อวัยวะภายในของปลา

By -

ปลาทุกชนิดลำตัวจะเกิดจากโครงสร้างที่หุ้มรอบแกนโนโตคอร์ด ในปลาบางกลุ่มเมื่อโตเต็มวัยก็ยังคงปรากฏให้เห็นได้ เช่น แฮกฟิช แลมเพรย์ สเตอร์เจียน และปลาในสกุล Latimeria แต่ในปลากลุ่มอื่นๆเมื่อโตเต็มวัยแล้วโนโตคอร์ดก็จะเสื่อมไป และกระดูกสันหลังก็เจริญขึ้นมาแทนที่ และตามกระดูกสันหลังก็จะมีกล้ามเนื้อต่างๆ เจริญขึ้นมาแทรกเพื่อคอยปกป้องระบบประสาท โดยเฉพาะสมองและไขสันหลัง

สมอง
ปลามีสมองอยู่ในกล่องสมองทางด้านหน้า มีเส้นประสาทเป็นคู่แยกไปยังอวัยวะต่างๆ ในส่วนหัว มีไขสันหลังในด้านท้ายของสมองยื่นยาวออกไปตามแกนกระดูกสันหลัง ทอดยาวไปตามลำตัว มีเส้นประสาทคู่ต่างๆ แยกไปยังส่วนต่างๆ ของลำตัว ควบคู่ไปกับเส้นเลือดดำและแดง

เหงือก
จะอยู่ภายใต้แผ่นปิดเหงือกทางด้านข้างของลำตัว ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซ จะมีทางออกของน้ำแยกเป็นหลายคู่ในปลาปากกลมและปลากระดูกอ่อน แต่ทางน้ำออกจะรวมกันเป็นช่องเดียวในแผ่นปิดเหงือกแต่ละข้างของปลากระดูกแข็ง เช่น แฮกฟิช แลมเพรย์ ที่มีกระดูกเหงือกเชื่อมติดกับส่วนของกะโหลกศีรษะ และทอดอยู่นอกช่องเหงือก แต่กระดูกเหงือกจะอยู่เป็นอิสระในปลาที่มีขากรรไกร โดยไม่เชื่อมติดกับกะโหลกศีรษะ จะทำหน้าที่ให้ความแข็งแรงแก่เหงือกโดยตรง

หัวใจ
หัวใจของปลามีสองห้อง มีหน้าที่สูบฉีดโลหิตให้ออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย รูจมูกของปลามีช่องเดียวและจะเชื่อมต่อไปยังถุงแนโสไฮโปไฟเซียล(nasohypophysial sac) และระบบน้ำเหลืองในปลาจะไม่มี

ขากรรไกร
ปลาที่มีขากรรไกรเป็นพวกที่อยู่รอดมาจากบรรพบุรุษตั้งแต่ยุค ออร์โดวิเชียนและดีโวเนียน ซึ่งพบร่องรอยจากฟอสซิลของปลาพวกที่มีรูปร่างเพรียวลมและมีครีบคู่

สมอง
สมองของปลาที่มีการพัฒนาให้ใหญ่ และซับซ้อนขึ้น จะส่งผลต่อการควบคุมการเคลื่อนไหว และการว่ายน้ำที่มีประสิทธิภาพ ขนาดของสมองที่เล็กจะพบได้จากปลาปากกลมมากกว่าปลากลุ่มอื่นๆ ปลาที่มีขากรรไกรก็เป็นลักษณะเด่นประจำตัวปลาไป ในยุคต่อมาปลาที่มีขากรรไกรคือ กลุ่มปลากระดูกอ่อน ปลาที่มีครีบเป็นพูเนื้อ และปลากระดูกแข็ง

กระดูกอ่อนและกระดูกแท้
โครงร่างของปลากระดูกอ่อนจะมีสารประกอบของแคลเซียมเป็นหลัก กล่องสมองจะรวมเอากล่องหูไว้ด้วยกัน มีกระดูกสันหลังเป็นแบบเรียบง่าย กระดูกเซ็นตรัมทั้งสองด้านจะโค้งเว้า โครงร่างของกะโหลกศีรษะและกระดูกสันหลังในปลากระดูกแข็งจะซับซ้อน แม้ว่าในตอนแรกที่เริ่มพัฒนา กะโหลกศีรษะจะมีโครงร่างเป็นกระดูกอ่อน แต่ต่อมากระดูกแข็งก็จะเข้ามาห่อหุ้มเพิ่มเติม

