อาหารของปลาโตเต็มวัย

By -

การดำรงชีพของปลาหลายชนิดในแหล่งน้ำต่างๆ พวกมันมีวิธีการหาและกินอาหารแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร ซึ่งเป็นปัญหาที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง เราจะพบว่าในแหล่งน้ำหนึ่งๆ ปลาแต่ละชนิดจะมีพฤติกรรมในการกินอาหารที่ต่างกันออกไป บ้างก็หากินที่ผิวน้ำ ก้นน้ำ หรือกลางน้ำ บางชนิดก็กินพืช หรือกินเนื้อ บางชนิดก็ชอบไล่ล่าจู่โจมปลาอื่นที่อ่อนแอกว่า มีนิสัยที่ดุร้าย เราสามารถจำแนกปลา จากพฤติกรรมการกินอาหาร และชนิดของอาหารที่กิน ออกเป็นกลุ่มได้ดังนี้

1. ปลากินแพลงตอน
พวกโปรโตคอร์เดทของปลา บรรพบุรุษจะกินอาหารที่แขวนลอยหรือที่ปะปนอยู่ในน้ำ โดยจะกรองกินแพลงตอนในน้ำแล้วส่งผ่านคอหอย ด้วยการโบกพัดของซีเลียเช่นเดียวกับแอมฟิออกซัสในยุคปัจจุบัน แลมเพรย์และตัวอ่อนแอมโมซีทจะต้องใช้กำลังกล้ามเนื้อช่วยในการดูดปั๊มน้ำและอาหาร อย่างไรก็ตาม ถ้าพวกปลามีพวกโคโนดอนท์เกี่ยวข้องเป็นบรรพบุรุษแล้ว แสดงว่าเป็นการปรับตัวเบื้องต้นในการล่าเหยื่อที่ตัวโตกว่าอาหารอื่นๆ การกรองกินอาหารจะมีข้อดีสองอย่างคือ สามารถกรองเหยื่อตัวเล็กๆ เป็นอาหารได้มากกว่าวิธีอื่น และปลาไม่ต้องใช้สายตามองหาเหยื่อ สามารถกินอาหารได้ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ปลาเหล่านี้ได้แก่ ปลาหลังเขียว ซาร์ดีน ปลาแมว ในวงศ์ Clupeidae โดยมันจะใช้ปากดูดน้ำเข้าไป แล้วกรองเอาอาหารไว้ แล้วปล่อยน้ำออกไปทางซี่กรองเหงือกที่ยาว และแพลงตอนเดี่ยวๆ ที่มีขนาดใหญ่พวกปลากลุ่มนี้ก็สามารถกินเป็นอาหารได้ ปลาที่กินแพลงตอนยังมีอีกหลายกลุ่ม เช่น ปลาทู ปลาลัง ปลาทูแปซิฟิก(Pacific mackerel, Scomber japonica) ปลาแมวเปรู(Peruvian anchoveta, Engraulis ringens ปลาเมนฮาเดน, Brevootia และปลาไซคลิดน้ำจืด Sarotherodon galilaeum

ปลาที่กินแพลงตอน ขณะที่ว่ายน้ำมันจะอ้าปากเพื่อดูดกลืนอาหารเข้าไปด้วย อาหารก็มีอยู่หลายชนิด เช่น ในปลาเมนฮาเดนและปลาแมว จะกลืนกินแพลงตอนชนิด Skeletonema ที่เล็กเพียง 17 ไมครอนได้ ขนาดซี่กรองของปลาแต่ละชนิดก็มีแตกต่างกันไปและจะสัมพันธ์กับขนาดของปลาด้วย ซี่กรองที่เป็นปุ่มขนาดเล็กของปลาหลังเขียวหลายชนิดจะทำหน้าที่คล้ายตะแกรง อาหารของปลาแมวบางชนิดปกติแล้วจะมีขนาดใหญ่ประมาณ 1 มิลลิเมตร แต่จะเปลี่ยนวิธีกินอาหารได้ ถ้าเหยื่อมีขนาดใหญ่มันก็จะกรองอาหารได้น้อยตัวลง และปลาที่กินอาหารตลอดทั้งกลางวันกลางคืนก็มีปลาหลังเขียว ปลาตาเหลือก(threadfin shad, Dorosoma petenense และปลาเอลไวฟ์ Alosa pseudoharengus) และเวลาว่ายน้ำกินอาหารปลาหลายชนิดที่กินแพลงตอนก็จะชอบรวมกันเป็นฝูง

