช้ปรุงเป็นยานัตถุ์แก้ปวดหัว และว่ารากและใบมีกลิ่นหอม รสสุขุม ต้มน้ำดื่มแก้ไข้จากการอักเสบหลังคลอด เป็นยาขับลม บำรุงธาตุ แก้ท้องอืดเฟ้อ

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์