ผิวหนัง
ปลาจะมีผิวหนังชั้นเดอร์มิสมาเพิ่ม เพื่อทำหน้าที่ในการสร้างเกล็ด กระดูกแท้ชั้นเดอร์มิสจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ขากรรไกรในปลากระดูกแข็งที่โตเต็มวัยแล้ว โดยกระดูกแท้จะประกอบไปด้วยกระดูดย่อยแต่ละชิ้นมาต่อกัน ตัวอย่างเช่น กระดูกขากรรไกรล่างประกอบด้วย กระดูกเดนทารีเป็นหลัก กระดูกขากรรไกรบนประกอบด้วยกระดูก พรีแมกซิลลา แมกซิลลา และจูกัล ลักษณะของกระดูกสันหลังยังคงคล้ายกับพวกปลากระดูกอ่อน แต่จะมีกระดูกซี่ต่างๆ ที่เรียกว่า ก้างปลามากกว่า และซับซ้อนกว่า

ส่วนใหญ่ปลากระดูกแข็งจะมีถุงลม แต่สำหรับปลาซีลาแคนธ์จะมีถุงไขมันแทน ส่วนใหญ่ปลากระดูกอ่อนจะมีการปฏิสนธิภายในตัวเมีย ซึ่งในปลากระดูกแข็งจะพบได้น้อยมาก ปลากระดูกอ่อนในลำไส้เล็กจะมีการเพิ่มเนื้อที่ผิวสำหรับการย่อยด้วยการมี สไปรัลวาวล์ แต่เกือบไม่พบเลยในปลากระดูกแข็ง ยกเว้นปลาอะเมีย ปลามีปอด และกลุ่มปลาตะพัด ต่อมเรคตัลที่ทำหน้าที่หลั่งเกลือเช่นที่พบในปลากระดูกอ่อนจะไม่มีในปลากระดูกแข็ง ยกเว้นปลาซีลาแคนธ์

อวัยวะหลักภายใน
ในยุคปัจจุบันมีความก้าวขึ้นมากในเรื่องการศึกษาอวัยวะภายในของปลา การสำรวจดูความผิดปกติและการทำงานของอวัยวะต่างๆ สามารถทำได้ด้วยการใช้กล้องโทรทัศน์กำลังขยายสูงที่มีท่อเล็กๆ สอดแทรกเข้าไปในอวัยวะนั้นๆ ได้ แต่ถ้าไม่มีเครื่องมือที่ทันสมัยราคาแพงเหล่านี้ การผ่าตัดตัวปลา ที่ต้องทำให้ปลาตายเสียก่อน จะเป็นการศึกษากายวิภาคส่วนต่างๆ ภายในได้ละเอียดเพียงวิธีเดียว

อวัยวะย่อยอาหาร
ปลาฉลามเป็นปลากระดูกอ่อน เมื่อมีการผ่าท้องและเปรียบเทียบกับปลากระดูกแข็งจะพบว่า เริ่มตั้งแต่ปากไปสุดที่รูทวารหนักจะเป็นท่อทางเดินอาหาร อาหารจะผ่านช่องปากตรงไปในคอหอย ในปลาบางชนิดจะมีคอหอยที่ดัดแปลงมาเป็นกล้ามเนื้อหนาเพื่อช่วยในการบดอาหาร ได้แก่ ปลาหลังเขียว ในปลากินเนื้อจะมีฟันที่คอหอยทำหน้าที่ช่วยกัดและบดอาหารให้เป็นชิ้นเล็กๆ ส่วนปลากินพืชหรือหอยที่มีเปลือกแข็ง จะมีฟันที่คอหอยลักษณะคล้ายฟันกรามของมนุษย์ เช่น ในปลาวงศ์ปลาตะเพียน