เมื่ออาหารถูกกรองด้วยซี่กรองแล้ว ก็จะส่งไปยังคอหอย และหลอดคอตามลำดับ อวัยวะที่เรียกว่า อีพิบรานเชียลออร์แกน(epibranchial organ) จะมีอยู่ในปลานวลจันทร์ทะเลและปลาในสกุล Heterotis อวัยวะนี้จะมีอยู่ 1 คู่ ลักษณะจะเป็นติ่งกล้ามเนื้ออยู่ด้านหลังของคอหอยประกอบไปด้วยเซลล์เมือก ทำหน้าที่รวบรวมอาหารเพื่อส่งไปสู่ระบบย่อยอาหารต่อไป ปลาบางชนิดที่กินแพลงตอนพืช ท่อทางเดินอาหารของมันมักจะยาวมาก ปลาเมนฮาเดน มีท่อทางเดินอาหารยาวกว่าปลาหลังเขียวถึง 10 เท่า และมีไส้ติ่ง ชนิดไพลอริคซีคา ถึง 400 ติ่ง ในขณะที่ปลาหลังเขียวมีเพียง 20 ติ่งเท่านั้น เพราะอาหารที่เป็นพืชจะย่อยยากกว่าอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ในระหว่างที่มีพัฒนาการเจริญเติบโตระบบการกินอาหารด้วยการกรองก็จะเริ่มสร้างขึ้น การกินอาหารในช่วงแรกของตัวอ่อนก็จะเป็นพวกแพลงตอนสัตว์ตัวเล็กๆ ก่อน ปลาบางชนิดจะเปลี่ยนวิธีการกินอาหารมาเป็นแบบกรองในขณะที่ซี่กรองเริ่มพัฒนาขึ้น เช่นในพวกปลาเมนฮาเดน ปลาหลังเขียว ปลาปากเป็ด, Polyodom และปลาไซคลิด พวกปลาหลังเขียวเมื่อซี่กรองยาวประมาณ 80-100 มิลลิเมตร มันก็จะเริ่มกินอาหารแบบกรอง

การปรับตัวเพื่อกินแพลงตอนพืชที่มีอยู่หนาแน่นในน้ำ ก็ด้วยวิธีการกินอาหารแบบกรองนี้ ปกติแล้วปริมาณความหนาแน่นของแพลงตอนสัตว์ที่เพียงพอสำหรับปลาหนึ่งตัว ต้องมีประมาณ 10-50 ตัวต่อน้ำ 1 ลิตร และต้องเป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น ซึ่งในธรรมชาติจะพบได้ยากมาก ดังนั้น การกินอาหารของปลาหลายชนิดจึงต้องเปลี่ยนมาเป็นการกรองกินทั้งแพลงตอนพืช แพลงตอนสัตว์ และสารอินทรีย์บางอย่างด้วย แต่การกรองกินแพลงตอนพืชของปลาทิลาเปีย ในทะเลสาบอัฟริกา ก็ไม่สามารถกลับมากินสารตะกอนก้นน้ำได้อีก ความสามารถในการจับกินแพลงตอนสัตว์พวกแดฟเนีย Daphnia ของปลาไวท์ฟิช Coregonus clupeaformis ภายใน 15 นาที มันสามารถจับได้มากกว่า 600 ตัว ในขณะที่การจับกินแดฟเนียของปลาหลังเขียว สามารถทำได้เพียง 60 ตัว/นาที

