อุณหภูมิเกี่ยวข้องกับปลาอย่างไร

By -

ปลาส่วนมากเป็นสัตว์เลือดเย็น ยกเว้นปลาทูน่าครีบน้ำเงิน จะมีเลือดอุ่น ปลาเลือดเย็นจะมีอุณหภูมิผันแปรไปตามสิ่งแวดล้อม น้ำนอกตัวจะสัมผัสกับเส้นเลือดฝอยที่เหงือกของปลาโดยตรง เส้นเลือดบริเวณเหงือกที่ติดต่อกับน้ำรอบตัวนี้จึงทำให้ปลาสูญเสียความร้อนภายในตัวไป การดำรงชีพของปลาจึงถูกกำหนดโดยอุณหภูมิของน้ำที่อาศัยอยู่ การปรับตัวให้มีความทนต่ออุณหภูมิในช่วงกว้างมีอยู่ในปลาหลายชนิด ในเขตแอนตาร์คติค ปลาโนโตเธน สามารถทนอยู่ในน้ำที่มีอุณหภูมิสูงกว่าจุดเยือกแข็งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ปลาพัพฟิช สามารถอยู่ในน้ำเขตร้อนที่มีอุณหภูมิสูงถึง 42 องศาเซลเซียส ได้ อุณหภูมิในช่วงกว้างมีปลาอยู่หลายชนิดที่สามารถทนได้ดี ซึ่งปลาแต่ละชนิดก็เหมาะแก่การดำรงชีพในช่วงอุณหภูมิต่างๆ โดยเฉพาะของตนเอง การกินอาหาร การหาคู่ การสืบพันธุ์ และความอยู่รอดของปลาจะไม่เป็นไปตามปกติ หากอุณหภูมิของถิ่นที่อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไปมาก ผลกระทบเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับตัวอ่อนมากกว่าในตัวเต็มวัย เราสามารถแบ่งปลาออกเป็นเขตต่างๆ ด้วยความแตกต่างของอุณหภูมิบนผืนโลกตามสภาพภูมิอากาศ เช่น ปลาในเขตร้อน เขตกึ่งร้อน เขตอบอุ่น และเขตหนาว

ปลาแซลมอน เทราต์ สเมลท์ ฯลฯ เป็นปลาในเขตหนาวหรือเขตน้ำเย็น แหล่งหากินของปลาแซลมอนจะอยู่ในแหล่งน้ำเปิด บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิคทางตอนเหนือ ซึ่งน้ำบริเวณนี้จะมีอุณหภูมิอยู่ในช่วง 3-9 องศาเซลเซียส แต่มหาสมุทรแปซิฟิคทางตอนใต้จะมีอุณหภูมิของน้ำประมาณ 15-21 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นแหล่งหากินของปลาทูน่า และปลาแมคเคอเรล อุณหภูมิที่แตกต่างกันของน่านน้ำบริเวณนอกชายฝั่งของแคลิฟอร์เนียจะมีอยู่ในสองช่วงดังกล่าว ดังนั้น การอยู่อาศัยและการอพยพของฝูงปลาจะมีอยู่อย่างหนาแน่น หรือหายไปก็ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่ผันแปรไปนี้ ทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนียเมื่ออุณหภูมิน้ำเปลี่ยนไปเป็นช่วง 16-17 องศาเซลเซียส จะมีการอพยพของฝูงปลาจากเขตกึ่งร้อนมาอยู่อาศัยมากมาย เช่น ปลาน้ำดอกไม้ ปลาหางเหลือง ปลาโบนิโต

อาจก่อให้เกิดความหายนะอย่างใหญ่หลวงต่อปลาและชาวประมงในย่านนั้นได้ แม้อุณหภูมิของน้ำลดลงไปเพียงไม่กี่องศา เช่น ที่บริเวณนอกชายฝั่งนิวอิงแลนด์ในปี ค.ศ.1882 มีปลางัวพากันตายลอยเป็นแพเต็มท้องทะเล เนื่องจากอุณหภูมิบริเวณก้นทะเลลดลงไปเพียงไม่กี่องศา กว่าสภาพแวดล้อมและปริมาณปลางัวจะคืนสู่สภาพเดิม อาจต้องใช้เวลาเยียวยานานถึง 30 ปี