กระเพาะอาหาร เป็นส่วนของทางเดินอาหาร ในพวกปลากินเนื้อที่จับเหยื่อขนาดใหญ่กระเพาะอาหารจะขยายใหญ่และเจริญได้ดี ปลาหลายชนิดมีแต่ท่อทางเดินอาหารที่ขยายใหญ่อยู่ทางด้านหน้าของลำไส้เล็กโดยไม่มีกระเพาะอาหารที่แท้จริง หน้าที่หลักในการย่อยและดูดซึมอาหารจะอยู่ภายในลำไส้เล็ก มีส่วนสัมพันธ์กันระหว่างความยาวของลำไส้เล็กกับความยาวของซี่กรองอาหารและฟันที่คอหอย ทำให้เราทราบถึงนิสัยในการกินอาหารของปลา ปลากินพืชและอาหารที่ย่อยยาก เช่น สาหร่าย สารอินทรีย์ต่างๆ และสัตว์ไร้กระดูกสันหลังตัวเล็กๆ ลักษณะของลำไส้จะยาวและม้วนงอไปมา ปลาพวกนี้ได้แก่ กลุ่มปลาซักเกอร์ ปลาตะเพียน ปลาแพะ แต่จะมีลำไส้เล็กที่สั้นและตรงกว่าพวกปลากินพืชในพวกปลาล่าเหยื่อ ติ่งลำไส้เล็กที่เป็นท่อตันหลายท่อในปลาเทราต์ มีลักษณะคล้ายนิ้วมือ เรียกว่า ไพลอริกซีคา(pyloric caeca) จะเชื่อมต่อกับกระเพาะอาหาร มีหน้าที่ช่วยเพิ่มเนื้อที่ในการย่อยอาหาร แต่จะมีการเพิ่มเนื้อที่ในลำไส้เล็กเป็นชั้นๆ ม้วนเป็นเกลียว เรียกว่า สไปรัลวาวล์(spiral valve)ในพวกปลากระดูกอ่อน เช่นในปลาฉลาม ลักษณะของสไปรัลวาวล์จะเป็นแผ่นผนังลำไส้ที่ม้วนเป็นวงรอบแกนใน คล้ายเกลียวที่ม้วนซ้อนทบกัน สไปรัลวาวล์จะมีลักษณะคล้ายกับกระเพาะอาหารที่สองถ้ามองดูจากด้านนอก

อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร
ตับ คืออวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง ปลาฉลามบางชนิดตับจะมีขนาดใหญ่มาก เพื่อใช้เป็นที่สะสมน้ำมันช่วยในการลอยตัว ปลากระดูกแข็งหลายชนิดในระหว่างฤดูสืบพันธุ์ตับจะมีขนาดเล็กลง เนื่องจากโกนาดโตขึ้นและมาเบียดบัง ปลากระดูกแข็งส่วนใหญ่ก็จะมีถุงลมขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังช่องตัว ส่วนใหญ่ถุงลมของปลาจะมีผนังที่บางขาดได้ง่าย เมื่อมีการผ่าตัดปลาก็อาจทำให้ถุงลมนี้ฉีกขาดได้ แต่ปลาอีกหลายชนิดถุงลมจะมีผนังกล้ามเนื้อที่หนาบุอยู่ด้วย

ไต เป็นอวัยวะที่ทอดยาวไปตามแนวกระดูกสันหลัง ไตจะมีสีเข้มคล้ำและเป็นสารสี เมื่อเราจะล้างปลาเพื่อนำมาปรุงอาหารจะทำความสะอาดได้ยากมาก