ปลากินเบนธอสน้ำลึก(tripod fish, Bathypterois spp.) ในขณะที่มันหยุดว่ายน้ำ แล้วโบกส่ายครีบเพื่อให้อาหารเข้าปาก มันสามารถเก็บกินโคพีพอดส์ที่เป็นแพลงตอนพวกเบนธอสได้ และฉลามสเปอร์ด็อก Squalus ก็กินแพลงตอนขนาดใหญ่พวกหวีวุ้น Pleurobranchia ทีละตัวจนเต็มกระเพาะด้วยวิธีการเดียวกันนี้ และยังมีรายงานว่า ในทะเลสาบและแม่น้ำของอังกฤษ พวกปลาไหลน้ำจืดหลายขนาดก็ชอบที่จะกินแพลงตอนโคพีพอดส์ด้วยเป็นครั้งคราว

2. ปลากินแพลงตอนสัตว์ขนาดใหญ่
ในแถบลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี ปลาปากเป็ดน้ำจืด Polyodon จะใช้จะงอยปากล่างที่ยื่นยาวตั้งฉาก 90 องศากับพื้นดิน คุ้ยอาหารจำพวกคลาโดเซอรานในดินแล้วกรองกินเป็นอาหาร เราจะพบปลาฉลามวาฬ Rhincodon ฉลามบาสคิง Cetorhinus และปลากระเบนราหู Mobula ที่มีขนาดใหญ่ในมหาสมุทร กรองแพลงตอนกินเป็นอาหาร ในฉลามวาฬและกระเบนราหู เครื่องกรองอาหารของมันจะเป็นเนื้อเยื่อที่มีรูพรุนคล้ายฟองน้ำ ซึ่งดัดแปลงมาจากเดนทิเคิลของกระดูกเหงือก และซี่กรองของฉลามบาสคิง ก็ดัดแปลงมาจากเดนทิเคิลของกระดูกเหงือกเช่นกันแต่จะมีความยาวมาก การว่ายน้ำกรองกินอาการของฉลามวาฬ มันสามารถทำได้ทั้งแนวดิ่งและแนวนอนของน้ำ บางครั้งมันก็ว่ายอ้าปากโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ แล้วว่ายต่อไปในแนวราบเพื่อเปลี่ยนทิศในการกินอาหาร อาหารก็มีทั้งแพลงตอนพืชและสัตว์ หรืออาจมีลูกปลาและสัตว์อื่นเข้าไปด้วยในบางครั้ง พวกพีพอดส์ในเขตน้ำอุ่นจะเป็นอาหารหลักของฉลามบาสคิง ในฤดูใบไม้ร่วงฉลามบาสคิงสามารถสลัดซี่กรองทิ้งไปได้ และในฤดูใบไม้ผลิก็จะงอกขึ้นมาใหม่ เพราะในช่วงฤดูหนาวมันจะไม่สามารถหาอาหารกินได้ นักวิชาการมีความคิดเห็นว่า ในช่วงฤดูหนาวปลาพวกนี้อาจจะจำศีล โดยนอนนิ่งๆ อยู่ที่ก้นน้ำ มนุษย์จะจับมันได้จากการติดมากับอวนของชาวประมงบริเวณพลีเมาธ์ ในช่วงระยะเวลานี้

3. ปลากินพืช
ปลากินพืชเป็นปลาที่มนุษย์รู้จักน้อยมาก เวลาที่ใช้ในการกินอาหารของปลากินพืชก็มากกว่าปลากินเนื้อ แต่ยังน้อยกว่าปลาที่ต้องกินแพลงตอนพืชตลอดเวลา เวลาที่ใช้ในการหาอาหารกินของปลานกแก้วประมาณวันละ 8 ชั่วโมง เวลาในการหาอาหารของกลุ่มปลานิล Haplochromis และ Tilapia ประมาณวันละ 14 ชั่วโมง แต่เวลาในการหาอาหารของปลาแซลมอนจะใช้เพียงวันละ 1-3 ชั่วโมงเท่านั้น ความต้องการอาหารที่มีโปรตีนสูงจะมีในปลาทุกชนิด คือเกือบ 50% ของอาหารน้ำหนักแห้ง ถ้ามันจำเป็นต้องกินอาหารที่มีโปรตีนน้อย ก็จะต้องกินให้มากพอกับความต้องการของร่างกาย