อุณหภูมิกับการอพยพย้ายถิ่น
สภาพของอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปแม้เพียง 0.3 องศาเซลเซียส ปลาปลายสปีชีส์ก็สามารถที่จะรับรู้ได้ ปลาแต่ละชนิดจะชอบอุณหภูมิที่เหมาะต่อการเจริญเติบโต พฤติกรรม และการดำรงชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ในฤดูใบไม้ผลิ ปลาทูน่าจะอพยพไปทางเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิค เมื่อน้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้น และเมื่ออากาศเริ่มเย็นลงในฤดูใบไม้ร่วง ก็จะอพยพลงไปทางตอนใต้ ปลาแชดอเมริกันชอบอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่มีอุณหภูมิประมาณ 13-18 องศาเซลเซียสของมหาสมุทรแอตแลนติค ดังนั้น ปลาพวกนี้จะอพยพไปยังแหล่งน้ำที่มีอุณหภูมิพอเหมาะแก่ความต้องการของร่างกายตามฤดูกาล เมื่ออากาศอุ่นขึ้นในฤดูใบไม้ผลิของแหล่งน้ำบริเวณทะเลสาบเขตอบอุ่น จะพบว่าปลาหลายสปีชีส์ได้ว่ายน้ำไปผสมพันธุ์ในแหล่งน้ำตื้น เพราะลูกปลาจะเติบโตได้เร็วในน้ำที่มีอุณหภูมิสูงกว่าน้ำเย็น ปลาเหล่านี้จะอพยพไปยังแหล่งน้ำที่ลึกกว่าเมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง เพราะอุณหภูมิของน้ำที่นั่นจะมีประมาณ 4 องศาเซลเซียส ซึ่งจะคงที่กว่า การอพยพเพื่อสืบพันธุ์อาจได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปได้ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปลาซักเกอร์จะไวต่ออุณหภูมิที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และจะทำให้มันพากันอพยพไปยังแหล่งสืบพันธุ์ทันที

การเจริญเติบโตและความอยู่รอด
ปลาแต่ละชนิดจะมีอัตราการเจริญเติบโตขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่พอเหมาะของน้ำ จากการทดลองพบว่า จะมีช่วงอุณหภูมิที่พอเหมาะที่สุดที่จะทำให้ปลาแต่ละสปีชีส์ เจริญเติบโตได้เร็วและดีที่สุด เช่น ที่อุณหภูมิ 18-21 องศาเซลเซียส ปลาเทราต์สายรุ้งจะเจริญได้ดี ที่อุณหภูมิ 14-18 องศาเซลเซียส ปลาบรูคเทราต์จะเจริญได้ดีที่สุด ที่อุณหภูมิ 20-23 องศาเซลเซียส ปลาวอลล์อายจะเจริญได้ดี ที่อุณหภูมิ 27-32 องศาเซลเซียส ปลาที่เจริญได้ดีคือ ปลาไน และที่อุณหภูมิ 30-32 องศาเซลเซียส ปลาบลูกิลล์ซันฟิช ก็จะเจริญได้ดี เป็นต้น แต่ปลาในธรรมชาติก็ไม่มีสิทธิ์เลือกได้มากมายนัก เพราะในบางครั้งมันต้องคำนึงถึงอาหาร และความปลอดภัยด้วย แต่มันก็จะเลือกแหล่งที่เหมาะที่สุดสำหรับมันเอง ปลาขนาดใหญ่ที่มีศัตรูผู้ล่าน้อยก็มักจะเลือกได้มากกว่า และการสืบพันธุ์ของปลาที่โตเร็วก็จะทำได้เร็วกว่าปลาที่โตช้า และอาจผลิตไข่ในปริมาณมากๆ เพื่อเป็นการทดแทนก็ได้

ที่มา: จากหนังสือเรื่อง มีนวิทยา
เรียบเรียงโดย: สุภาพร สุกสีเหลือง
ภาควิชาชีววิทยา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