ระบบสืบพันธุ์
ปลามีโกนาดเป็นอวัยวะคู่อยู่ทางด้านบนของช่องท้องและมีเยื่อบางๆ ยึดติดกับผนังช่องท้อง อวัยวะสืบพันธุ์เพศผู้หรือโกนาดคือ อัณฑะ มีสีขาวผิวเรียบ อัณฑะสีขาวนี้จะขยายขนาดจนมีน้ำหนักเกิน 12%ของน้ำหนักตัวในฤดูสืบพันธุ์ ในเพศเมีย โกนาดหรืออวัยวะสืบพันธุ์จะมีสีส้มหรือสีเหลือง เรียกว่า รังไข่ ในฤดูสืบพันธุ์จะขยายขนาดจนมีน้ำหนัก 30-70%ของน้ำหนักตัว ปลาจะใช้ช่วงเวลานาน 3-6 เดือนในการสืบพันธุ์ อวัยวะสืบพันธุ์ของปลาทั้งสองเพศจะมีขนาดเล็กมาก สังเกตเห็นได้ยากถ้าไม่ใช่ช่วงฤดูผสมพันธุ์ ปลาแซลมอนและปลาเทราต์จะสร้างตัวอสุจิปล่อยเข้าไปในช่องท้องและออกมานอกตัวทางรูเล็กใกล้ทวารหนัก ในปลาฉลามเมื่อสร้างอสุจิก็จะส่งไปยังท่อส่งน้ำเชื้อที่ใช้ร่วมกับท่อไต ก่อนที่จะปล่อยออกนอกตัวก็จะเก็บอสุจิไว้ในช่อง เซมินัล เวสซิเคิล(seminal vesicle) จะมีท่อนำน้ำเชื้อส่งออกนอกตัวโดยเฉพาะในปลากระดูกแข็งส่วนใหญ่

มีการผสมและปฏิสนธิแบบภายในตัวและออกลูกเป็นตัวในปลาหลายชนิด จะมีการพัฒนาท่อนำไข่สูงมาก เช่น ในปลาฉลาม ปลากินยุง ปลาหางนกยูง และปลาเซิร์ฟเพิร์ช ตัวอ่อนอาจจำเป็นต้องใช้เนื้อที่ที่ปลอดภัยในตัวแม่เพื่อการพัฒนาในระยะใกล้คลอดสักระยะหนึ่งก่อนแม่ปลาจึงอาจว่ายน้ำได้ช้าลง ปลาฉลามสไปนีด็อกฟิชและปลาร็อคฟิชตัวอ่อนที่อยู่ในมดลูกจะมีอาหารจากไข่แดงของตนเองมาหล่อเลี้ยง แต่จะมีการส่งน้ำและอาหารจากแม่ไปยังลูกในครรภ์คล้ายกับทางรกของสัตว์ชั้นสูงในพวกปลาฉลามหัวฆ้อน

ระบบไหลเวียนของโลหิต
ระบบไหลเวียนโลหิตของปลานั้นมีความผันแปรน้อย ทางด้านหน้าของอวัยวะย่อยอาหารจะมีหัวใจของปลาอยู่ ในตำราเก่าจะบอกว่าปลามีหัวใจสองห้อง แต่ถ้าพิจารณาให้ละเอียดแล้วจะพบว่าปลามีหัวใจสี่ห้อง คือ
1. ไซนัสวีโนซัส(sinus vinosus) มีผนังบางๆ ทำหน้าที่รวบรวมเลือดจากลำตัวก่อนไปสู่หัวใจ

2. เอเทเรียม(atrium) มีหน้าที่รับเลือดจากไซนัสวีโนซัสแล้วส่งต่อไปยัง เวนตริเคิล

3. เวนตริเคิล(ventricle) มีหน้าที่สูบฉีดโลหิตออกจากหัวใจ

4. บัลบัส(bulbus) หรือโคนัสอาร์เตอริโอซัส(conus arteriosus) ทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปยังเหงือกคู่ต่างๆ

หน้าที่ของหัวใจจะสูบฉีดโลหิตผ่านไปยังเหงือก เมื่อเหงือกรับออกซิเจนแล้วก็ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์และของเสียอื่นๆ ในเลือด จากนั้นเหงือกจะฟอกให้เป็นเลือดดีส่งไปยังเส้นเลือดแดง ดอร์ซัลเอออร์ตา(dorsal aorta) เพื่อส่งไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายอีกทีหนึ่ง ส่วนเลือดที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะถูกส่งออกทางระบบเส้นเลือดดำ และจะถูกนำกลับเข้าสู่หัวใจและส่งไปฟอกที่เหงือกต่อไป