ในทะเลเขตร้อนแถบดงปะการัง เราจะสามารถพบปลาทะเลที่กินพืชได้ เช่น ปลาขี้ตังเบ็ด(surgeon fishes วงศ์ Acanthuridae) โดยมันจะกินสาหร่ายที่ขึ้นตามปะการังและพื้นทราย ปลาที่สามารถขูดกินสาหร่ายที่ขึ้นตามตัวปะการังได้ เช่น ปลานกแก้ว วงศ์ Scaridae ปลากระต่ายหรือปลาสลิดทะเล วงศ์ Siganidae และปลาสลิดหินหรือปลาการ์ตูน วงศ์ Pomacentridae ปลากระบี่ ปลาบู่ ที่อยู่ตามชายฝั่งในเขตน้ำอุ่น จะกินสาหร่ายทะเลเป็นอาหาร ในแม่น้ำญี่ปุ่นปลาอายู Plecoglossus จะกินพวกมอสส์ที่ขึ้นอยู่ตามก้อนหินเป็นอาหาร

อาหารของปลาเฉา(grass carp, Ctenopharyngodon) จะเป็นพวกหญ้าและพืชที่กำลังเน่าเปื่อย หรืออาจเป็นผลไม้ ดอกไม้ และเมล็ดพืชต่างๆ ที่ตกลงไปในน้ำ ซึ่งปลาตะเพียนในวงศ์เดียวกันอีกหลายชนิดก็กินอาหารเช่นเดียวกันนี้ ท่อทางเดินอาหารของปลาที่กินพืชจะยาวมากกว่าพวกปลาที่กินเนื้อ

4. ปลากินเนื้อสัตว์
ประเภทของปลากินเนื้อสัตว์อาจเรียกชื่อแตกต่างกันออกไปดังนี้
-ปลาที่กินสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังตัวเล็กๆ ที่ก้นน้ำตามหน้าดินเป็นอาหาร(bottom invertebrate feeders) ซึ่งมักจะเป็นปลาที่หากินตามหน้าดิน และเป็นลูกปลาในระยะแรกของปลาล่าเหยื่อ เมื่อมันโตขึ้นและมีความแข็งแรงก็จะเปลี่ยนมาหาอาหารแบบไล่ล่าแทน ปลาที่กินอาหารแบบนี้มักมีขนาดเล็ก ชอบหาอาหารตัวเล็กๆ ตามซอกหิน มักพบได้ตามลำธารต่างๆ ปลาดาร์เตอร์ ปลาซิวที่ออกหากินในตอนกลางวันหลายชนิด ปลาดุกที่ออกหากินในตอนกลางคืนบางชนิด ตอนที่ยังเล็กอยู่ลูกปลาสควอฟิชก็จะกินอาหารที่เป็นพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง

-ปลากินแมลง อาหารหลักของปลาที่กินแมลง ก็มักจะเป็นแมลงที่ตกลงไปในน้ำ ตัวอ่อนของแมลงที่วางไข่ในน้ำเช่นยุง หรือแมลงในน้ำ ปลาพวกนี้มักว่ายน้ำอยู่ในระดับกลาง หรือผิวน้ำเพื่อหากิน อย่างเช่น ปลาเสือพ่นน้ำ ซันฟิช ลูกปลาแบสหลายชนิด ปลาไชเนอร์ ปลาหางนกยูง

-ปลากินปลา ในแหล่งน้ำขนาดใหญ่มักจะพบปลาที่ล่าปลาด้วยกันเองกินเป็นอาหาร แต่ในแหล่งน้ำตื้นจะไม่พบปลาชนิดนี้ เช่น ปลาฉลาม ปลาแบสปากกว้าง ปลาแบสปากเล็ก ปลากระทุงเหว ฟอลฟิช ปลาดุกแชนเนน ฯลฯ ปลาที่ถูกล่าก็มักจะเป็นปลาที่ตัวเล็กกว่า หรือถ้าตัวโตกว่าก็จะเป็นปลาที่อ่อนแอ หรืออาจเป็นปลาพวกเดียวกันที่บาดเจ็บก็ได้

ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