ในเลือดของปลาประกอบไปด้วย เม็ดเลือดแดง และเม็ดเลือดขาว ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงจะทำหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกนอกตัวทางเหงือก นักสรีรวิทยาของปลาพบว่า ในระหว่างปลาชนิดต่างๆ ความสามารถของฮีโมโกลบินจะมีความผันแปรแตกต่างกันมาก ในพวกปลาตะเพียน และปลาซาคราเมนโตแบคลฟิช ที่อาศัยในน้ำอุ่นซึ่งมีออกซิเจนต่ำมาก ฮีโมโกลบินจะมีประสิทธิภาพดีที่สุด

อวัยวะแลกเปลี่ยนก๊าซ
เหงือกเป็นอวัยวะพื้นฐานอันแรกที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซ เป็นอวัยวะภายในแต่อยู่ติดกับภายนอกของลำตัวมากที่สุด ในเหงือกแต่ละคู่จะประกอบไปด้วย กระดูกเหงือก มีลักษณะเป็นกระดูกแข็งงอโค้ง ส่วนหน้าเว้ารับกับช่องปาก กระดูกเหงือกจะมีข้างละ 4 อันในปลาทั่วไป มีหน้าที่เป็นแกนยึดเกาะของเส้นเหงือกที่เป็นเส้นเล็กๆ ละเอียด อ่อนนุ่ม เรียงอยู่เป็นคู่ๆ ยื่นออกมาทางด้านท้ายของกระดูกเหงือก เส้นเหงือกมีเยื่อหุ้มบางๆ ทำให้เห็นสีของเม็ดเลือดในเส้นเลือดฝอยที่มาหล่อเลี้ยง จึงมองดูมีสีแดงสด ในเส้นเหงือกแต่ละเส้นก็จะมีเส้นเหงือกฝอยอีกเพื่อเป็นการเพิ่มเนื้อที่การแลกเปลี่ยนก๊าซ จำนวนเส้นเหงือกและขนาดจะขึ้นอยู่กับแหล่งอาศัยและชนิดของปลา ในพวกปลาทู ปลาอินทรีย์ ที่ว่ายน้ำเร็วในเขตกลางน้ำ จะมีจำนวนเส้นเหงือกมากสามารถเพิ่มเนื้อที่ในการหายใจได้เป็น 5 เท่าของปลาที่หากินตามหน้าดิน เช่น ปลาคางคก

ซี่กรอง ซี่กรองเหงือกของปลาจะอยู่ตรงข้ามกับเส้นเหงือก มีลักษณะแข็งกว่าเส้นเหงือก มีรูปร่างแตกต่างกันไปตามชนิดและวิธีการหาอาหารของปลา ซี่เหงือกจะกรองอาหารเก็บไว้ในช่องปากก่อนที่จะส่งไปยังระบบย่อยอาหาร พวกปลาทู ปลาหางแข็งบางชนิด ซึ่งเป็นปลาที่กินแพลงตอนและพืชเป็นอาหารก็จะมีซี่กรองที่ยางและบาง แต่ปลากินพืชอย่างปลานวลจันทร์ จะมีซี่กรองที่สั้นละเอียด แต่มีเป็นจำนวนมาก ส่วนพวกปลาช่อนที่เป็นปลากินเนื้อ มักจะมีซี่กรองที่สั้น เป็นปุ่มทู่ และมีจำนวนน้อย

ปลาที่ไม่มีขากรรไกร เหงือกจะอยู่ในช่องหรือกระเปาะ มีทางนำเข้าติดต่อภายในที่เปิดเข้าสู่คอหอย และที่เปิดออกนอกตัวปลาอีกทางหนึ่ง ปลากระดูกอ่อนเหงือกจะอยู่ในช่อง chambers ที่มีแผ่นกั้นเป็นห้องๆ มีช่องเปิดเหงือกออกทางด้านข้างโดยเฉพาะ มีช่องเปิดเหงือก 7 คู่ในปลาแลมเพรย์ ช่องเปิดเหงือกในปลาแฮกฟิชมี 5-14 คู่ ช่องเปิดเหงือกในปลากระดูกอ่อนมี 5-7 คู่ แต่ช่องเปิดเหงือกในปลากระดูกแข็งจะมีเพียง 1 คู่ อยู่ใต้แผ่นปิดเหงือก ขนาดจะขึ้นอยู่กับชนิดของปลา พวกปลาปักเป้า ปลาวัว ปลาไหล ทำให้ตายได้ยากเพราะสามารถเก็บกักน้ำไว้ได้นาน ปลาบางชนิดมีช่องเหงือกที่ลดขนาดลงเหลือเป็นรูเล็กๆ เท่านั้น ได้แก่ ปลามังกรน้อย ในวงศ์ Callionymidae

เหงือกเทียม เป็นส่วนที่ติดอยู่กับกระดูกปิดช่องเหงือกด้านใน มีอยู่ในปลาหลายชนิด แต่ในพวกปลาไหล ปลาสลาด ปลากราย และพวกปลามีหนวด ไม่พบว่ามีเหงือกเทียม หน้าที่ของเหงือกเทียมนี้อาจเป็นเครื่องช่วยหายใจในระยะต้นของตัวอ่อน

ในน้ำนิ่งที่มีปริมาณออกซิเจนน้อย ปลาที่อาศัยอยู่ต้องปรับตัวให้หายใจในอากาศได้ ปลามีปอดและปลาการ์จะมีปอดทำหน้าที่หายใจในอากาศได้ ส่วนในปลาที่ไม่มีปอดอย่างเช่น ปลาหมอไทย ปลาดุก ปลาช่อน อวัยวะช่วยหายใจจะอยู่เหนือช่องเหงือก ปลาที่ชอบโผล่ขึ้นมาฮุบฟองอากาศที่ผิวน้ำแล้วกลืนเข้าไปอย่างปลาดุกอัฟริกัน ก็จะส่งอากาศนั้นไปยังกระเพาะพิเศษต่อไป

อวัยวะช่วยหายใจ
อวัยวะพิเศษที่ช่วยหายใจในปลาหลายชนิด มักอยู่ในช่องเหนือช่องเหงือก จะทำให้ปลามีความอดทนดีกว่ากลุ่มอื่น มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของปลา เช่น

เดนไดรท์ หรืออวัยวะอาร์บอเรสเซนท์(dendrite หรือ arborescent organ) มีลักษณะเป็นกลุ่มท่อเล็กๆ รวมกันเป็นช่อ แตกกิ่งก้านสาขา พบได้ในวงศ์ปลาดุก

ไดเวอร์ติคิวลา(diverticula) พบในพวกปลาช่อน มีลักษณะเป็นปุ่มปม เป็นหลืบ หรือเป็นริ้ว มีสีแดงสด

ลาไบรินธ์(labyrinth) มีลักษณะเป็นแผ่นเยื่อบุ อีพิธีเลียม ที่พันซ้อนทบกัน อยู่ในช่องคอหอยอันแรกของปลา พบได้ในพวกปลาหมอ ปลากัด ปลาสลิด ปลากระดี่

ระบบกล้ามเนื้อ
ในตัวปลาจะพบกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ช่วยในการเคลื่อนไหวและว่ายน้ำ ปลาที่มีกล้ามเนื้อมากจะว่ายน้ำได้เร็ว และเป็นอาหารที่อร่อยของมนุษย์ เช่น ปลาเทราต์ ทูน่า บลูฟิช แบสลาย ส่วนปลาที่ว่ายน้ำโดยการใช้ครีบโบกพัดไปมาจะมีกล้ามเนื้อที่ครีบหนา

กล้ามเนื้อแดง และกล้ามเนื้อขาว กล้ามเนื้อขาวในตัวปลาจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคมากเพราะกลิ่นคาวจะมีไม่มากเหมือนกล้ามเนื้อแดง กล้ามเนื้อแดงต้องใช้ในการทำกิจกรรมมากกว่ากล้ามเนื้อขาว จึงมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงมากทำให้มีกลิ่นคาว เมื่อปลาต้องการใช้ความเร็วอย่างกะทันหันกล้ามเนื้อขาวถึงจะถูกใช้งาน โดยได้พลังงานมาจากการสะสมน้ำตาลในร่างกายที่สามารถดึงมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างที่เห็นได้เช่นในกรณีที่ปลาติดเบ็ดแล้วต้องใช้กำลังดิ้นรน ปลาที่ว่ายน้ำเร็วเกือบตลอดเวลา เช่น ปลาทูน่า บลูฟิช แบสลาย มักจะมีกล้ามเนื้อแดงมากกว่า 10-20%

ระบบโครงกระดูก
สามารถแบ่งโครงกระดูกของปลาออกได้เป็น 3 ส่วนคือ
กระดูกสันหลัง หัวกะโหลก และกระดูกรยางค์

กระดูกสันหลัง ปลาฉลามมีกระดูกสันหลังเป็นกระดูกอ่อน แต่ในปลาชั้นสูงจะเป็นกระดูกแข็ง หรือทั้งกระดูกอ่อนและแข็ง หน้าที่ของโครงกระดูก จะรักษารูปทรงของปลาให้คงที่และแข็งแรง กล้ามเนื้อจะยึดเกาะไว้เพื่อใช้ในการเคลื่อนที่ ในแต่ละปล้องของกระดูกสันหลังจะมีกล้ามเนื้อลายยึดเกาะเรียงกันอยู่เป็นตอนๆ เรียกว่า มัยโอเมียร์(myomere) เรียงซ้อนกันอยู่เป็นรูปกรวย ปลาที่ค่อนข้างจะโบราณเมื่อเทียบกับสัตว์ชั้นสูงชนิดอื่นๆ กระดูกสันหลังข้อหน้าสุดจะมีติ่งยื่นไปเกาะกับหัวกะโหลก กระดูกสันหลังข้อสุดท้ายก็จะแบนลงเพื่อทำหน้าที่ยึดกระดูกก้านครีบหาง กระดูกสันหลังตามลำตัวจะมีซี่โครงทางด้านท้องมายึดเกาะ ยื่นเข้าไปในกล้ามเนื้อต่างๆ ที่เรียกกันว่า ก้างปลา นอกจากนี้ปลายังมีกระดูกซี่โครงด้านหลังยื่นขึ้นไปทางด้านบนด้วยเป็นส่วนใหญ่ พบได้มากในกลุ่มปลาตะเพียน ปลากินพืชอย่างเช่น ปลาซักเกอร์ ปลาไพค์ การแล่เนื้อและรับประทานจะยากมาก ก้างปลาเหล่านี้มักเป็นส่วนของกระดูกซี่โครง ดอร์ซัลหรือเวนทรัล นั่นเอง

หัวกะโหลก เป็นที่อยู่ของสมองและอวัยวะรับความรู้สึกที่สำคัญ เช่น ตา จมูก เป็นที่ยึดเกาะของเหงือก ปลากระดูกแข็งหัวกะโหลกจะประกอบไปด้วยกระดูกชิ้นต่างๆ ที่เชื่อมติดกันประมาณ 40-50 ชิ้น จะมากหรือน้อยชิ้นขึ้นอยู่กับชนิดของปลา ปลากระดูกอ่อนมีความซับซ้อนของกะโหลกน้อยกว่า ที่ห่อหุ้มสมองและอวัยวะรับความรู้สึกต่างๆ ที่หัวเป็นเพียงกระดูกอ่อนชิ้นเดียว กะโหลกส่วนหน้ามีรูปร่างและความผันแปรไปตามขากรรไกรในแบบต่างๆ ที่อาจจะเป็นขากรรไกรของปากแบบปากดูด ปากกัดและหน้าที่ของริมฝีปากแบบต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของปลาที่มีความสัมพันธ์กันได้เป็นอย่างดี

กระดูกรยางค์ มีกระดูกภายในที่ทำหน้าที่ยึดครีบหูและครีบท้องเป็นครีบคู่ และกระดูกยึดครีบหลังและครีบก้นที่เป็นครีบเดี่ยว

ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